2 ก.ย.2565 - เครือข่ายประชาชนไทย 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง ได้ส่งจดหมายถึงสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อขอให้ชะลอการตรวจสัญญาซื้อขายไฟฟ้า(Power Purchase Agreement) ระหว่างการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)และบริษัทผู้พัฒนาโครงการเขื่อนปากแบง ปากลายและหลวงพระบาง เนื่องจากอยู่ในระหว่างการตรวจสอบของคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การพัฒนาด้านเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร และอยู่ในช่วงวิกฤตค่าไฟแพงและพลังงานสำรองของประเทศไทยสูงเกิน 50%
หนังสือระบุว่า การรับซื้อไฟฟ้าจากเขื่อนบนแม่น้ำโขง 3 แห่ง จะยิ่งทำให้เกิดภาระค่าไฟฟ้าที่แพงขึ้นในระยะยาวต่อผู้บริโภคและชาวบ้านริมฝั่งโขง 8 จังหวัดยังต้องแบกรับภาระทางสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดน ดังที่กำลังเกิดขึ้นจากเขื่อนไซยะบุรีมาแล้ว
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2564 กมธ.การพัฒนาเศรษฐกิจ โดยนางสาวศิริกัญญา ตันสกุล ประธานกมธ.ฯ ได้จัดประชุมเพื่อตรวจสอบกรณีการรับซื้อไฟฟ้าจากเขื่อนแม่น้ำโขงไม่ชอบด้วยกฎหมายและขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน เป็นครั้งที่ 2 โดยมีตัวแทนฝ่ายที่ถูกร้องคือ กฟผ. คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ร่วมชี้แจง แต่ไม่มีตัวแทนจากสำนักงานนโยบายพลังงานแห่งชาติร่วม และตัวแทนฝ่ายผู้ร้องจำนวน 7 คน เข้าร่วมการประชุม
นายอำนาจ ไตรจักร ตัวแทนเครือข่ายประชาชนไทย 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขงกล่าวว่า ผลกระทบเขื่อนไซยะยุรีชัดเจน ชาวประมง เกษตรริมโขง ประเพณี กระทบทุกอย่าง ปลาในแม่น้ำโขงหายไปกี่ชนิด ดินตะกอนหายไปเพราะอะไร วันนี้มาทราบว่าการไฟฟ้าตั้งงบเยียวยา 45 ล้านบาท ถามว่าเอาเกณฑ์ไหน พวกเรา 7 จังหวัด 1,050 หมู่บ้าน ผลกระทบชัดเจน ที่ดินของตนหายไป มีแต่โฉนด ความเสียหายไม่มีการเยียวยา ถามไปหน่วยงานไหนก็ไม่มีรับ สิ่งเหล่านี้เกิดกับพี่น้องริมโขง
“ท่านจะเยียวยา ท่านเอาเกณฑ์ไหนมาวัด ปัญหาเก่ายังไม่แก้ ปัญหาใหม่เอามา เราไม่คิดเรื่องเยียวยา ตอนนี้ขอชะลอสัญญาอีก 3 เขื่อนไปก่อน ขอให้ กฟผ. ศึกษาผลกระทบให้ครบถ้วนก่อน ไม่ใช่ทำประชาพิจารณ์ไปให้ผ่านๆ เท่านั้น ผมมาวันนี้ได้ยินว่า 45 ล้านคิดไว้ ประชาชนขอให้ชะลอก่อน พวกเรายิ่งลำบากจากภาระค่าไฟแพงและปัญหาผลกระทบอยู่ตอนนี้ ทำแบบนี้เท่ากับยิ่งจะซ้ำเติมชาวบ้าน เราอยากให้เลื่อนการซื้อขายออกไปก่อน เพราะตอนนี้ยังไม่จำเป็น”นายอำนาจ กล่าว
นายมนตรี จันทวงศ์ กลุ่มเสรีภาพแม่น้ำโขง กล่าวว่า ควรจะต้องมีการเปิดเผยสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระหว่างกฟผ.และบริษัทต่อสาธารณะ เพราะเกี่ยวข้องกับประโยชน์ของสาธารณะ และข้อกังวลเกี่ยวกับร่างสัญญา เนื่องจากสัญญาซื้อขายไฟฟ้าดังกล่าวมีลักษณะเป็นการ “ไม่ซื้อ ก็ต้องจ่าย” (take or pay) ที่อาจจะเอื้อประโยชน์ให้แก่เอกชนผู้พัฒนาโครงการ หากมีการลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าไปแล้ว ก็อาจจะไม่สามารถแก้ไขให้หวนคืนได้อีกเป็นเวลาอย่างน้อย 29 – 35 ปี ตามอายุสัญญา ซึ่งประชาชนผู้จะได้รับผลกระทบโดยตรงและในฐานะผู้บริโภคต้องแบกรับภาระค่าไฟฟ้าที่แพงขึ้นโดยไม่มีความเป็นธรรมระยะในยาวอันเป็นผลกระทบอย่างยิ่งทั้งประชาชนและประเทศชาติ อย่างที่กำลังเป็นอยู่ในปัจจุบัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
พระประวัติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
พระประวัติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ประสูติ 7 ธันวาคม พ.ศ.2521 เป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
เปิดอำนาจ คกก.พิจารณาคดี ม.112 อัยการพิจารณาอุทธรณ์คดี 'ธนาธร' ปมวัคซีนพระราชทาน
ลุ้นอัยการ ยื่นอุทธรณ์ 'ธนาธร' คดี ม.112 ปมวัคซีนพระราชทาน หรือไม่ เปิดอำนาจ คกก.พิจารณาคดี 112 อัยการพิจารณาอุทธรณ์ รองโฆษก อสส.เปิดขั้นตอนคดี
นักวิชาการชำแหละ EIA เขื่อนพูงอย กั้นแม่น้ำโขง 'แก่งตะนะ' จ.อุบลฯ เกิดน้ำท่วมในหน้าแล้ง
นักวิชาการชำแหละ EIA เขื่อนพูงอย เผยทำให้กำลังการผลิตไฟฟ้าเขื่อนปากมูลจะลด 41% ขณะที่แก่งตะนะแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังจะถูกท่วมในหน้าแล้ง-เครือข่ายเตรียมจัดใหญ่เวทีสาธารณะวิพากษ์ผลกระทบ
เปิดนิทรรศการ 'แม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง' สัมผัสเสน่ห์มรดกโลกเอเชีย ขยายความร่วมมือไทย-จีน
นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรมมอบหมายให้ นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เข้าร่วมเป็นเกียรติและกล่าวสุนทรพจน์ในพิธีเปิดนิทรรศการ “แม่น้ำล้านช้าง–แม่น้ำโขง: นิทรรศการศิลปะมรดกโลกแห่งเอเชีย” และ “อารยธรรมมนุษยชาติ: การแลกเปลี่ยนและการเรียนรู้ร่วมกัน”
เวทีเชียงรายถกเครียด พบสารหนูแม่น้ำโขงสูงลิ่ว สัตว์หน้าดิน 68% เสี่ยงสูญพันธุ์ ลูกปลาโอกาสรอดต่ำ
เผยประชาชนนับล้านกำลังเผชิญความเสี่ยงจากสารพิษในแม่น้ำ “นรเศรษฐ์”จวกรัฐให้ความสำคัญน้อยเกินไปเตรียมตั้งกระทู้ถามในสภา-วงประชุมเชียงรายถกเครียดหลังพบสารหนูแม่น้ำโขงสูงลิ่ว-ชี้สัตว์หน้าดิน 68%เสี่ยง-ส่งผลให้ลูกปลามีโอกาสรอดต่ำ 65%
ยึดน้ำมันดีเซล-เบนซิน 36 แกลลอน เตรียมขนลงเรือข้ามโขง ลักลอบส่งนอกประเทศ
น.อ.ปุณณรัตน์ ถมคำ รักษาราชการหัวหน้าสถานีเรือธาตุพนม (รรก.หน.สน.เรือธาตุพนม) หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เขตนครพนม (นรข.เขตฯ) พร้อมกำลังชุดลาดตระเวนริมแม่น้ำโขง ออกเฝ้าตรวจบริเวณจุดผ่อนปรนตลาดการค้าไทย-ลาว อ.ธาตุพนม จ.นครพนม พบคนกลุ่มหนึ่งพยายามนำน้ำมันเชื้อเพลิงใส่แกลลอนเล็ก เพื่อเตรียมขนลงเรือข้ามฝั่งไปยังประเทศ สปป.ลาว เจ้าหน้าที่จึงเข้าทำการตรวจสอบทันที กลุ่มคนดังกล่าวอาศัยช่วงประชาชนมาจับจ่ายสินค้าเป็นจำนวนมากหลบหนีไป

