อดีตนักศึกษาเกาหลี อธิบายเหตุโศกนาฏกรรม 'อิแทวอน' คืนปาร์ตี้ฮาโลวีน

31 ต.ค.2565 - นายนิธิพัฒน์ พันธุมจินดา อดีตนักศึกษาเกาหลี และผู้ประกอบการส่งออกปลาสวยงาม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า จากโศกนาฏกรรมที่อิแทวอนนั้น ในฐานะที่ผมเคยอยู่เกาหลี ก็มีเพื่อนสอบถามมาหลายๆท่านว่า ผมคิดว่าเหตุเกิดจากอะไร

แต่ตามมารยาทแล้ว เมื่อวานผมก็ไม่ได้โพสต์อะไร นอกจากจะโพสต์แสดงความเสียใจกับความสูญเสียนี้อย่างที่สุด และตั้งใจว่าจะมาอธิบายกันในวันนี้แทน

ผมเองในช่วงที่อยู่เกาหลีนั้น ก็เคยมีช่วงหนึ่งที่อาศัยอยู่ติดๆกับอิแทวอน จึงต้องมีเหตุให้ต้องเดินทางไปกลับถนนเส้นนี้อยู่ทุกวัน ก็เลยพอจะนึกภาพออกว่าสาเหตุอาจเกิดจากอะไร

ย่านอิแทวอนนั้น จริงๆนั้นไม่ได้อยู่ในทำเลการค้าหลักของกรุงโซล แต่เจริญขึ้นมาได้ก็เนื่องมาจากมีค่ายทหารสหรัฐตั้งอยู่ไม่ไกลนัก จึงมีการเปิดบาร์และคลับสำหรับทหารอเมริกันในตอนกลางคืน และในช่วงกลางวันก็จะมีร้านค้าขายสินค้าก็อปแบรนด์ดังๆมาวางขายมากมาย จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวของชาวต่างชาติสมัยนั้นที่ใครมาใครไปก็ต้องแวะกันมาที่อิแทวอน

แต่ปัจจุบันแม้อิแทวอนจะเปลี่ยนแปลงไปมาก ร้านค้าทั้งหลายก็กลายเป็นแหล่งรวมอาหารนานาชาติ และร้านแบรนด์ต่างชาติของแท้ดังๆมากมาย จนกลายเป็นที่นิยมกันของทั้งคนต่างชาติและวัยรุ่นชาวเกาหลี แต่ถนนหลักก็ยังไม่ได้ขยายอะไรยังเป็นถนนสี่เลน ที่ไม่กว้างนัก และมีตรอกซอกซอยแคบๆมากมายที่เชื่อมต่อกับถนนและซอยอื่นๆมากมายเต็มไปหมด

สมัยผมอยู่นั้น ถนนเส้นนี้ไม่เคยมีการจัดงานอะไรใหญ่โต เพราะน่าจะเป็นที่รู้กันสมัยนั้นว่า ไม่ใช่ทำเลที่เหมาะสมในการจัดงาน

แต่ต่อมาเมื่อเวลาเปลี่ยนไป คนรุ่นใหม่ๆมาใช้ชีวิตกันมากขึ้น ก็มีการจัดงานประจำปีใหญ่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปิดถนนจัดงานฮัลโลวีน ที่กลายเป็นมหกรรมใหญ่ ใครๆก็ต้องมากัน

ซึ่งผมเองเมื่อได้ข่าวว่ามีการจัดงานก็เคยคิดในใจว่า ถนนเส้นนี้จะรองรับมวลมนุษย์หลายๆหมื่นได้อย่างไร เพราะนอกจากถนนเองก็เส้นไม่ได้ใหญ่โตแล้ว ตรอกซอกซอยต่างๆก็คับแคบ ไม่ได้มีความสะดวกอะไรในการจัดงานใหญ่ๆทั้งสิ้น

และที่น่ากังวลที่สุดคือ เราไม่สามารถควบคุมจิตวิทยามวลชนได้ หากมีการแห่ไปกระจุกกันอยู่ตรงซอกมุมไหน ก็อาจเกิดอันตรายได้ทันที

หลังจากไม่ได้จัดกันเพราะโควิดมาสองสามปี ปีนี้อิแทวอน ก็กลับมาจัดงานฮัลโลวันกันอีกครั้ง สร้างความตึกคักให้กับสังคมมากๆ จนมีประชาชนแห่แหนมาร่วมงานกว่าแสนคน และก็เกิดโศกนาฏกรรมขึ้นจนได้ เมื่อประชาชนเข้าไปแออัดกันในซอกซอยเล็กๆจนขาดอากาศหายใจ

สำหรับผมแล้ว นี่ไม่ใช่เพราะเป็นไปตามกรรมของสัตว์โลก หรือ เป็นเพราะไปเล่นปล่อยผีอะไร

แต่เป็นปัญหาของการบริหารจัดการ ที่ไม่ได้รองรับมวลประชาชนขนาดนั้น

และจะงานบุญ งานเทพ งานมู อะไร หากสถานที่ไม่เหมาะสม และบริการจัดการมวลชนไม่ได้ ก็สามารถเกิดโศกนาฏกรรมเช่นนี้ได้ ไม่ต่างกันเลยนะครับ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยืนยันทีมชาติไทยU23 อุ่นแข้ง2นัดเจอ'เกาหลีใต้/ยูเออี' ก่อนศึกเอเชียนเกมส์

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ แจ้งโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอล อุ่นเครื่องของ ฟุตบอลชายทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ในช่วงเดือน มิถุนายน 2569 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมพร้อมของทีมชาติไทย ในการเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันฟุตบอล ในมหกรรมเอเชียน เกมส์ 2026 ที่ ประเทศ ญี่ปุ่น ในช่วงเดือนกันยายน 2569

นักวิชาการ มธ. หวั่นเกาหลีใต้ ยกเลิก 'VISA E-8' อย่างถาวร แนะถกปรับเงื่อนไข ชง 5 มาตรการแก้ปัญหา

นักวิชาการธรรมศาสตร์ หวั่นเกาหลีใต้ยกเลิก “VISA E-8” อย่างถาวร สังเวยแรงงานไทยหนีนายจ้างจนถูก Blacklist 4 จังหวัด

ตั้งทีม 'Task Force' ลุยกวาดล้างแก๊งยาเสพติดข้ามชาติ

รัฐบาลผนึกกำลัง ตั้ง Task Force ลุยกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ แฝงตัวในกลุ่มแรงงานไทยผิดกฎหมาย เข้มตรวจสารเสพติด คัดกรองแรงงานทุกด่าน ฟื้นความเชื่อมั่นจากเกาหลีใต้ต่อแรงงานไทย

'ดร.เอนก' แนะพึ่งพากันอย่างรู้แจ้ง ชี้ทางสว่าง '2 ผู้นำมหาอำนาจ'

ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ภาคีราชบัณฑิต และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เขียนบทความเรื่อง "เมื่ออาเซียน ยุโรป และผองชาติอำนาจอื่นๆ ต้องร่วมแก้ปัญหาให้ พญาอินทรีและพญามังกร"

นายกฯ เสียงเข้ม! ช่วยไม่ได้ ทำผิดกฎหมายเอง หลังเกาหลีใต้สั่งแบนแรงงานไทย 4 จังหวัด

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกล่าวถึงกรณีที่เกาหลีใต้ประกาศขึ้นบัญชีดำ แรงงานไทยจาก 4 จังหวัดภาคอีสาน ได้แก่ อุดรธานี ขอนแก่น ชัยภูมิ และมหาสารคาม โดยห้ามนำเข้าแรงงานภาคเกษตรและประมงตามฤดูกาล

นักท่องเที่ยวต่างชาติแห่เข้าไทย 12.4 ล้านคน จีนแตะ 2 ล้านคน

‘สุรศักดิ์’เผยสถานการณ์ท่องเที่ยวช่วงวันที่ 1 ม.ค. – 10 พ.ค. 2569 นักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมกว่า 12.4 ล้านคน สร้างรายได้แล้วกว่า 607,206 ล้านบาท ขณะที่ตลาดหลักยังเป็นจีน มาเลเซีย อินเดีย รัสเซีย และเกาหลีใต้