รวมพลังปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติในหลวง ร.10 บนโฉนดที่ดินฉบับแรกของไทย

21 ก.ค.2566 - เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันที่ 28 กรกฎาคม 2566 กิจกรรมสำคัญหนึ่งที่จัดขึ้นเพื่อสนองพระราชปณิธานและถวายเป็นพระราชกุศล ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยในสถานการณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยจัดกิจกรรม “ปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2566” ในพื้นที่โฉนดที่ดินฉบับแรกของประเทศไทย

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โดยกรมป่าไม้ ได้ผนึกกำลังกับคณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา ข้าราชการ ประชาชนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัดกิจกรรมปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติฯ ดังกล่าวขึ้นในสถานที่ประวัติศาสตร์ที่ ต.วัดยม อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ในวันที่ 21 กรกฎาคม 2566 โดยนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน ในกิจกรรมปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติฯ โดยพื้นที่ตั้งโฉนดที่ดินฉบับแรกของประเทศไทยมีความสำคัญมาก เพราะเป็นโฉนดที่ดินซึ่งมีพระนาม “สมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์” ทรงถือกรรมสิทธิ์ เป็นโฉนดเลขที่ 1 หน้าที่ 1 เลขที่ดิน 117 ระวาง 17 ต 3 อ ต.บ้านแป้ง อ.พระราชวัง แขวงเมืองกรุงเก่า เมืองกรุงเก่า

ต่อมาเปลี่ยนสถานะเป็น อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา มีเนื้อที่ 91 ไร่ 1 งาน 52 ตารางวา และนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณจากพระมหากษัตริย์ถึง 2 พระองค์ คือ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระราชทานการถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดิน ในรูปแบบการออกโฉนดที่ดินให้กับประชาชนเป็นครั้งแรก โดยทรงออกประกาศพระบรมราชโองการ ประกาศออกโฉนดที่ดิน มณฑลกรุงเก่า เมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2444 ซึ่งถือเป็นกฎหมายใช้ในการออกโฉนดที่มีผลอย่างจริงจัง และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระราชทานที่ดินทรัพย์สินส่วนพระองค์ให้กับสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม นำไปจัดสรรให้กับเกษตรกร

ทั้งนี้ ที่ดินพระราชทานดังกล่าวมีที่ดินโฉนดเลขที่ 1 รวมอยู่ด้วย จึงสมควรอย่างยิ่งที่จะน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณในสถาบันพระมหากษัตริย์ และถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2566 

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวเพิ่มเติมว่าในกิจกรรมปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติฯ ในครั้งนี้ ทุกภาคส่วนจะมาร่วมกันบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ สนองพระราชปณิธาน และถวายเป็นพระราชกุศลด้วยการปลูกต้นไม้ประจำจังหวัด แบ่งเป็น 18 กลุ่มจังหวัด เช่น กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน ประกอบด้วย จ.ชัยนาท ปลูกต้นมะตูม จ.ลพบุรี ปลูกต้นพิกุล จ.สระบุรี ปลูกต้นตะแบก กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย จ.ชุมพร ปลูกต้นมะเดื่ออุทุมพร จ.นครศรีธรรมราช ปลูกต้นแซะ จ.พัทลุง ปลูกต้นพะยอม จ.สงขลา ปลูกต้นสะเดาเทียม กลุ่มฝั่งอันดามัน จ.ตรัง ปลูกต้นศรีตรัง จ.พังงา ปลูกต้นเทพทาโร จ.ภูเก็ต ปลูกต้นประดู่บ้าน กลุ่มภาคเหนือตอนบน จ.เชียงใหม่ ปลูกต้นทองกวาว จ.ลำพูน ปลูกต้นจามจุรี จ.เชียงราย ปลูกต้นกาสะลอง เป็นต้น พร้อมกับร่วมดูแลบำรุงรักษาต้นไม้และต้นไม้ทรงปลูก โดยชุดปฏิบัติการรุกขกร กรมป่าไม้ และชุดปฏิบัติการหมอต้นไม้

ด้านนายสุรชัย อจลบุญ อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า ด้วยความสำคัญของโฉนดที่ดินฉบับแรกของประเทศไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมป่าไม้ จึงร่วมสนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา ดำเนินโครงการศูนย์เรียนรู้พระมหากรุณาธิคุณบริเวณโฉนดที่ดินฉบับแรกของประเทศไทย เพื่อสืบสานและต่อยอดแนวพระราชดำริที่เน้นงานใน 3 ด้าน ได้แก่ 1) การส่งเสริมอาชีพและพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรในพื้นที่โฉนดที่ดินฉบับแรกของประเทศไทย โดยปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตจากเกษตรเชิงเดี่ยวเป็นเกษตรทฤษฎีใหม่ รวมทั้งจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนจากเกษตรกรในพื้นที่ 2) การปรับปรุงอนุสาวรีย์โฉนดที่ดินฉบับแรกของประเทศไทยเพื่อให้ประชาชนได้น้อมสักการะและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในสถาบันพระมหากษัตริย์ และ 3) การปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์ให้เป็นแหล่งเรียนรู้พระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ และจัดสวนต้นไม้ประจำจังหวัดให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ที่ทำให้ประชาชนได้ร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ตระหนักรู้ถึงความสำคัญ และประวัติความเป็นมาของโฉนดที่ดินฉบับแรกของประเทศไทย

“โครงการศูนย์เรียนรู้พระมหากรุณาธิคุณบริเวณโฉนดที่ดินฉบับแรกของประเทศไทย จะมีประวัติความเป็นมา และความสำคัญที่พระเจ้าแผ่นดินผู้เป็นเจ้าของแผ่นดินทรงพระราชทานที่ดินของพระองค์ ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของประชาชน ในรูปแบบของโฉนดที่ดิน มีประวัติความเป็นมาของโฉนดที่ดินฉบับแรกของประเทศไทย จนมาถึงการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระบรมราโชบายที่ต้องการรักษาที่ดินที่เหมาะสมสำหรับการประกอบเกษตรกรรมไว้ให้ประชาชน จึงทรงพระราชทานที่ดินทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ จำนวน 44,321 – 0 – 39.46 ไร่ ในท้องที่ 5 จังหวัด คือ จ.พระนครศรีอยุธยา จ.ฉะเชิงเทรา จ.นครปฐม จ.นครนายก และ จ.ปทุมธานี ซึ่งประชาชนจะได้รับทราบความเป็นมาและความสำคัญของสถานที่แห่งนี้ เพื่อร่วมกันพัฒนาและรักษาให้ยั่งยืนตลอดไป” อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าว

โครงการ “ปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2566” ในพื้นที่โฉนดที่ดินฉบับแรกของประเทศไทย จึงเป็นกิจกรรมที่น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รวมถึงการสร้างประโยชน์เพื่อพี่น้องประชาชนส่วนรวมในพื้นที่แห่งนี้

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'สุชาติ' เผย นายกฯ สั่งเร่งล่าจระเข้หลุด 4 ตัวสระแก้ว ระดมทีมไล่ล่า ใช้เครื่องมือ ที่เหมาะสม คุมสถานการณ์ให้ประชาชนอุ่นใจ

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยถึงกรณีจระเข้จำนวน 4 ตัวหลุดออกจากพื้นที่ในจังหวัดสระแก้วว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการตั้งแต่ช่วงบ่าย ขณะปฏิบัติภารกิจอยู่ที่ต่างประเทศ ให้เร่งติดตามและควบคุมจระเข้ทั้ง 4 ตัว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายต่อประชาชนในพื้นที่

'สุชาติ' ลงพื้นที่ชลบุรี สั่ง ทส.ระดมกำลัง-เครื่องมือ เร่งช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ตั้งศูนย์บัญชาการส่วนหน้ารับมือสถานการณ์

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ณ หมู่บ้านมณีแก้ว ตำบลเหมือง อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี โดยกำชับทุกหน่วยงานเร่งเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

'สุชาติ' รับนโยบาย 'อนุทิน' สั่ง ทส. ระดมกำลัง-เครื่องจักร เร่งช่วยประชาชนประสบอุทกภัยทั่วประเทศ

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ ดร. รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กำกับและประสานทุกหน่วยงานในสังกัด ทส. ในพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออก และทุกภูมิภาคทั่วประเทศ บูรณาการร่วมกับจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยและน้ำป่าไหลหลากอย่างเต็มกำลัง

รมว.ทส. 'สุชาติ' ห่วงใยประชาชนพื้นที่เสี่ยง สั่งกรมทรัพยากรธรณีเฝ้าระวังแผ่นดินถล่ม-น้ำป่าไหลหลาก 25 จังหวัดเสี่ยงภัย

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แสดงความห่วงใยถึงความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินถล่ม หลังกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์สภาพอากาศฝนตกหนัก จึงมอบหมายสั่งการให้กรมทรัพยากรธรณี ยกระดับการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ธรณีพิบัติภัยอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

'สุชาติ' เร่ง ทส. ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ คลี่คลายน้ำท่วมปราจีนบุรี-สิงห์บุรีสระบุรี ช่วยประชาชนได้รับผลกระทบ

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กำชับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ เร่งติดตามสถานการณ์น้ำและเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกต่อเนื่องและน้ำท่วมขัง โดยสั่งการให้สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 2 และสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 6 ระดมเครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ และเจ้าหน้าที่เข้าพื้นที่ เพื่อเร่งระบายน้ำและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนโดยเร็ว

ไทยจับมือจีนยกระดับวิจัยทางทะเล ดันเทคโนโลยี AI เฝ้าระวังมหาสมุทร

ไทย-จีนเดินหน้าความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเล แลกเปลี่ยนงานวิจัย-เทคโนโลยี รับมือภูมิอากาศ ไมโครพลาสติก และฟื้นฟูระบบนิเวศ พร้อมขยายเครือข่ายสู่ประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้