สสส.-พอช. ผนึกกำลัง 16 จังหวัด เดินหน้าป่าชุมชน ลดเผา-แก้ PM2.5 อย่างยั่งยืน

สสส. จับมือ พอช. และภาคีเครือข่าย เดินหน้าบริหารจัดการป่าชุมชน 60 แห่งใน 16 จังหวัดทั่วประเทศ เร่งแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 เสริมศักยภาพชุมชนลดการเผา พัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการจัดการป่าอย่างยั่งยืน มุ่งสู่สังคมอากาศสะอาดเพื่อสุขภาพประชาชน

12 มีนาคม 2568 – สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. และเครือข่าย อาทิ สำนักจัดการป่าชุมชน กรมป่าไม้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง มูลนิธิพัฒนาชุมชนภาคเหนือ มูลนิธิสืบนาคะเสถียร และศูนย์วนศาสตร์ชุมชนเพื่อคนกับป่า (ประเทศไทย) เดินหน้าขับเคลื่อนการบริหารจัดการป่าชุมชน 60 แห่งใน 16 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อลดปัญหาฝุ่นควัน PM2.5 และเสริมสร้างสุขภาวะของประชาชน ผ่านการพัฒนาศักยภาพชุมชนให้สามารถดูแลทรัพยากรป่าไม้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมยกระดับเป็นศูนย์เรียนรู้การจัดการป่าอย่างยั่งยืน

ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการ สสส. และรักษาการผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ ระบุว่า ปัญหาฝุ่น PM2.5 ยังคงเป็นวิกฤตใหญ่ของประเทศ ส่งผลกระทบต่อประชาชนกว่า 38 ล้านคน และสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 2.2 ล้านล้านบาท โดยหนึ่งในสาเหตุสำคัญคือการเผาในที่โล่งและการบริหารจัดการป่าที่ขาดประสิทธิภาพ สสส. จึงร่วมกับ พอช. พัฒนาต้นแบบการบริหารจัดการป่าชุมชนจาก 15 พื้นที่ ขยายสู่ 45 พื้นที่ ครอบคลุมทุกภาคของประเทศ ผ่านกลไกคณะกรรมการป่าชุมชน สนับสนุนบทบาทชุมชนให้สามารถดูแลป่าได้อย่างเป็นระบบ พร้อมส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากป่าในเชิงเศรษฐกิจ ลดการพึ่งพาการเผาป่า เพิ่มแรงจูงใจในการอนุรักษ์ทรัพยากร เพื่อให้เกิดแนวทางแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 อย่างยั่งยืน

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการ พอช. กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2566 พอช. ได้เริ่มดำเนินโครงการขับเคลื่อนการจัดการป่าชุมชนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยชุมชนต้นแบบ 15 แห่งที่เข้าร่วมโครงการต่างมีพลังขับเคลื่อนร่วมกันอย่างเข้มแข็ง และเรียนรู้การบริหารจัดการป่าระหว่างกัน ทำให้เกิดความภาคภูมิใจในบทบาทของชุมชนในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ นอกจากการอนุรักษ์ป่าแล้ว ยังมีการต่อยอดแนวคิดการใช้ประโยชน์จากป่าในเชิงเศรษฐกิจ เช่น การพัฒนาแนวทางคาร์บอนเครดิต และการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชน

สำหรับการขยายผลในปีนี้ โครงการจะดำเนินการใน 16 จังหวัด ครอบคลุมพื้นที่ภาคเหนือตอนบน 3 จังหวัด ภาคอีสาน 3 จังหวัด ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลาง 2 จังหวัด ภาคตะวันออก 3 จังหวัด ภาคตะวันตก 3 จังหวัด และภาคใต้ 2 จังหวัด โดยมุ่งเน้นให้ชุมชนมีบทบาทสำคัญในการดูแลป่า ลดการเผา และเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ ผ่านการใช้ประโยชน์จากป่าอย่างสมดุล สู่เป้าหมายการเป็นป่าชุมชนต้นแบบที่สามารถขยายผลไปทั่วประเทศในอนาคต

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เด็กพิการ..ไม่ควรถูกทิ้งไว้ข้างหลัง!! การศึกษาเปิดโลกสร้างงานมีศักดิ์ศรี

ในสังคมที่การศึกษาเป็นประตูสำคัญสู่คุณภาพชีวิตที่ดี คำถามหนึ่งที่ยังคงสะท้อนอยู่เงียบๆ คือ เหตุใดเด็กพิการจำนวนมากจึงไม่สามารถเดินไปถึงปลายทางเดียวกับเด็กทั่วไป

เพิ่มทักษะ “องค์ความรู้เพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางถนน” บทเรียนจากความสูญเสีย... สู่พลังการเรียนรู้ร่วมกัน

อุบัติเหตุทางถนนยังคงเป็นหนึ่งในปัญหาสาธารณะสำคัญของประเทศไทย ที่คร่าชีวิตผู้คนจำนวนมากในแต่ละปี โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ซึ่งถือเป็นกลุ่มเปราะบางที่ต้องเดินทางไป

คนกรุงอ่วม! ส้มทั้งเมือง เช็กเลย 12 เขต ฝุ่นPM2.5สูงสุด

ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ในกรุงเทพมหานคร ประจำวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 07:00 น.

หยุดเหล้า-หยุดพนัน หยุดความรุนแรงในบ้าน

ความรุนแรงในครอบครัวไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ใช่ “เรื่องในบ้าน” อย่างที่สังคมไทยคุ้นชิน หากแต่เป็นปัญหาโครงสร้างที่กัดกินความมั่นคงของครอบครัว ชุมชน และสังคมโดยรวม

โลกเผชิญปัญหาสังคมสูงวัย ! ชี้ ไทยเข้าสู่งสังคมสูงวัยสมบูรณ์ ผู้สูงอายุทะลุ 14 ล้านคน ห่วงผู้ป่วยระยะประคับประคองล้นโรงพยาบาล

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวในเวทีประชุมข้างเคียงของการ ประชุมนานาชาติรางวัลเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2569 (Prince Mahidol Awards Conference หรือ PMAC 2026) ในหัวข้อ “เมื่อสังคมสูงวัย: การออกแบบระบบสุขภาพที่เคารพต่อชีวิต ความตาย ความหมาย และมิติด้านจิตวิญญาณของการดูแล” ว่า ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญปัญหาอัตราการเกิดที่ลดลง ขณะที่จำนวนประชากรสูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง