
นายกฯ อนุทิน ลงพื้นที่สตูลหลังน้ำลด สั่งรื้อประตูน้ำโบราณ–เร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจ ย้ำ ‘สตูลมีบุญคุณกับผม’ ขอบคุณจิตอาสาทุกน้ำใจช่วยผู้ประสบภัย
7 ธ.ค. 2568- เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.2568 นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ลงพื้นที่จังหวัดสตูลโดยมีนางสาวดุษฎี พฤกษเศรษฐ รองผวจ.สตูลให้การต้อนรับพร้อมนายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ นายกอบจ.สตูล พร้อมส.ส.ทั้ง 2 เขตและผู้นำท้องที่และท้องถิ่น เพื่อติดตามสถานการณ์หลังน้ำลดและให้กำลังใจประชาชนในเขตเทศบาลเมืองสตูลและเทศบาลตำบลคลองขุด ท่ามกลางการต้อนรับจากประชาชนจำนวนมาก โดยได้ตรวจสอบสาเหตุที่ทำให้เกิดน้ำท่วมขังยาวนานในเขตเศรษฐกิจ ซึ่งสร้างความเสียหายหนักเป็นประวัติการณ์
เริ่มต้นที่ตลาดสดเทศบาลเมืองสตูล นายกรัฐมนตรีได้เยี่ยมผู้ประกอบการร้านข้าวสารที่ได้รับผลกระทบหนักถึง 3 ล้านบาท พร้อมเดินตรวจสอบพื้นที่ระบายน้ำในคลองมำบัง จุดรับน้ำสุดท้ายก่อนออกทะเล ซึ่งพบว่า “ประตูระบายน้ำดั้งเดิม” ปิดตายไม่สามารถใช้งานได้ ทำให้การระบายน้ำล่าช้าและเกิดน้ำท่วมวงกว้างในเขตเศรษฐกิจอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ภาคธุรกิจในพื้นที่ได้ยื่นข้อเสนอขอให้รื้อถอนประตูน้ำดังกล่าว เนื่องจากกลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการป้องกันน้ำท่วมชุมชน ซึ่งนายกรัฐมนตรีรับเรื่องไว้ พร้อมเร่งให้เทศบาลจัดทำประชาพิจารณ์เพื่อประกอบการตัดสินใจ โดยมีแนวโน้มว่า “อาจต้องรื้อออกมากกว่าปรับปรุง เพราะเก่าเกินไปและไม่ก่อประโยชน์แล้ว”
จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้มอบถุงยังชีพให้ประชาชนในเขตเทศบาลเมืองสตูล 200 ครัวเรือน ก่อนเดินทางต่อไปยังเทศบาลตำบลคลองขุด เพื่อมอบถุงยังชีพให้ประชาชนอีก 800 ครัวเรือน และพบปะพูดคุยให้กำลังใจระหว่างการปราศรัย นายอนุทินกล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า
“ชาวสตูลมีบุญคุณกับผม ที่ให้มี ส.ส.ถึง 2 คน เงินเยียวยา 9,000 บาทเทียบไม่ได้กับความเสียหายที่เกิดขึ้น ต่อให้เพิ่มศูนย์อีก 3 ตัวก็ไม่คุ้ม วันนี้ผมมารับฟังปัญหาและให้กำลังใจ… เราจะไม่ทอดทิ้งกัน”
พร้อมย้ำให้ประชาชนมั่นใจในบทบาทของ ส.ส.ในจังหวัดว่า “เข้มแข็งและปกป้องประโยชน์ของพี่น้องได้เต็มที่”
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีขอบคุณประชาชนที่ส่งกำลังใจให้รัฐบาลสู้ต่อ พร้อมอวยพรให้ชาวสตูลผ่านพ้นสิ่งไม่ดีในช่วงท้ายปี และกลับมามีชีวิตที่มั่นคงอีกครั้ง
พร้อมกันนี้ในการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน นายกฯ ระบุว่า รัฐบาลจะเร่งดำเนินมาตรการฟื้นฟูโครงสร้างป้องกันน้ำท่วม พร้อมเปิดทางให้รื้อหรือย้ายประตูน้ำโบราณออก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในเขตเศรษฐกิจ
พร้อมทั้งย้ำถึงความร่วมมือระหว่างหลายหน่วยงาน ได้แก่โครงการผันน้ำ ขุดลอกคลอง แก้มลิง การสร้างผนังกั้นน้ำ
นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงความเสียสละของจิตอาสาและมูลนิธิต่าง ๆ ว่า
“บุคคลเหล่านี้ทำคุณประโยชน์ให้บ้านเมืองอย่างมาก สมควรได้รับการสรรเสริญ แต่ขอให้ทุกฝ่ายทำงานร่วมกันอย่างใจเย็น ขอให้คิดว่าทุกคนเข้ามาช่วยชาวบ้าน”
มาตรการช่วยเหลือเศรษฐกิจและบ้านเรือน รัฐบาลเตรียมมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติม ได้แก่ เงินเยียวยารายครัวเรือนจาก ปภ. สินเชื่อฟื้นฟูสำหรับเอสเอ็มอี ไม่มีดอกเบี้ย ระยะเวลาชำระ 1 ปี เงินกู้สำหรับซ่อมแซมบ้านเรือน ครัวเรือนละไม่เกิน 100,000 บาท ดอกเบี้ย 0% ชำระคืนภายใน 1 ปี พร้อมชี้แจงการซ่อมบ้านตามจริงว่า
“ไม่ใช่ปูพรมนะครับ หลังละไม่เกิน 49,000 บาท ถ้าซ่อมจริงใช้แค่ 5,000 บาท ก็ให้เท่าที่จำเป็น ต้องมีการสำรวจชัดเจน ไม่งั้นยุ่งตายเลย” นายกรัฐมนตรียืนยันว่า รัฐบาลจะเร่งสำรวจความเสียหายผ่านกรมโยธาธิการและท้องถิ่น เพื่อให้ประชาชนสามารถเบิกค่าซ่อมแซมบ้านเรือนได้เร็วที่สุด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อนุทิน' ไฟเขียว '7 รองนายกฯ' ใช้งบได้คนละ 100 ล้าน รับมือสถานการณ์น้ำในกรณีฉุกเฉิน
“เจเศรษฐ์” เผย ปภ.ประสานศูนย์เตือนภัยพิบัติฯ เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำพื้นที่ภาคเหนือ-อีสาน ยืนยันความพร้อมการแจ้งเตือนประชาชน ขอให้ติดตามผ่านระบบ Cell Broadcast - หอกระจายข่าว - ผู้นำชุมชน ขณะที่ “นายกฯ” ไฟเขียวทุกรองนายกฯใช้งบ 100 ล้านบาท รับมือสถานการณ์น้ำหากเกิดกรณีฉุกเฉิน
'เอกนิติ' สั่งทำ Risk Map สแกนพื้นที่เสี่ยง รับมือน้ำท่วม-ภัยแล้งภาคกลาง
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้
'ทรงศักดิ์' จี้ กต. ประสานจีน ให้แจ้งเตือนล่วงหน้าก่อนปล่อยน้ำจากเขื่อน ต้นเหตุน้ำโขงขึ้นลงผิดธรรมชาติ
นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมรับมืออุทกภัยน้ำท่วมพื้นที่ภาคอีสานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย มอบให้รองนายกฯแต่ละคนไปกำกับดูแลน้ำแต่ละพื้นที่ ตนกำกับดูแลในพื้นที่อีสาน 20 จังหวัด
รัฐบาลสั่งตั้งวอร์รูม 24 ชม. รับมือน้ำท่วม-ภัยแล้งภาคเหนือ
รัฐบาลสั่งตั้งวอร์รูม 24 ชม. รับมือน้ำท่วม-ภัยแล้งภาคเหนือ พร้อมลดขั้นตอนราชการ ปลดล็อกงบฉุกเฉิน ให้ผู้ว่าฯ ลุยช่วยประชาชนหน้างานได้ทันที
อุตุฯ เตือนฝนถล่ม 37 จังหวัด ทะเลคลื่นสูง 2-3 เมตร เรือเล็กงดออกฝั่ง
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า ประเทศไทยยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านตอนบนของภาคเหนือ และประเทศลาวตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้
5 จังหวัดภาคเหนือน้ำถล่มอ่วม ปภ.สั่งสำรวจความเสียหาย บ้านเรือน- พื้นที่เกษตร
ปภ. เร่งช่วย 5 จังหวัด ภาคเหนือ หลังฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก สั่งสำรวจความเสียหาย ฟื้นฟูบ้านเรือน–พื้นที่เกษตร

