
8 มี.ค. 2569 – ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา อดีตที่ปรึกษาศูนย์ยุทธศาสตร์ศึกษา สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ อาจารย์ประจำวิชาความปลอดภัยทางไซเบอร์ วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม ศิษย์เก่าด้าน ความปลอดภัยทางไซเบอร์และความเสี่ยง มหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ วอชิงตัน ดีซี ศิษย์เก่าด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ หลักสูตรเรียนร่วมคณะนายทหารจากคณะหัวหน้าเสนาธิการทหารร่วม Joint Chiefs of Staff (JCS) เพนตากอนและมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ วอชิงตัน ดีซี และศิษย์เก่าด้านวิทยาศาสตร์ข้อมูลและระเบียบวิธี (Data Science and Methodology) มหาวิทยาลัยมิชิแกน
ผมขอชวนคุยกันตรง ๆ ครับว่า ช่วงนี้หลายคนเปิดข่าวแล้วรู้สึกเหมือนโลกกำลังเข้าสู่สงครามใหญ่ ขีปนาวุธถูกยิง โดรนโจมตีแบบพลีชีพ ฐานทัพถูกตอบโต้ เมืองถูกโจมตี ย่านธุรกิจถูกทำลาย ชีวิตทหารและพลเรือนตายจริงไปจำนวนมาก แต่ผมอยากชวนสังเกตสิ่งหนึ่งครับ
จนถึงวันนี้ ผู้นำสหรัฐอเมริกา ผู้นำอิสราเอล และผู้นำอิหร่านยังไม่มีใครออกมาประกาศสงครามอย่างเป็นทางการเลย ทั้งที่สิ่งที่เราเห็นหลายอย่างดูเหมือนสงครามเต็มรูปแบบ
นี่จึงทำให้ผมตั้งคำถามเล่น ๆ ครับว่า นี่มันคือ “สงครามลวงโลก” หรือเปล่า แต่พอคิดดี ๆ ผมว่าอาจไม่ใช่ มันอาจเป็น สงครามจริง แต่เป็นสงครามแบบใหม่ มันเป็นสงครามที่ผู้นำประเทศต่าง ๆ พยายามทำทุกอย่างเหมือนสงคราม แต่ยังไม่มีการประกาศสงครามอย่างเป็นทางการ (War without Declaration) แม้การสู้รบจะมีลักษณะรุนแรงและข้ามพรหมแดนแล้ว
ทำไมถึงเป็นแบบนั้นครับ คำตอบง่าย ๆ คือ ในทางกฎหมาย กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศเริ่มมีผลเมื่อการสู้รบถึงระดับความขัดแย้งด้วยอาวุธ (armed conflict) อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องรอการประกาศสงคราม แต่ในทางการเมือง หากมีการประกาศสงครามอย่างเป็นทางการ แรงกดดันต่อประเทศพันธมิตรของแต่ละฝ่าย ตลาดการเงิน ตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์ เศรษฐกิจโลก และการทูตระหว่างประเทศ จะรุนแรงขึ้นทันที และอาจทำให้สถานการณ์ลุกลามเร็วกว่าที่ใครจะควบคุมได้
ผู้นำประเทศจึงเลือกใช้คำอื่นแทน เช่น “ปฏิบัติการทางทหาร” “การป้องกันตนเอง” หรือ “การรักษาความมั่นคง” ฟังดูเหมือนเรื่องจำกัดวง แต่ในความเป็นจริงนะครับ บางครั้งมันคือ สงครามเต็มรูปแบบ เพียงแต่ ไม่เรียกว่า “สงคราม”
ในวงการยุทธศาสตร์ สิ่งนี้เรียกว่า การควบคุมการไต่ระดับความรุนแรงของการสู้รบ (Escalation Control) คือ โจมตีได้ ตอบโต้ได้ แต่พยายามไม่ให้สถานการณ์ลุกลามจนควบคุมไม่ได้ ครับ
ผมเคยมีโอกาสศึกษาเรื่องยุทธศาสตร์ ร่วมกับนายทหารจาก Joint Chiefs of Staff (JCS) เพนตากอน กระทรวงกลาโหม สหรัฐอเมริกาและคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ วอชิงตัน ดีซี มีบทเรียนหนึ่งที่ผมจำได้ดีมากเขาบอกว่า ประเทศที่ชนะสงครามไม่ได้ชนะเพราะยิงได้แม่นกว่า แต่ชนะเพราะรู้ว่า ต้องหยุดเมื่อไร
ถ้ามองในมุมนี้นะครับ สิ่งที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลางตอนนี้อาจไม่ใช่แค่การสู้รบแต่มันคือ เกมการคุมระดับความรุนแรงทุกฝ่ายต้องการแสดงพลังแต่ไม่มีใครอยากให้สถานการณ์หลุดมือ
และสิ่งที่ต้องระวังที่สุดในวิกฤตครั้งนี้อาจไม่ใช่แค่ขีปนาวุธ แต่คือการตีความเกินข้อมูลจริงเพราะเมื่อข้อสันนิษฐานของผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ สื่อมวลชนนำเอาการวิเคราะห์มาผสมปนเปกันถูกเล่าเหมือนข้อเท็จจริง สังคมจะตื่นตระหนกเร็วกว่าเหตุการณ์จริงเสียอีก
ถ้ามองในเชิงยุทธศาสตร์ สถานการณ์อิสราเอลกับอิหร่านรอบนี้ ดูเป็นเกมของการกดดันทางยุทธศาสตร์มากกว่าสูตรล้มระบอบในระยะสั้น กล่าวคือ สหรัฐและอิสราเอลดูเหมือนกำลังใช้แรงกดดันทางทหารเพื่อลดขีดความสามารถของอิหร่าน และเพิ่มแรงต่อรองทางการเมือง มากกว่าจะมีหลักฐานชัดเจนว่ากำลังเดินหน้าสู่ regime change โดยตรง
แม้ผู้นำสหรัฐบางครั้งจะส่งสัญญาณแข็งกร้าวแต่รายงานจากฝ่ายความมั่นคงของสหรัฐเองก็สะท้อนว่าเจ้าหน้าที่จำนวนไม่น้อยยังไม่เชื่อว่าการโจมตีทางทหารจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงระบอบได้ง่าย
ขณะเดียวกัน จีนและรัสเซียต่างวิจารณ์การโจมตีของสหรัฐและอิสราเอลและเรียกร้องให้ลดความตึงเครียด แต่ทั้งจีนและรัสเซียก็ยังไม่เปิดหน้าเข้าช่วยทางทหารแก่อิหร่านโดยตรง เพราะต่างมีผลประโยชน์ของตนเองต้องรักษา จีนต้องคำนึงถึงเสถียรภาพด้านพลังงานและการค้าโลก ขณะที่รัสเซียได้ประโยชน์ทางอ้อมจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น และการที่ความสนใจของตะวันตกบางส่วนถูกดึงออกจากยูเครน
นี่คือธรรมชาติของภูมิรัฐศาสตร์โลกที่บางครั้งผู้ได้ประโยชน์ที่สุดอาจไม่ใช่ฝ่ายที่กำลังยิงกันอยู่และในโลกยุคนี้
สมรภูมิไม่ได้อยู่แค่ในสนามรบ มันอยู่ในตลาดพลังงาน ตลาดการเงิน ไซเบอร์สเปซ และข้อมูลข่าวสาร ที่บางครั้ง ขีปนาวุธหนึ่งลูกอาจทำให้ราคาน้ำมันโลกเปลี่ยน ข่าวหนึ่งข่าว อาจทำให้ตลาดหุ้นทั้งโลกสั่น
ดังนั้นสิ่งที่อันตรายที่สุด อาจไม่ใช่ขีปนาวุธ แต่อาจเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อนและความตื่นตระหนกของผู้คน
สำหรับประเทศไทย สิ่งสำคัญที่สุดจึงไม่ใช่การตื่นตระหนก แต่คือการเตรียมประเทศและประชาชนให้พร้อมรับความเสี่ยงในหลายมิติ
ทั้งเรื่อง (1) พลังงาน ต้องเน้นไปที่ LNG ทั้ง ๆ ที่คนไทยส่วนใหญ่มองไปที่หัวจ่ายน้ำมัน ดีเซล ในปั๊มน้ำมัน คนไทยทั้งประเทศควรพิจารณาด้วยว่า ความเสี่ยงด้านพลังงานของไทยไม่ได้อยู่แค่น้ำมันสำเร็จรูปแต่รวมถึงก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่เชื่อมกับตลาดโลกและเส้นทางเดินเรือสำคัญ
(2) เศรษฐกิจ ที่สั่นคลอนจากสภาวะเศรษฐกิจปกติที่เงินหายากอยู่แล้ว มาเจอวิกฤตตะวันออกกลาง และการสู้รบชายแดนไทยกัมพูชาซ้ำเติมอีก
(3) ความมั่นคงไซเบอร์ ที่กำลังถูกโจมตีทั้งที่เปิดเผยและไม่เปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนไม่ปลอดภัย แก๊งสแกมเมอร์ยังแสดงอิทธิฤทธิ์หลอกลวงประชาชนอยู่ไม่หยุดยั้ง
และ (4) การสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องถูกมองข้าม แต่ข่าวลวงหลอกได้รับความสนใจและถูกติดตามมากกว่า
เหล่านี้คือหัวข้อหลัก ๆ ที่ประเทศไทยต้องเตรียมพร้อมรับมือ ตอบโต้ ลดผลกระทบ และฟื้นฟู เพราะในโลกที่เชื่อมโยงกันมากกว่าที่เคย ไฟของสงครามที่ลุกขึ้นในที่หนึ่งย่อมส่งแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลก
สุดท้ายแล้ว ผมคิดแบบนี้ครับว่า
คำถามสำคัญที่สุด อาจไม่ใช่ว่า ใครจะชนะสงคราม
แต่เป็นคำถามที่ว่า โลกจะหยุดสงครามได้ก่อนที่สงครามจะหยุดโลกหรือไม่
—– ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'จตุพร' ซัดกลุ่มทุนอย่าแอบกอบโกยขึ้นราคาสินค้าช่วงสงคราม
นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊กไลฟ์รายการแนวโน้มสงคราม ส่อขยายผลถล่มคลังน้ำมัน กระทบไทยเต็มๆ ซัดกลุ่มทุนอย่าแอบกอยโกยขึ้นราคา
'เทพไท' แจกแจงเอกสิทธิ์ ส.ส. ชี้จะใช้อย่างไรขึ้นอยู่กับจิตสำนึก
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปพร้อมเนื้อหาบนเฟซบุ๊กในหัวข้อ
'นักรัฐศาสตร์' ชี้สถานการณ์พลังงานไทยยังไม่ใช่วิกฤต เชื่อรัฐบาลบริหารเกมประคองสถานการณ์ได้
ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น อาจารย์ประจำภาควิชาการบริหารและจัดการเมือง วิทยาลัยพัฒนามหานคร มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ให้ความเห็นต่อสถานการณ์พลังงานของประเทศไทย ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางว่า ภาพรวมที่เกิดขึ้นในขณะนี้ยังไม่อาจเรียกว่า “
อดีตผู้พิพากษา เจาะลึกความคุ้มกัน สส. กับคดีอาญา
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊ก
กรมการกงสุลฯ พร้อมอพยพคนไทยจากอิหร่าน
กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เผยความคืบหน้าในการอพยพคนไทยออกจากประเท

