'เทพไท' แจกแจงเอกสิทธิ์ ส.ส. ชี้จะใช้อย่างไรขึ้นอยู่กับจิตสำนึก

8 มี.ค. 2569 – นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปพร้อมเนื้อหาบนเฟซบุ๊กในหัวข้อ

เอกสิทธิ์ ส.ส. ขึ้นอยู่กับจิตสำนึกของส.ส.

ทุกครั้งที่ผู้ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือส.ส.มีคดีความ มีหมายเรียก มีหมายจับ หรือต้องไปสู้คดีในศาล ก็จะมีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงเอกสิทธิ์ของส.ส.ว่า ควรจะมีต่อไป หรือจะยกเลิกหรือไม่ มีหลายคนมองว่า เอกสิทธิ์ส.ส.เป็นอภิสิทธิ์ของส.ส.ในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งความจริงนั้น เจตนารมณ์ของการคุ้มครองผู้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชน คือ ส.ส.เกิดมาจากในยุคสมัยอดีตที่มีการกลั่นแกล้ง มีการปิดปาก มีการเล่นงานผู้มีตำแหน่งส.ส.จากผู้ปกครอง มี2เรื่องที่เป็นเอกสิทธิ์ของส.ส.ที่สืบทอดกันมา ตั้งแต่ยุคที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คือ

1.เอกสิทธิ์ส.ส.ในการอภิปราย ซึ่งเดิมมีเอกสิทธิ์คุ้มครองส.ส.เต็มที่ จะอภิปรายพาดพิงถึงใคร ก็ไม่สามารถฟ้องร้องได้ จนมาถึงยุคปี 2518 และปี 2519 การประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีการถ่ายทอดสดผ่านสถานีวิทยุแห่งประเทศไทย ทำให้คำอภิปรายของส.ส.อาจพาดพิงไปยังบุคคลภายนอก อาจได้รับความเสียหายได้ แต่ไม่สามารถฟ้องร้องได้ จึงมีการแก้ไขกฎหมาย คือถ้ามีการถ่ายทอดสด บุคคลภายนอกสามารถฟ้องร้องได้ ถ้าหากได้รับความเสียหาย แต่เจตนารมณ์ของเอกสิทธิ์ข้อนี้ คือต้องการให้ส.ส.ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ อภิปรายอย่างตรงไปตรงมา และอภิปรายได้อย่างเปิดเผย ไม่ต้องกลัวการฟ้องดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาท สามารถซักฟอกฝ่ายบริหาร หรือรัฐมนตรีที่มีพฤติกรรมไปเกี่ยวข้องกับบุคคลภายนอก เจตนารมณ์ คือไม่ต้องการให้มีการฟ้องปิดปาก จึงให้สิทธิ์ผู้ทำหน้าที่ส.ส.ในฐานะผู้แทนปวงชนชาวไทย ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที แต่ในยุคปัจจุบัน การอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรมีการนำไปเผยแพร่ผ่านสื่อโซเชียล และผ่านสื่อต่างๆอย่างแพร่หลาย ซึ่งอาจทำให้บุคคลภายนอก ที่ไม่มีโอกาสมาชี้แจงข้อเท็จจริงในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เกิดความเสียหาย กฎหมายจึงเปิดให้มีสิทธิ์ฟ้องร้องได้ จึงทำให้การทำหน้าที่ส.ส.ในการอภิปราย ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ

2.เอกสิทธิ์ในการดำเนินคดีในระหว่างสมัยประชุม เจตนารมณ์ของกฎหมายข้อนี้ เนื่องจากในอดีตที่ผ่านมา มีการต่อสู้กันระหว่างฝ่ายบริหารที่มาจากอำนาจเผด็จการ กับฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งในยุคนั้นถ้าหากจะมีการกลั่นแกล้งกันในประเด็นที่ต้องการที่จะเอาชนะมติในสภาผู้แทนราษฎร ก็อาจจะถูกกลั่นแกล้ง โดยการจับกุม หรือคุมขังผู้ทำหน้าที่ส.ส. เพื่อไม่ให้อภิปราย เพื่อไม่ให้โหวตลงมติ หรือเพื่อไม่ให้ทำหน้าที่ส.ส.ในสภาผู้แทนราษฎรเพื่อขัดขวางกฎหมาย จึงออกกฎหมายคุ้มครองผู้ทำหน้าที่ส.ส.ในสมัยประชุมว่า ไม่สามารถที่จะจับกุม คุมขัง หรือดำเนินคดีได้ ต่อมามีส.ส.ถูกดำเนินคดีถูกฟ้องร้อง ออกหมายเรียก ออกหมายจับหลายครั้ง ซึ่งต้องขออนุญาตต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอมติส่งตัวส.ส.ไปดำเนินคดีหรือไปสู้คดี แต่ที่ผ่านมา ประเพณีปฏิบัติ คือที่ประชุมไม่อนุญาตให้ส.ส.คนใดไปสู้คดีในศาล หรือถูกจับกุมเลย เว้นแต่ส.ส.ผู้นั้นขอสงวนสิทธิ์ หรือขออนุญาตจากที่ประชุมให้อนุมัติไปสู้คดี ซึ่งเป็นความสมัครใจ

ในตอนนี้ได้มีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับส.ส.บางคนถูกดำเนินคดี ถูกหมายเรียก ซึ่งมีการอาศัยเอกสิทธิ์ส.ส.คุ้มครอง จึงมีการบ่ายเบี่ยง โดยความเป็นจริงและเจตนารมณ์ของกฎหมายข้อนี้ การมีเอกสิทธิ์คุ้มครอง เพื่อไม่ให้มีการกลั่นแกล้งผู้ทำหน้าที่ส.ส. ในประเด็นปัญหาทางการเมือง หรือถูกคดีความทางการเมือง แต่คดีความทั่วไป คดีส่วนตัว เป็นสิทธิ์ของส.ส.ผู้นั้น จะมีสามัญสำนึกหรือจิตสำนึก จะใช้เอกสิทธิ์ของส.ส.คุ้มครองหรือไม่ หรือจะมีสปิริต ไม่ใช้เอกสิทธิ์คุ้มครอง พร้อมขออนุญาตต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อไปสู้คดีด้วยตัวเอง ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เป็นเรื่องที่น่าชื่นชม

ในฐานะที่เคยเป็นนักการเมืองมาก่อน เห็นว่าเอกสิทธิ์คุ้มครองส.ส.ทั้ง2เรื่องนี้ ควรจะดำรงอยู่ต่อไป ไม่ควรจะยกเลิก เพราะจะไปกระทบต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือส.ส. ที่ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา และทำหน้าที่โดยสุจริต ส.ส.คนใด ที่ถูกคดีความที่ไม่เกี่ยวกับการปฎิบัติหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร ก็ต้องเรียกร้องจิตสำนึกให้สละเอกสิทธิ์ ซึ่งเป็นสิทธิ์ส่วนบุคคลที่สามารถทำได้ สังคมไม่ควรเรียกร้องให้ยกเลิกเอกสิทธิ์คุ้มครองส.ส. เพราะจะทำให้เจตนารมณ์ที่แท้จริงของการมีกฎหมาย2ข้อนี้เสียไป และจะทำให้การปฎิบัติหน้าที่ของส.ส.ที่สุจริต อาจได้รับผลกระทบไปด้วย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คุมตัว 'โทน บางแค' สอบปากคำคดีฉ้อโกงประชาชน เจ้าตัวยันไม่ได้หนีพร้อมสู้คดี

พ.ต.อ.จำนาญ จันทร์เทศ ผกก.4 บก.ปอศ. พร้อมกำลังนำหมายศาลอาญา เข้าจับกุมตัวนายโทนทอง สุขแก่น หรือ โทน บางแค เซียนพระชื่อดัง ข้อหา “ฉ้อโกงประชาชน” ที่บ้านพักย่านบางกรวย จ.นนทบุรี หลังจากช่วงกลางดึกของวันที่ 5 สิงหาคม ที่ผ่านมาโทน บางแค ได้ไหวตัวทันหลบหนีออกจากบ้านพักก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าปฏิบัติการในช่วงเช้าของวันนี้ (6ส.ค.)

สตม.ตะครุบบอสใหญ่มาเฟียรัสเซีย หนีหมายจับผู้ร้ายข้ามแดน

สตม.เปิดปฏิบัติการบุกจับชายชาวรัสเซีย ผู้ต้องหาตามหมายจับผู้ร้ายข้ามแดนและถูกกล่าวหาเป็นผู้นำองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติรายใหญ่ของรัสเซีย หลังสืบทราบหลบซ่อนตัวอยู่ในจังหวัดภูเก็ต พร้อมพบอยู่ในราชอาณาจักรเกิ

'เทพไท' ยุ 'ยิ่งชีพ' อย่าอ้อนวอน ต้องท้าทายภูมิใจไทยฟ้องให้ไว!

‘เทพไท เสนพงศ์’ มองการที่พรรคภูมิใจไทยประกาศฟ้อง ‘ยิ่งชีพ อัชฌานนท์’ อาจไม่ใช่การฟ้องปิดปาก แต่เป็นโอกาสให้ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานในคดีฮั้ว สว. จากสำนวน DSI ถูกนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาล พร้อมแนะ ‘ยิ่งชีพ’ ไม่ต้องอ้อนวอน แต่ควรท้าทายให้เร่งฟ้อง เพื่อให้ความจริงปรากฏต่อสาธารณชน.

รวบแฮกเกอร์ จบ ป.6 ใช้ AI สอนวิธีเจาะระบบแพลตฟอร์มเติมเงินเกมออนไลน์ ดูดเงิน 2 แสน พบมี 5 หมายจับ

เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.5 นำโดย พ.ต.ต.ธีรพงศ์ ศรีสมัย สว.กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.5 นำกำลังสนธิร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.8 นำหมายค้นศาลจังหวัดภูเก็ตที่ 175/2569 ลง 15 ก.ค.69

ทนาย 'โค้ชเจมส์' โวย 'ดีเอสไอ' ชิงออกหมายจับคดี Forex ทั้งที่นัดชี้แจง 24 ก.ค. ไม่ได้หลบหนี

ทนาย “โค้ชเจมส์” ร้องขอความเป็นธรรม หลังดีเอสไอชิงออกหมายจับคดี Forex ทั้งที่นัดเข้าชี้แจง 24 ก.ค. ยันลูกความบินกลับจากดูไบหลังรู้ข่าว ไม่ได้หนี-ประสานมอบตัวคาสนามบิน พร้อมสู้คดีปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา หวั่นซ้ำรอย “ดีเจแมน-ใบเตย” ยกฟ้องแต่ต้องติดคุกฟรีนับปี

'ชนนพัฒฐ์' ดอดพบดีเอสไอ ให้ปากคำคดีเว็บพนัน หลังปิดสมัยประชุมสภาฯ

สส.ชนนพัฒฐ์ ดอดเข้ารับทราบข้อหาดีเอสไอ อั้งยี่-องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ จากมูลฐานคดีเว็บพนัน ด้านพนักงานสอบสวน ยืนยัน ภายหลังเจ้าตัวเข้ารับทราบข้อกล่าวหา ต้องสอบสวนปากคำเพิ่มเติมตามประเด็นทางคดี