นักวิชาการ “ไขข้อเท็จจริงพลังงานไทย” เปิดข้อเท็จจริงที่โซเชียลไม่พูดถึง งัดข้อมูลวิชาการ กระเทาะเปลือก “โครงสร้างน้ำมันไทย“ อยู่ภายใต้ระบบสัมปทาน เอกชนลงทุน-รัฐจัดเก็บรายได้ พร้อมชี้น้ำมันแพง เพราะโครงสร้างภาษี ไม่ใช่ต้นทุนกลั่น
30 มีนาคม 2569 - กระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องราคาน้ำมันในประเทศไทยที่แพร่กระจายในโลกออนไลน์ขณะนี้กำลังถูกตั้งคำถามถึงความถูกต้อง หลังมีการเผยแพร่ข้อมูลคลาดเคลื่อนจำนวนมาก ซึ่งอาจสร้างความเข้าใจผิดในสังคม
นายพีระชาติ อินตา นักวิชาการด้านความมั่นคงและอดีตทหารอากาศ โพสต์เฟสบุ๊ก แสดงความคิดเห็นถึงการตั้งข้อสังเกต และวิพากษ์วิจารณ์ของสังคมไทยโดยขาดความรู้ที่แท้จริง จนอาจสร้างความเข้าใจผิดและนำไปสู่ความแตกแยกได้ พร้อมเปิดเผยข้อมูลอีกด้านหนึ่ง ที่รวบรวมข้อมูลเชิงวิชาการจากหน่วยงานภาครัฐ เพื่ออธิบายโครงสร้างพลังงานไทยอย่างเป็นระบบ ใจความตอนหนึ่งระบุว่า การดำเนินธุรกิจปิโตรเลียมของไทยอยู่ภายใต้ “ระบบสัมปทาน” ตามกฎหมาย ซึ่งเปิดให้เอกชนเป็นผู้ลงทุนสำรวจและผลิต โดยรัฐไม่ได้ร่วมลงทุน แต่จะได้รับผลตอบแทนในรูปของค่าภาคหลวงและภาษี เพื่อนำเข้าสู่รายได้แผ่นดิน
สำหรับประเด็นที่สังคมตั้งคำถามว่า เหตุใดประเทศไทยมีแหล่งน้ำมันดิบ แต่ยังต้องนำเข้า และไม่สามารถกลั่นใช้เองได้ทั้งหมดนั้น ข้อมูลระบุว่า โรงกลั่นในไทยส่วนใหญ่ออกแบบมาเพื่อรองรับน้ำมันดิบจากตะวันออกกลาง ขณะที่น้ำมันดิบบางส่วนในอ่าวไทยมีสารปรอทปนเปื้อนในระดับสูง ซึ่งอาจสร้างความเสียหายต่อเครื่องจักร หากไม่มีระบบกำจัดเฉพาะทางรองรับ ด้วยเหตุนี้น้ำมันดิบบางประเภทจึงถูกส่งออกไปยังต่างประเทศที่มีเทคโนโลยีรองรับ ก่อนนำรายได้กลับมาซื้อน้ำมันดิบที่เหมาะสมกับโรงกลั่นในประเทศ ซึ่งถือเป็นแนวทางที่คุ้มค่าในเชิงเศรษฐศาสตร์
นอกจากนี้ ยังมีคำชี้แจงถึงกรณีราคาน้ำมันในประเทศที่สูงกว่าบางประเทศ แม้จะมาจากโรงกลั่นเดียวกัน โดยระบุว่า ราคาหน้าโรงกลั่นมีมาตรฐานใกล้เคียงกัน แต่ราคาขายปลีกในประเทศจะรวมภาษีสรรพสามิต และเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐ ขณะที่การส่งออกจะไม่มีการรวมภาษีดังกล่าวตามหลักสากล
ในส่วนของการส่งออกน้ำมันไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เช่น สปป.ลาว ข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระบุว่า เป็นการส่งออก “น้ำมันสำเร็จรูป” ไม่ใช่น้ำมันดิบ เนื่องจากลาวไม่มีโรงกลั่น จึงต้องพึ่งพาการนำเข้าจากไทย ซึ่งถือเป็นการสร้างรายได้ให้ประเทศ
ขณะเดียวกัน ระบบการตรวจวัดปริมาณปิโตรเลียมของไทยใช้มาตรฐานสากล หรือ Fiscal Metering System ที่สามารถตรวจสอบได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีทั้งภาครัฐและผู้ร่วมทุนร่วมตรวจสอบ เพื่อความโปร่งใสในการจัดเก็บรายได้
ทั้งนี้ นักวิชาการท่านนี้ย้ำว่า การตรวจสอบข้อมูลด้านพลังงานเป็นสิ่งสำคัญ แต่ควรอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง เพื่อป้องกันการบิดเบือนที่อาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดและความขัดแย้งในสังคม พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะในประเด็นที่มีความซับซ้อนทางเทคนิคและเศรษฐกิจ เช่น โครงสร้างพลังงานของประเทศ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ศบก. เผยหน่วยความมั่นคง จับตาม็อบต่างชาติส่อใช้ไทยเป็นพื้นที่พักพิง หวั่นชักศึกเข้าบ้าน
ศบก. เผย มีน้ำมันเข้าสู่ตลาด 128 ล้านลิตร เพียงพอช่วงสงกรานต์ จับตาการเคลื่อนไหวชุมนุมของกลุ่มสนับสนุนประเทศสหรัฐ-อิหร่าน อย่างใกล้ชิด
'พลังงาน' เร่งระบายน้ำมันสำรอง หลังยอดใช้ดีเซลพุ่งสูง ยังไม่ได้หารือลดภาษีสรรพสามิต
นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงาน แถลงภายหลังการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ว่า ในวันนี้ (30 มี.ค.) ศบก.ได้รับทราบรายงานสถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงล่าสุดของประเทศ
'อนุทิน' รับไม่ให้ 'พิพัฒน์' ลาออก ศบก. มั่นใจไร้ผลประโยชน์ทับซ้อนวิกฤตน้ำมัน
"อนุทิน" เบรก "พิพัฒน์" ยื่นลาออก ผอ.ศบก. มั่นใจไม่มีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนใดๆทั้งสิ้น การันตีไม่มีทางยอมให้เกิดขึ้นแน่นอน หากทำผิดยังไงก็รู้ เมิน "พีระพันธุ์" วิจารณ์พลังงาน ชี้พูดในฐานะอดีตรมต.พร้อมรับฟัง แต่รัฐบาลจะตัดสินใจเอง ย้ำไทยยังไม่ถึงขั้นประกาศภาวะฉุกเฉินพลังงาน มีพอบริการปชช.ขอช่วยกันประหยัด
เปิดตัว 'โบว์ ณัฏฐา' รับบทโฆษก ศบก. แถลงวิกฤตพลังงาน-สงคราม ลุยโต้เฟกนิวส์
ที่ประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง(ศบก.) ทำเนียบรัฐบาล ได้รายงานว่า นายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ทำหน้าที่โฆษก ศบก.
'พีระพันธุ์' ชี้ช่องพาณิชย์ใช้อำนาจควบคุมราคาน้ำมัน อย่าอ้างคำพิพากษาศาลปกครองที่สิ้นผลบังคับใช้ไปแล้ว
"พีระพันธุ์" ชี้ช่องกฎหมายหนุนพาณิชย์ดูแลราคาน้ำมัน ติงคำพิพากษาศาลปกครองเดิมใช้บังคับปัจจุบันไม่ได้ ยัน กกร. มีอำนาจคุมราคาน้ำมัน แนะนายกฯ ใช้อำนาจ พ.ร.ก. ช่วยเหลือประชาชนฝ่าวิกฤตเร่งด่วน
ผู้ประกอบการสับไม้ ส่งโรงผลิตไฟฟ้าชีวมวล สู้น้ำมันแพงไม่ไหว หยุดวิ่งแล้วหลายคัน
ผู้ประกอบการรับซื้อไม้เบญจพรรณและไม้ยางพารา จากเกษตรกรที่บุรีรัมย์ เพื่อสับส่งโรงงานผลิตไฟฟ้าชีวมวลที่ใช้น้ำมันดีเซลวันละกว่า 300 ลิตร ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากวิกฤตน้ำมันแพงแตะลิตรละ 40 บาท รถบรรทุกไม้ส่งโรงงานหยุดวิ่งหลายคัน แบกรับต้นทุนไม่ไหว วอนรัฐบาลเร่งแก้ปัญหา เพราะหากไปต่อไม่ได้จนถึงขั้นต้องหยุดกิจการ ก็จะกระทบกับเกษตรกรไม่มีที่ขายไม้

