การออกแบบและขับเคลื่อนนโยบาย ปัจจัยสู่ความสำเร็จ

การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่คาดว่าจะมีขึ้นในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2565 เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้นว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด ความร้อนแรงของว่าที่ผู้สมัครรับการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่เริ่มเปิดตัวกันมาระยะหนึ่ง นำมาสู่การนำเสนอนโยบายด้านต่างๆ ออกสู่สาธารณะมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นนโยบายที่เกี่ยวข้องกับปากท้อง คุณภาพชีวิต การศึกษา สาธารณสุข สิ่งแวดล้อม การพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐาน รวมถึงการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีส่วนในการพัฒนาให้แก่ชาวกรุงเทพมหานคร การนำเสนอนโยบายเหล่านี้เป็นการฉายภาพให้เห็นถึงสิ่งที่ผู้สมัครจะสื่อสารให้ชาวกรุงเทพฯ ที่มีสิทธิ์เลือกตั้งได้ตัดสินใจเลือกผู้สมัครที่เสนอนโยบายตรงใจได้เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 

การพิจารณาผู้สมัครนอกจากคุณสมบัติที่เหมาะสมกับตำแหน่งแล้ว ยังควรพิจารณานโยบายที่นำเสนอโดยเฉพาะประเด็นของการขับเคลื่อนนโยบายให้เกิดผลสำเร็จ เพื่อจะได้ไม่เป็นเพียงนโยบายวาดฝัน แต่เมื่อเข้ามาปฏิบัติจริงไม่สามารถผลักดันให้เกิดผลสัมฤทธิของนโยบายได้ ดังเช่นหลายนโยบายของนักการเมืองและพรรคการเมืองที่ผ่านมา เมื่อได้รับการเลือกตั้งเข้ามาเป็นรัฐบาล แต่ไม่สามารถดำเนินนโยบายที่เสนอไว้ในตอนหาเสียงได้

การดำเนินนโยบายอย่างมีประสิทธิผล การขับเคลื่อนนโยบายเป็นช่วงที่สำคัญที่สุดหลังการกำหนดนโยบาย โดยอาจมองขั้นตอนของการขับเคลื่อนตามนโยบายว่าเป็นแกนหลักของกระบวนการนโยบาย เป็นวิธีการหลักในการแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติ ปัจจัยหลักสำหรับการดำเนินนโยบายอย่างมีประสิทธิผล เพื่อให้บรรลุผลสัมฤทธิตามคาดหวังอาจพิจารณาถึง (1) การออกแบบนโยบาย (2) ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและการมีส่วนร่วม (3) บริบทเชิงสถาบันและสังคม และ (4) กลยุทธ์การนำนโยบายไปปฏิบัติ

การออกแบบนโยบาย เป็นขั้นตอนของการกำหนดกรอบตรรกะที่เชื่อมโยงระหว่างประเด็นนโยบายและแนวทางแก้ไข และความเป็นไปได้ของแนวทางที่เสนอ ซึ่งส่วนใหญ่จะกำหนดว่าจะบังคับใช้นโยบายได้หรือไม่และทำอย่างไร การออกแบบนโยบายจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตอบสนองต่อความต้องการหรือการรับรู้ถึงความต้องการที่จำเป็น โดยต้องมีตรรกะของนโยบายที่มีความชัดเจนของวัตถุประสงค์นโยบาย ลำดับความสำคัญของนโยบาย และผลกระทบและความพร้อมที่มีต่อระดับการปฏิบัติงานที่หน่วยงานดำเนินการ  

ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและการมีส่วนร่วม

นอกจากนั้น ในกระบวนการออกแบบนโยบายควรดึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อการกำหนดประเด็นปัญหาและนโยบายที่ชัดเจน และตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย การออกแบบนโยบายหากมิได้เชื่อมโยงกับกลุ่ม      

ผู้รับประโยชน์และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอาจทำให้กระบวนการขับเคลื่อนนโยบายไม่ได้รับการยอมรับ และเกิดเป็นประเด็นปัญหาและไม่เกิดผลสัมฤทธิตามที่คาดหวังได้ 

บริบทเชิงสถาบันและสังคม

ประเด็นเกี่ยวข้องเชิงสถาบันและข้อจำกัดทางสังคมทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ ที่อาจส่งผลต่อการดำเนินนโยบาย ควรต้องนำมาพิจารณาควบคู่ไปพร้อมในกระบวนการออกแบบนโยบาย เพื่อใช้ประโยชน์จากบริบทที่เป็นอยู่มาเอื้อต่อการขับเคลื่อนนโยบาย และลดข้อจำกัดเชิงสถาบันและทางสังคมให้ลดน้อยลงได้ 

กลยุทธ์การนำนโยบายไปปฏิบัติ

กลยุทธ์การนำนโยบายไปปฏิบัติ หมายถึง การวางแผนปฏิบัติการที่ชี้กระบวนการเพื่อให้นโยบายมีผลใช้บังคับ โดยมีปัจจัยที่จะช่วยให้นำนโยบายไปปฏิบัติและเกิดผลสัมฤทธิ์ ได้แก่ (1) วัตถุประสงค์ของนโยบายมีความชัดเจน (2) นโยบายมีหลักการที่เป็นไปตามหลักเหตุและผล (3) กระบวนการในการนำไปปฏิบัติมีการจัดวางโครงสร้างอย่างเพียงพอต่อการขับเคลื่อน (4) การดำเนินการของเจ้าหน้าที่มุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมาย (5) กลุ่มผู้รับประโยชน์ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติให้การสนับสนุน และ (6) นโยบายไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่เป็นผลเสียในเงื่อนไขตามกรอบของเศรษฐกิจและสังคม

นอกจากนั้นอาจพิจารณาปัจจัยประกอบอื่นต่อการออกแบบและขับเคลื่อนนโยบาย ได้แก่ (1) แนวทางและการวางแผนที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งอาจต้องแสดงกิจกรรมของการขับเคลื่อนนโยบาย (2) ทัศนคติเชิงบวก ความมุ่งมั่น เจตจำนงทางการเมืองและการบริหารที่เป็นรูปธรรมและมองเห็นได้ในการดำเนินนโยบาย รวมถึงความกระตือรือร้น แรงจูงใจส่วนบุคคลและทีมที่มีความเชื่อที่แท้จริงต่อนโยบาย (3) พฤติกรรมการทำงานร่วมกันระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของนโยบาย การพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างกันที่เข้มแข็ง และความเต็มใจที่จะแบ่งปันทักษะและข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการขับเคลื่อนนโยบาย (4) การสร้างเครือข่าย เพื่อการจัดหาทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และ (5) ภาวะผู้นำ ความสามารถในการพัฒนาและสั่งการตามวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนและอำนาจหน้าที่ที่ชอบด้วยกฎหมาย 

จะเห็นได้ว่า การนำเสนอนโยบายไม่ใช่เป็นเพียงการสร้างภาพให้เห็นว่านโยบายจะมีอะไรบ้าง แต่ควรมีการนำเสนอรายละเอียดที่จะสะท้อนความเป็นนโยบายที่ดี เปิดโอกาสให้ภาคประชาสังคมและภาควิชาการสามารถเข้าถึงข้อมูลและวิเคราะห์ถึงความเหมาะสมของนโยบายได้ รวมถึงความเป็นไปได้ในการขับเคลื่อนนโยบายให้เกิดผลสัมฤทธิ ประเด็นเหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญและท้าทายวิสัยทัศน์และความสามารถของผู้สมัคร รวมถึงผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งควรให้ความสำคัญกับประเด็นเหล่านี้ด้วย ไม่ใช่การพิจารณาเพียงความนิยมในตัวผู้สมัครหรือพรรคการเมืองของผู้สมัครเท่านั้น      

แต่อย่างไรก็ดี หากการขับเคลื่อนนโยบายที่นำเสนอไม่สัมฤทธิผล ก็จะส่งต่อผู้ได้รับการเลือกตั้งในประเด็นของการได้รับการไว้วางใจในการเลือกตั้งเข้ามาทำหน้าที่ในโอกาสถัดๆ ไป ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งสามารถใช้เป็นประเด็นในการพิจารณาร่วมด้วยได้ บางครั้งจึงอาจถูกมองว่าไม่ใช่ภาระของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในการพิจารณารายละเอียดของประเด็นนโยบายเท่าใดนัก แต่ทั้งนี้ สำหรับผู้สมัครแล้วการนำเสนอรายละเอียดในเรื่องที่จะนำเสนอจะช่วยทำให้เห็นถึงทิศทางการบริหารและโอกาสต่อความสำเร็จของนโยบายได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นข้อมูลที่สะท้อนความพร้อมในการเข้ามาทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี 

​การส่งเสริมบรรยากาศประชาธิปไตยมีความสัมพันธ์อย่างมากกับการให้โอกาสประชาชนในการเลือกนโยบายที่ “ดี” และเป็นไปได้ในการขับเคลื่อนให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ความท้าทายสำหรับผู้สมัครคือการนำเสนอนโยบายที่ดี ตรงกับความต้องการ และสะท้อนความเป็นไปได้ของนโยบายให้ประชาชนได้เข้าใจและสามารถใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจได้ ทั้งนี้ การดึงการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนทั้งภาคประชาสังคม ภาควิชาการ ภาคเอกชน และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เข้ามาสนับสนุนในการเกิดการออกแบบนโยบายที่ดี สะท้อนจุดแข็ง จุดอ่อน ใครได้ประโยชน์ ใครเสียประโยชน์ ต้นทุนทางตรง และต้นทุนค่าเสียโอกาสของการทำนโยบาย รวมถึงให้ความสำคัญกับแนวทางในการขับเคลื่อนเพื่อนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ หวังว่าวันหนึ่งจะได้เห็นบรรยากาศประชาธิปไตยที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมเช่นนี้ตั้งแต่ขั้นตอนของการเสนอนโยบาย และทำให้นโยบายเกิดผลสัมฤทธิ์ที่เป็นจริงมากกว่าจะเป็นการวาดฝันและฝันสลายไปในที่สุด

โดยรองศาสตราจารยย์ ดร.ณดา จันทร์สม คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และกลุ่มนโยบายสาธารณะเพื่อสังคมและธรรมาภิบาล

​ติดต่อผู้เขียน : [email protected]

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ชัชชาติ นำโด่งม้วนเดียวจบ สก.50 เขต ผลเลือกตั้ง ได้สภากทม."ส้ม-เขียว-แดง-ฟ้า"

สนามเลือกตั้งท้องถิ่น เมืองหลวง กรุงเทพมหานคร เริ่มคึกคักมากขึ้นเรื่อย ๆก่อนถึงวันเปิดรับสมัครผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร(สก.) ที่จะเริ่มรับสมัคร 28 พ.ค.และเลือกตั้งวันที่28 มิ.ย.

บทบาท .. “นายกรัฐมนตรี” ในภาวะเสี่ยง .. ของสังคมที่ถดถอย!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เช้านี้ (๕ พ.ค.๖๙) หลังจากบิณฑบาต ได้กลับมานั่งรอหมอนำบุรุษพยาบาลมาเจาะเลือดเพื่อตรวจค่าต่างๆ ที่ต้อง เฝ้าระวังความเสี่ยงในภาวะชีวิตเริ่มถดถอย... อันเนื่องจากความชราพยาธิกัดกิน ที่แสดงความเป็นจริงว่า.. ที่สุดแห่งชีวิต รูปนี้ย่อยสลายสูญสิ้น อันเป็นไปตามกฎธรรมชาติ..

แนะนำ 3 เว็บไซต์สำหรับผู้ต้องการอ่านบทความอาหารเพื่อสุขภาพ

ในปัจจุบันอาหารเพื่อสุขภาพ กลายเป็นหนึ่งในเทรนด์ที่มาแรงอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการลดน้ำหนัก การดูแลรูปร่าง หรือการป้องกันโรคในระยะยาว หลายคนเริ่มหันมาใส่ใจสิ่งที่กินมากขึ้น

“ทำดี .. ให้ลูก ทำถูก .. ให้หลาน” ส่งต่อมรดกความดีงาม .. ให้สังคม!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เทศกาลสงกรานต์ประเพณีไทย นับเป็นวันขึ้นปีใหม่ตามประเพณีโบราณ โดยมีความสำคัญหลักในการส่งผ่านความกตัญญูกตเวทีในวิถีวัฒนธรรม.. ด้วยการทำบุญสรงน้ำพระ.. รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่เพื่อขอพร ก่อเจดีย์ทรายในวัดวาอาราม... และการกลับคืนสู่ครอบครัวเพื่อแสดงถึงความรักสามัคคี เพื่อเริ่มต้นชีวิตอย่างมีมงคล

“ความดี.. (ที่ไม่จริง) .. เป็นสิ่งที่ดี” ในกระแสสังคม .. วิปลาสธรรม !!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา ในวิถีสังคมที่สับสนไปด้วยความลังเลสงสัยในสัจธรรม.. จึงได้เห็นปรากฏการณ์ “การทำอะไรเกินจริง” อยู่เสมอ จนเป็นที่มาของคำสั่งสอนว่า.. “อย่าทำอะไรเกินจริง” ที่หมายถึง พึงมีสติควบคุมจิต.. เพื่อรู้จักยับยั้งชั่งใจในการ คิด พูด ทำ สิ่งต่างๆ ที่ควรคำนึงถึง ความพอดี เหมาะสมกับความเป็นจริง ไม่นำไปสู่การบิดเบือน อยู่ภายในขอบเขตของธรรมและอรรถ และรู้จักประมาณตนว่า.. มีกำลังความสามารถที่ทำได้ตามความเป็นจริง..