กุญแจชีวิต ๓ ดอก.. “ใส่ใจ-เข้าใจ-วางใจ” เพื่อออกจากความทุกข์ทางใจ!!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ในสถานการณ์สุดโต่งของวิถีสังคมยุคดิจิทัล.. คนดีๆ จำนวนไม่น้อยปรารภถึงความรู้สึกที่ไม่สบายใจ.. กังวลใจ.. ทุกข์ใจ.. จน ภาวะจิต ออกอาการ ซึมเศร้า (Depression) อย่างไม่รู้ตัว.. อันเนื่องจากความกังวลใจ.. ที่เรื้อรัง ออกอาการไม่สบายใจในเรื่องราวต่างๆ ทางสังคมที่ รับรู้จนเกินขนาดที่จะรับได้ (Sensory Overload)

หลากหลายเรื่องราว แม้จะผ่านไปอย่างรวดเร็ว.. แต่ก็มีเรื่องใหม่ๆ เกิดขึ้นผ่านเข้ามาเสมอ แม้ไม่ใช่เรื่องที่ควรรับรู้.. ไม่ใช่เรื่องที่น่าเกี่ยวข้อง.. จนจิตใจไม่มีเวลาพักผ่อน เพื่อคืนกลับสู่ธรรมชาติที่ควรจะเป็นไป... ก่อเกิดภาวะจิตล้าหรือสมองล้า (Brain Fog)...

ยิ่งมีหน้าที่การงานต้องรับผิดชอบในความเกี่ยวข้องกับสังคมบ้านเมือง ก็ยิ่งวางใจได้ยาก.. ไม่รู้ก็ต้องรู้ ไม่เห็นก็ต้องเห็น.. ไม่คิดก็ไม่ได้.. จนภาวะจิตเริ่มเฉยชา เบื่อหน่าย กับความรู้สึกที่เกิดจากอาการรับรู้หลากหลายเรื่องราวที่ไม่ยอมจบสิ้น..

เรื่องการเมืองรกรุงรังจิตใจยังไม่พอ.. ยังมีเรื่องนักบวชทั้งหลาย ที่เสียรู้กิเลสให้ถือเพศบรรพชิตเข้ามาปรุงแต่งไปกับโลกวัตถุนิยม ก่อกรรมสืบสานวิบาก วุ่นวายไปกับการแสวงหา.. จนเกิดวัตถุธรรมมากมายที่ไร้สัตถุธรรม ดังเป็นข่าวฉาวโฉ่ให้เจ้าหน้าที่ต้องเข้าไปตรวจสอบ.. จนกลายเป็นข่าวใหญ่ กลบกระแสข่าวการเมืองที่กำลังร้อนแรง

..ดังข่าว ครูบา.. กับการบุกรุกป่า ส.ป.ก. ที่ยังไม่ทันเดินหน้าสอบสวนอย่างจริงจัง.. กลับมีข่าว “พระครู.. เจ้าอาวาสแถวบางกรวย นนทบุรี ที่มีความสัมพันธ์สนิทสนมแบบเกินความเป็นพระกับสีกาถึง ๖ คน..” ปรากฏ ..จึงยิ่งกระตุ้นให้ ข่าวพระ..ที่ไม่สร้างสรรค์ ให้ดังเข้าไปอีก.. ให้ดูเหมือนช่างเป็น ข่าวพระมาโปรด.. เพื่อกลบข่าวการเลือกตั้งที่กำลังตกเป็นจำเลยสังคม... จนต้องเอะใจ!.. ว่า ทำไม!!

แถมอีกข่าวของพระ.. เมื่อภิกษุผู้สูงวัย เดินเข้าไปใช้บริการนวดกับมาตุคาม (ผู้หญิง).. อย่างเต็มรูปแบบ เฉกเช่นบุรุษชายอาชาทั้งหลาย โดยไม่สนใจหน้าอินทร์หน้าพรหม หน้ายมบาลที่ไหน.. จึงอย่าได้พูดถึงสำนักพุทธฯ.. สมาคมใดๆ ให้ปวดต่อมลูกหมากเล่น... “นัตถิ ตัณหาสะมา นะที .. มันเป็นอย่างนั้น จริงๆ

เรื่องราวในแวดวงผ้ากาสา.. ที่เกิดคราวก่อนยังไม่สะเด็ดน้ำ.. ข่าวฉาวโฉ่ของพระก็ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาอีกคำรบ เพื่อกลบกระแสทุกข่าวสารในบ้านเมือง.. และเมื่อบวกกับข่าวคนใจร้ายใช้น้ำมันสาด เผาสุนัข ชื่อน้องมอลลี่ อ้างสาเหตุเกิดจากเข้าไปกัดไก่ชนในเล้าของตน จึงแก้ปัญหาด้วยการฆ่าทำลายอย่างโหดร้าย อันเนื่องจากความโกรธ.. ความคับแค้นใจ.. จึงหันเหความสนใจของสังคม ให้ออกห่างไปจากเรื่องการบ้าน-การเมืองแบบเทาๆ ไปได้พอประมาณ..

แต่ไม่ว่าจะเป็นข่าวสารในกระแสใด.. ที่สุดของเป้าหมายย่อมตกอยู่กับผู้เสพข่าวสาร ที่แปรเป็นอาหารหล่อเลี้ยงจิตให้เป็นไปตามสภาวธรรมจากเรื่องราวนั้นๆ.. ก่อเกิดเป็น มโนสัญเจตนาหาร หนึ่งในสี่ของอาหารที่ทรงอิทธิพลต่อการดำเนินชีวิตของสัตว์ทั้งหลาย.. ที่ต้องรับผลตามเจตนา (กรรม) นั้นๆ ในทุกความรู้สึกของจิตใจที่รับอารมณ์และเรื่องราวนั้นๆ..

มโนสัญเจตนาหาร.. จึงเป็นอาหารหล่อเลี้ยง ทุกขภพ ด้วยอกุศลเจตนา.. หล่อเลี้ยง สุคติภพ ด้วยกุศลเจตนา และหล่อเลี้ยง รูปภพ/อรูปภพ ด้วยอัปปนาเจตนา (ฌาน) ที่เกิดขึ้นตาม เจตนา (กรรม) ในขณะจิตที่รับรู้เสพคบกับอารมณ์ก่อเกิดความรู้สึกนั้นๆ.. ทั้งชอบใจ.. ไม่ชอบใจ.. หรือเฉยๆ.. ที่แปลงเป็น สุขเวทนา ทุกขเวทนา และอุเบกขาเวทนา.. เพื่อเป็นมโนสัญเจตนาหาร ที่ทำให้เกิด เจตนา (ปรุงแต่งกรรม) เพื่อเป็นปัจจัยให้เกิดภพต่อไป.. ในทุกครั้งที่จิตเกิดความจงใจคิด อันเกิดจากการไปรับอารมณ์.. แม้ไม่มีการกระทำภายนอก

จึงเป็นธรรมดาที่จะเกิดภาวะซึมเศร้าของจิต.. เนื่องจากการเสพความกังวลใจจากเรื่องราวต่างๆ มากเกินไป.. จนก่อเกิดความทุกข์ใจ.. ด้วยความไม่ได้ดังใจ.. ที่นำไปสู่ ภาวะความสิ้นยินดี (Anhedonia) ซึ่งเกิดจากการขาดการรับรู้ด้านบวก.. อันเป็นเหตุของ การเกิดภาวะล้มเหลวทางความรู้สึก (Dead Inside) .. ทั้งนี้ด้วยสาเหตุจากการรับรู้ที่ ขาดการใส่ใจ .. ขาดความเข้าใจ อย่างถูกต้องตามธรรม...

การสร้างความเข้าใจให้ถูกต้องตรงตามธรรมชาติของอารมณ์.. ธรรมชาติของเวทนา (ความรู้สึก).. และธรรมชาติของจิตใจ ที่เข้าไปเสพคบอารมณ์จนก่อเกิดความรู้สึกนั้น.. จึงนับเป็น สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจ ด้วยการใส่ใจอย่างมีสติปัญญา เพื่อนำไปสู่ความเข้าใจจริง ถูกต้องตรงตามความเป็นจริงที่เป็นธรรม.. จักได้นำไปสู่ การปลงใจให้ว่าง.. วางใจให้เป็น ในความรู้สึกที่เกิดจากการรับรู้เรื่องราวนั้นๆ ได้

การใส่ใจด้วยสติ+มนสิการ = โยนิโสมนสิการ.. จะนำไปสู่ความเข้าใจที่เป็นธรรม.. ไม่ขัดแย้งกฎธรรมชาติ ที่จะนำไปสู่การรู้เห็นตามความเป็นจริง.. อย่างมีปัญญา (ความเข้าใจ) ที่สามารถรู้เท่าทันความรู้สึก (เวทนา) จากการใส่ใจนั้นได้จริง.. เละจะนำไปสู่การวางใจให้เป็นกลางๆ ไม่ก่อเกิด อคติธรรม ได้อย่างไม่ติดขัด..

ทั้งนี้ จักต้องอาศัย กุญแจชีวิต ๓ ดอก ได้แก่ ความใส่ใจ.. ความเข้าใจ.. และความวางใจ เพื่อการแก้ปัญหาความทุกข์ใจ.. ความไม่สบายใจ อันเกิดจากการเข้าไปเสพรับอารมณ์ของจิต ที่ประกอบด้วย กิเลส (โลภะ.. โทสะ.. โมหะ) ที่มากเกินขนาด.. จนนำไปสู่การสูญเสียสภาวะการรู้เห็นตามความเป็นจริงในกฎธรรมชาติ ซึ่ง กุญแจชีวิต ๓ ดอก มีลักษณะธรรมดังนี้...

กุญแจชีวิตดอกที่ ๑ .. ได้แก่ ความใส่ใจ ที่ประกอบด้วย การพิจารณาโดยแยบคาย... (โยนิโสมนสิการ) ด้วยการใส่ใจอย่างมี สติและมนสิการ.. ไม่ใช่การใส่ใจเฉยๆ ที่ทำให้จิตไปรับอารมณ์.. และเสพคบกับอารมณ์นั้นๆ จนไหลไปตามกระแสความรู้สึก (อารมณ์) นั้น.. และพึงระลึกเสมอว่า.. ความใส่ใจคือจุดเริ่มต้นของการกำหนดรู้เท่าทันอารมณ์นั้นๆ.. เพื่อไม่เข้าไปหลงยึดในอารมณ์นั้น.. ฯลฯ

กุญแจชีวิตดอกที่ ๒ .. ได้แก่ ความเข้าใจ ที่เกิดขึ้นด้วยปัญญา.. อันเนื่องมาจากการโยนิโสมนสิการ (สติ+มนสิการ).. เป็นผลจาก กุญแจชีวิตดอกที่ ๑ ที่จะทำให้จิตใจเห็นตามความเป็นจริงในอารมณ์หรือเรื่องราวนั้นๆ จนเกิดความเห็นชอบ ถูกต้องตรงธรรม..

กุญแจชีวิตดอกที่ ๓ .. ได้แก่ ความวางใจ ซึ่งเป็นผลจาก การใส่ใจ.. การเข้าใจ ที่เกิดขึ้นด้วยสติและปัญญา.. ประกอบความเพียรชอบ (วิริยะ) จนสามารถ ปล่อยวาง มิให้ใจผูกให้ติดกับอารมณ์ความรู้สึกนั้นๆ ให้กลายเป็นทาสของอารมณ์นั้นๆ.. ให้สูญเสียคุณภาพชีวิตของความเป็นสัตว์ประเสริฐ.. ที่สำคัญจะ ไม่เฉยเมยโง่ๆ.. จนสิ้นคิด ที่เกิดจากโมหะครอบงำหรือผูกพันด้วยโมหะ จนดูเหมือนอาการวางเฉยของจิตรู้ที่เป็นกลาง..

การรู้จักใช้ กุญแจชีวิต ๓ ดอก.. “ใส่ใจ-เข้าใจ-วางใจ” จักทำให้เกิดการรับรู้เรื่องราวต่างๆ ได้อย่างเป็นธรรมดา.. สามารถทำเรื่องใหญ่ให้กลายเป็นเรื่องเล็ก.. ทำเรื่องเล็กๆ.. ให้หมดสิ้นไปได้.. ด้วยความเข้าใจเป็นธรรมดาๆ.. ว่า.. อ้อ! มันเป็นอย่างนั้นแหละ.. เป็นธรรมดา!!

สำคัญยิ่ง จะรู้จักปล่อยวาง.. ในทุกอารมณ์.. จากทุกเรื่องราว ที่ต้องรับรู้.. เมื่อใส่ใจอย่างเข้าใจ แล้ว ไม่ว่าเป็นสิ่งที่ชอบ.. หรือไม่ชอบ.. ด้วยการเกิดปัญญาเข้าใจในธรรมว่า.. ทุกเรื่องราวย่อมเป็นไปตามธรรม.. ทุกสรรพสิ่งย่อมเกิดขึ้น.. ตั้งอยู่.. ดับไป.. เป็นธรรมดา

จึงใคร่ขอมอบกุญแจชีวิต ๓ ดอก.. ได้แก่ ความใส่ใจ.. ความเข้าใจ.. ความวางใจ.. แก่สาธุชนทั้งหลาย ผู้ใคร่ออกจากวังวนของความรู้สึกที่เป็นทุกข์.. ไม่สบายใจ.. คับแค้นใจ.. ที่จะได้นำไปพิจารณาใช้ประโยชน์ เพื่อการดำเนินชีวิตไปอย่างมี คติธรรม.. เพื่อการไม่ก้าวไปสู่ โรคภาวะล้มเหลวทางความรู้สึก.. (Dead Inside).. ที่คนในสังคมดิจิทัลนิยมเป็นกันมากในขณะนี้!!.

เจริญพร

dhamma_araya@hotmail.com

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปรากฏการณ์ไอโอ..ปรากฏการณ์สังคมมิจฉาทิฏฐิ!!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ต้องยอมรับความจริงในกฎแห่งกรรม ที่ควบคุม กงล้อแห่งชีวิต ให้ดำเนินไปอย่างยุติธรรมเสมอ.. โดยไม่ต้องมีการไต่สวน สอบถาม.. เพื่อรับฟังการพิจารณาจากใครๆ.. ให้เสียเวลาเมื่อยปากในการโต้ตอบแถลงข้อเท็จจริงในประเด็นเรื่องนั้นๆ.. แบบวิธีชาวโลกนิยม..

ความฉ้อฉลทางจิตวิญญาณ .. ภัยร้ายของมนุษยชาติ!!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ผลพวงจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ สะท้อนเหตุปัจจัยภาคสังคมหลายประการ ที่ทุกฝ่ายต้องศึกษาพิจารณาเพื่อความเข้าใจในสภาพธรรมทางสังคม ที่สะท้อนภาวะผลกรรมในองค์รวมของ กระแสจิตวิญญาณมหาชน..

บทสะท้อน... กระแสจิตหมู่... ภาคสังคม .. สู่การเลือกตั้ง!! .. ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ..

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. กำลังจะเข้าสู่ วันแห่งสันติภาพ.. ที่ผ่านกระบวนการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย โดยอ้างอิงเสียงประชาชนเป็นใหญ่ หมายถึง อำนาจในการปกครองที่มาจากปวงชน.. อันเป็นที่มาของคำถามว่า อะไรคืออำนาจ, อะไรคือหน้าที่.. และ หน้าที่กับอำนาจ จะใช้สัมพันธ์กันอย่างไรให้เกิดประโยชน์ เป็นไปเพื่อ สันติภาพของมนุษยชาติแท้จริง... ดังที่จะได้มีการใช้อำนาจ (อธิปไตย) ผ่านหน้าที่ตามสิทธิในการเลือกตั้งตามระบอบ ให้อำนาจและหน้าที่แก่ประชาชนใช้ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ที่จะเกิดมีขึ้นในวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ นี้ ในประเทศของเรา..

ธรรมชาติโดยธรรม ของผู้นำ ผู้แทน ผู้ปกครอง!

เจริญพร สาธุชน ผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เรื่องการเลือกผู้นำตามระบอบประชาธิปไตย ที่ประเทศในโลกตะวันตกพากันเห่อ.. คลั่งไคล้.. จนแพร่ระบาดมาสู่เอเชีย แผ่ไปทั่วบ้านเล็กเมืองน้อย ที่อนุวัตไปตามกระแส โลกาธิปไตย จริงๆ แล้ว มิใช่เป็นเรื่องใหม่ นับตั้งแต่เกิดการอุบัติขึ้นของสังคมมนุษยชาติ

เสียงสะท้อน-ข้อเสนอนโยบาย จากภาคประชาชนถึงพรรคการเมือง

ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งที่พรรคการเมืองต่างๆ ออกมาแสดงวิสัยทัศน์และนำเสนอนโยบายต่างๆ ต่อประชาชน เพื่อหวังผลคะแนนเสียงเลือกตั้ง รวมถึงการส่งตัวแทนพรรคไปร่วมเวทีดีเบต-นำเสนอนโยบายตามเวทีต่างๆ ที่จัดขึ้นหลายแห่ง