
การฟื้นฟูยุวประชาธิปัตย์ขึ้นมา ก็เหมือนกับว่าอยากจะให้คนรุ่นใหม่ได้เข้ามามีส่วนร่วมกันมากขึ้น ที่ไม่ใช่แค่เป็นการแสดงออกในเชิง symbolic แต่ว่าอยากให้มี impact จริงๆ คือไอเดียที่มีการนำเสนอได้ถูกนำไปใช้จริงๆ สามารถขับเคลื่อนพรรคได้จริง
พรรค "ประชาธิปัตย์" ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศไทย เพิ่งจัดงานครบรอบวันก่อตั้งพรรค 80 ปี ไปเมื่อ 6 เมษายนที่ผ่านมา และในก้าวย่างเข้าสู่ปีที่ 81 ของพรรคสีฟ้า-ประชาธิปัตย์ ภายใต้การนำของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ยังคงถูกจับตามองว่าจะนำพาพรรคให้กลับมามีบทบาททางการเมืองมากขึ้นแบบในอดีตได้หรือไม่ โดยสิ่งหนึ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจนก็คือ ประชาธิปัตย์ยุค อภิสิทธิ์เป็นหัวหน้าพรรค ให้บทบาท-พื้นที่การเมืองแก่คนรุ่นใหม่-นิวเจนอย่างเห็นได้ชัด ดูได้จากการส่งคนลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส.ที่ผ่านมา หรือล่าสุดมีข่าวว่ากำลังมีโปรเจกต์สานต่อ Legacy “ยุวประชาธิปัตย์” ที่เคยโด่งดังในอดีตเพื่อมุ่งสู่การเป็นสถาบันการเมืองต้นแบบ
รายละเอียดของเรื่องนี้ "เจตน์สฤษฎิ์ เลิศธนสาร หรือ โจ นักการเมืองรุ่นใหม่นิวเจน-อดีตผู้สมัคร สส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์" ได้มาบอกเล่าทางการเมืองถึงเรื่องยุวประชาธิปัตย์กับเรา แต่ก่อนจะไปคุยกันเรื่องดังกล่าว เราพูดคุยกันถึงประวัติส่วนตัวและเส้นทางการเมืองก่อนจะมาอยู่กับประชาธิปัตย์ โดยเขาเล่าให้เราฟังว่า ก่อนหน้านี้ไปเรียนที่อังกฤษตั้งแต่อายุ 10 ขวบ โดยจบปริญญาตรีและปริญญาโทที่ประเทศอังกฤษ โดยจบปริญญาตรีด้านชีววิทยา : BSc Biological Sciences, University of Essex และปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ MSc Management, Queen Mary University of London จากนั้นไปเรียนภาษาจีนอีกสองปีครึ่ง ที่ Sun Yat-sen University ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองกวางโจว หลังจากนั้นเดินทางกลับประเทศไทย ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดโควิดระบาดพอดี ซึ่งช่วงดังกล่าวคุณสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ปัจจุบัน ตอนนั้นเป็น รมช.สาธารณสุข (ยุครัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา) พอดีว่ามีคนรู้จักแนะนำกับคุณสาธิตว่าผมจบมาด้านชีววิทยา เลยทำให้ผมได้เข้าไปช่วยงานการเมืองที่กระทรวงสาธารณสุข เป็นหนึ่งในคณะทำงาน รมช.สาธารณสุข ทำหน้าที่เหมือนกับเป็นเลขาฯ ทั้งการช่วยลงพื้นที่และงานที่กระทรวงสาธารณสุข
จากผู้บริหารทีมฟุตบอล สู่เส้นทางการเมือง-ลงสมัครสส.
"โจ เจตน์สฤษฎิ์" กล่าวต่อไปว่า ต่อมาเมื่อมีการยุบสภาฯ มีการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2566 หลังการเลือกตั้ง ท่านสาธิตก็มาบริหารทีมฟุตบอลระยอง เอฟซี โดยเข้าไปเป็นประธานสโมสรระยอง เอฟซี ผมก็เข้าไปเป็นหนึ่งในผู้บริหารทีมระยอง เอฟซีด้วย
...ประสบการณ์ฟุตบอลของผมเกี่ยวกับการเมืองอย่างมาก เพราะกีฬาคือการพัฒนาคนและพื้นที่ ถ้าจังหวัดหนึ่งมีสโมสรฟุตบอลที่แข็งแรง มันช่วยทั้งเรื่องเศรษฐกิจ สังคม และแรงบันดาลใจของเยาวชน ผมมองว่ากีฬาไม่ใช่เรื่องบันเทิงอย่างเดียว แต่เป็นเครื่องมือพัฒนาสังคมได้จริง การได้เข้าไปทำงานกับทีมระยอง เอฟซี ทำให้ผมได้เห็นว่าฟุตบอลสโมสรไม่ได้เป็นแค่ทีมกีฬา แต่เป็น ecosystem ของจังหวัด ทั้งเรื่องเยาวชน การท่องเที่ยว ธุรกิจท้องถิ่น และความภาคภูมิใจของคนในพื้นที่
...ต่อมาเมื่อมีการเลือกตั้งในปี 2566 ผมยังไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.เพราะยังไม่พร้อม จนเมื่อเวลาผ่านไปพอมีประสบการณ์ทำงานที่ได้ใกล้ชิดกับการเมืองได้สักระยะ ก็เริ่มจะรู้สึกอินกับการเมืองไทย ที่ตอนนั้นรู้สึกว่าสังคมค่อนข้างจะแตกแยก แบ่งเป็นทางซ้ายกับทางขวา โดยที่ผ่านมาก็ติดตามการทำงานของประชาธิปัตย์มาพอสมควร สิ่งที่เห็นคือพรรคประชาธิปัตย์เป็นสถาบันทางการเมือง เป็นพรรคการเมืองที่ใช้หลักการ เน้นเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต ทำให้มีใจให้พรรคประชาธิปัตย์มาโดยตลอด ผนวกกับประสบการณ์ที่ได้ไปทำงานกับคุณสาธิต ทำให้มีโอกาสได้เข้าไปใกล้ชิดกับพรรค ต่อมาเมื่อพรรคเปิดตัวแคมเปญ "สส.ที่ดี คุณเองก็เป็นได้" เพื่อให้ผู้สนใจลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.ของพรรค สมัครเข้ารับการคัดเลือก ผมก็ได้เข้าสู่กระบวนการคัดเลือกเพื่อลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.เขต กรุงเทพฯ โดยมีคนสนใจสมัครจำนวนมาก โดยการคัดเลือกไม่ได้มีการเลือกจากคนที่มีการฝากชื่อมาหรือมีเส้นสายใดๆ
...สำหรับความสนใจทางการเมืองของผม ต้องเล่าให้ฟังว่าตอนที่เรียนอยู่อังกฤษ เวลาปิดเทอมจะเดินทางกลับประเทศไทยตลอด ซึ่งจากการที่ไปเรียนที่อังกฤษหลายปี ก็ทำให้ในใจจะมีสิ่งที่เหมือนกับการเปรียบเทียบบ้านเมือง คือเห็นสิ่งดีๆ ในอังกฤษ ผมก็คิดว่าทำไมเมืองไทยไม่มีแบบนี้บ้าง เช่นระบบการขนส่งสาธารณะที่อำนวยความสะดวกในการเดินทาง ขณะที่เวลาอยู่เมืองไทยคนใช้รถส่วนตัว ขับรถในกรุงเทพฯ ก็มีปัญหาเรื่องรถติด ทำให้อยากจะให้หลายอย่างที่ดีของที่อังกฤษมีที่ประเทศไทยบ้าง ผมคิดว่าจุดนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมรู้สึกว่าอยากจะเห็นสังคมดีขึ้น แต่หากอยู่แต่ภายนอกก็จะทำได้แค่วิจารณ์อย่างเดียว เราต้องเข้ามาแอ็กชันเพื่อเข้าไปสร้างความเปลี่ยนแปลง
-เมื่อเร็วๆ นี้ แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ เช่น นายกรณ์ จาติกวณิช นายสกลธี ภัททิยกุล ร่วมเปิดยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนบทบาทคนรุ่นใหม่ของพรรค เพื่อสานต่อมรดกทางความคิดจากยุคยุวประชาธิปัตย์ เรื่องนี้มีรายละเอียดอย่างไร โดยเฉพาะยุวประชาธิปัตย์?
ยุวประชาธิปัตย์เกิดขึ้นมาค่อนข้างจะนานและคู่กับพรรคประชาธิปัตย์ แต่ว่าเริ่มมาดังจริงๆ ตอนที่มีการจัดอบรมเป็นคอร์ส ทำเป็นรุ่นๆ โดยเฉพาะช่วงปี 2552 แต่หยุดไปช่วงหนึ่ง แต่ตอนนี้ทางผู้บริหารพรรคเห็นว่า พรรคอยากจะขับเคลื่อนไปในทิศทางที่อยากให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีบทบาทมากขึ้น เลยเห็นว่าการที่จะฟื้นโครงการยุวประชาธิปัตย์กลับมาจะเป็นผลดีกับพรรคประชาธิปัตย์ เพราะว่าพรรคการเมืองจะอยู่ได้ต้องอยู่ใน long term ผมว่าต้องเป็นการสร้างคน โดยเฉพาะการสร้างคนที่มีอุดมการณ์เดียวกันที่มีแนวคิดเดียวกันทางด้านการเมือง เข้ามาเสริมให้กับพรรค
โดยขณะนี้ยังเป็น first step ก็คือเหมือนกับจุดประกายให้ยุวประชาธิปัตย์กลับมา ซึ่งหลังผ่านพ้นการเลือกตั้งเมื่อ 8 ก.พ.ก็มีผู้สมัคร สส.ที่ยังอยากจะมีส่วนร่วมภายในพรรคประชาธิปัตย์ ยังอยากช่วยงานพรรค เราได้มีการรวมตัวกัน พูดคุยกันว่า ใครเชี่ยวชาญถนัดทางด้านไหน หรือใครอยากผลักดันทางด้านใด เราก็มีการจัดกลุ่มออกมาประมาณ 10 กลุ่ม แยกเป็นกลุ่มๆ เช่น กลุ่มเกษตร กลุ่มการเงิน กลุ่มกีฬา คือแบ่งเป็นเรื่องๆ แล้วก็ประชุมหารือกันภายในกลุ่มว่าเราอยากจะเสนอให้พรรคทำอะไรบ้างที่เกี่ยวกับแต่ละกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นนโยบายหรือเสนอแนวทางการแก้ปัญหาเรื่องนั้นๆ หรือว่าเรื่องที่พรรคควรจะทำที่เป็นกิจกรรมภายในพรรค
ที่ผ่านมาก็มีการคุยกันในกลุ่มย่อยๆ ตามที่กล่าวข้างต้น และก็มีกิจกรรม Youth Engagement Pitching Day คือให้กลุ่มต่างๆ ได้มานำเสนอ โครงการของกลุ่มให้กับบอร์ดของพรรคได้พิจารณา ซึ่งหากว่าผู้ใหญ่ของพรรคได้มีการเลือก โครงการอันไหนก็จะได้นำไปใช้จริง เอาไปทำให้เกิดขึ้น จริง ซึ่งในอนาคตก็จะมีโครงการหรือการเพิ่มกลุ่มในหัวข้อต่างๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อถามถึงว่า อย่างด้านกีฬาจะมีการจัดทำกิจกรรมเกี่ยวกับกีฬาเช่นฟุตบอล เพื่อเชื่อมโยงกับทางพรรคประชาธิปัตย์ได้อย่างไร "เจตน์สฤษฎิ์" เล่าเรื่องนี้ให้ฟังว่า เรื่องฟุตบอลเองตอนนี้พรรคประชาธิปัตย์ก็มีทีมฟุตบอล ที่มีการจัดกิจกรรมเตะฟุตบอลกันมาแล้วหลังก่อนหน้านี้เงียบหายไป ตอนนี้ก็มีการฟื้นทีมเตะฟุตบอลประชาธิปัตย์กลับมา มีการจัดกิจกรรมที่ให้คนของพรรคกับสมาชิกพรรคได้เข้ามาเตะฟุตบอลร่วมกัน และในอนาคตเราก็อยากจะขยายออกไป ก็คือเอาทีมของพรรคไปร่วมเตะกับทีมอื่น หรือว่าเดินสายไปเตะในแต่ละจังหวัดผ่านการจัดกิจกรรมเตะฟุตบอล ที่ดึงชุมชนเยาวชนต่างๆ ให้เข้ามามีส่วนร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ผ่านการเตะฟุตบอลร่วมกัน

ถามต่อไปว่า หากมีคนสนใจเช่นกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ ที่เป็นบุคคลภายนอก อยากจะเข้ามาร่วมกับยุวประชาธิปัตย์ ต้องทำอย่างไรบ้าง สามารถเดินเข้าไปสมัครเข้าร่วมโครงการ ณ ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ได้เลยหรือไม่ "เจตน์สฤษฎิ์" กล่าวตอบว่า ใช่ครับ ขณะนี้ทางพรรคก็เปิดกว้างอยู่ แต่การประชาสัมพันธ์อาจจะยังน้อยอยู่ โดยหากใครสนใจก็สามารถอินบ็อกซ์ทักเข้ามาในเพจของทางพรรคได้ ซึ่งก็จะมีทีมที่จะเข้าไปติดต่อพูดคุยด้วย และหากมีการประชุมในเรื่องต่างๆ ที่สนใจก็สามารถติดต่อขอเข้าร่วมประชุมด้วยได้
ที่มาที่ไป ฟื้นฟูเดินหน้า ยุวประชาธิปัตย์
-ทางพรรคคาดหวังหรือหวังผลจากการจะทำตรงนี้ เพื่อสานต่อ Legacy “ยุวประชาธิปัตย์” อย่างไรบ้าง?
การหวังผล ผมว่าเป็นการมองแบบ long term เพราะว่าพรรคก็พยายามที่จะเหมือนกับจะฟื้นฟูให้กลับมาจากยุคที่แล้ว เพราะพอหัวหน้าพรรคอภิสิทธิ์กลับมาเป็นหัวหน้าพรรค ก็อยากจะฟื้นฟูพรรคให้กลับมามีอุดมการณ์ มีแนวคิดที่ทันสมัย ผมใช้คำนี้แล้วกัน เพราะฉะนั้นการฟื้นฟูยุวประชาธิปัตย์ ขึ้นมา ก็เหมือนกับว่าอยากจะให้คนรุ่นใหม่ได้เข้ามามีส่วนร่วมกันมากขึ้น ที่ไม่ใช่แค่เป็นการแสดงออกในเชิง symbolic แต่ว่าอยากให้มี impact จริงๆ คือไอเดียที่มีการนำเสนอได้ถูกนำไปใช้จริงๆ สามารถขับเคลื่อนพรรคได้จริง
.ที่ผ่านมาพรรคก็มีการนัดคุยกันค่อนข้างจะบ่อย ในการที่จะแลกเปลี่ยนไอเดียความคิดเห็นกัน เรามีโครงการ Blue Table ที่เพิ่งเกิดขึ้นหลังจากเลือกตั้ง ที่เป็นการร่วมวงสนทนาคุยกันแบบนั่งล้อมวง แล้วก็อาจจะมีเชิญผู้เชี่ยวชาญในหัวข้อที่คุยกันมาสักหนึ่งคนหรือสองคน มานั่งให้ความรู้ แล้วเราก็จะนั่งรอบแล้วก็แชร์ไอเดียแชร์ความคิดเห็นกัน
เมื่อถามถึงในฐานะที่เป็นนิวเจนนักการเมืองรุ่นใหม่ของพรรคประชาธิปัตย์ ที่เข้าสู่ปีที่ 81 ไปเมื่อ 6 เมษายนที่ผ่านมา คนภายนอก เช่นกลุ่มเจนซี กลุ่มเจนอัลฟา เขาก็อาจจะมองว่าประชาธิปัตย์เป็นพรรคเก่าแก่ แลดูไม่ทันสมัย ประเด็นนี้ "เจตน์สฤษฎิ์" ให้ความเห็นว่า ผมมองแบบนี้ว่าถ้าเกิดสถาบันใดสถาบันหนึ่งที่มีอายุมาก ไม่ได้หมายความว่าเขาเชยหรือล้าสมัย
...สมมุติว่าผมเลือกที่จะไปเรียนต่อที่อังกฤษ ผมอยากไปเรียนมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด หรือเคมบริดจ์ ซึ่งเป็นสถาบันที่เก่าแก่มีอายุหลายร้อยปี คนรุ่นใหม่ที่แบบท็อปๆ ของประเทศก็ยังอยากที่จะเข้าไปศึกษาอยู่ในสถาบันเหล่านี้ ผมมองว่าพรรคประชาธิปัตย์ก็มีความคล้ายกัน ในบริบทนี้ ก็คือเป็นสถาบันทางการเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย แต่ว่าไม่ได้หมายความว่าความคิดของคนในพรรค หรือว่าแนวทางการทำงานจะเก่าแก่ไปด้วย ผมว่าพรรคประชาธิปัตย์ยังดึงดูดคนรุ่นใหม่เข้ามาในพรรคได้ตลอด แล้วก็นำไอเดียใหม่ ๆ เข้ามาในพรรคได้ตลอด คำว่าคนรุ่นใหม่ไม่ได้จำกัดด้วยอายุ แต่ผมมองว่าความเป็นคนรุ่นใหม่ มันอยู่ที่ Mindset หรืออยู่ที่ไอเดียที่ทันโลก แล้วก็ไม่หยุดนิ่ง
-ที่ผ่านมาผู้ใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญ ให้พื้นที่กับนักการเมืองหน้าใหม่ คนรุ่นใหม่มากน้อยแค่ไหน?
ก่อนที่ผมจะเข้ามา ผมไม่ค่อยแน่ใจ แต่ว่าหลังจากที่ผมเข้ามาที่พรรคแล้ว ก็รู้สึกว่สให้ความสำคัญกับคนรุ่นใหม่ค่อนข้างมาก มีการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่มากพอสมควร เช่น โครงการเปิดรับสมัครผู้จะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส. ที่เรียกว่า สส.ที่ดีคุณเองก็เป็นได้ ซึ่งเปิดโอกาสให้ใครก็ได้ที่เขาสนใจอยากจะเข้ามาได้เข้ามาลองมีบทบาท ได้เข้ามาสมัครโดยผ่านขั้นตอนการคัดเลือก และหลังจากการเลือกตั้งผ่านพ้นไป ทางพรรคมีการคุยกันว่าอยากจะให้ทำต่อ อย่างอดีตผู้สมัคร สส.บางคน พรรคก็ให้ไปทำงานเป็นผู้ช่วย สส. เพื่อไปเรียนรู้งานในสภาฯ
ที่ก็อยากจะเชิญชวนให้คนที่คิดว่าตัวเองสนใจเรื่องการเมือง หรืออาจไม่ต้องการเมืองก็ได้ แต่คิดว่าอยากจะช่วยพัฒนาสังคมในด้านไหน ก็สามารถเข้ามาร่วมโครงการยุวประชาธิปัตย์ได้ เพราะว่าเข้ามาแล้วพวกเราไม่มีแบ่งแยกกันว่าใครเป็นเจนไหนรุ่นไหน หรือว่าใครมีประสบการณ์เคยเป็นผู้สมัคร สส.มาก่อนหรือไม่อย่างไร แต่ว่าเรารับฟังความคิดเห็นเท่ากัน บนหลักเหตุผล
ถามถึงว่า ยุวประชาธิปัตย์ยังสามารถที่จะตอบโจทย์หรือว่าใช้ได้กับบริบทการเมืองในปัจจุบันหรือไม่ "เจตน์สฤษฎิ์" ย้ำว่า คิดว่าสามารถสร้างอิมแพ็กได้ การอยู่พรรคประชาธิปัตย์ อันนี้ผมคิดว่าอาจจะแค่เป็นจุดเริ่มต้นในช่วงแรก ถ้าเกิดเราได้ทำต่อไป ผมคิดว่าเราจะต้องสร้างอิมแพ็กให้มากขึ้นกว่านี้ ไม่ได้แค่เป็นเชิงสัญลักษณ์ เหมือนการแสดงออกแค่ว่าเรามีคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาทำงานในพรรค แต่ว่าสิ่งที่เราพูดคุยกันหรือสิ่งที่เราทำ เราต้องสรุปออกมาเพื่อให้พรรคเอาไปดำเนินการต่อและใช้ได้จริง ผมรู้สึกว่าทางผู้ใหญ่ในพรรค อยากที่จะฟังว่าเรามีไอเดียอะไรบ้างที่เขาสามารถเพิ่มเติมหรือต่อยอดไอเดียของพรรคที่มีในตอนนี้ได้ คือมีการเปิดกว้างให้ทุกไอเดียที่เราคุยกัน แต่ว่าตอนนี้มันอยู่ที่ขั้นตอนการกลั่นกรองไอเดียที่เราเสนอออกไปเพื่อนำไปใช้จริง ๆ

...คนรุ่นใหม่-เยาวชนที่สนใจเรื่องการเมือง ก็อยากจะเชิญชวนให้ลองหันมามองพรรคประชาธิปัตย์ เพราะว่าเราเป็นสถาบันทางการเมืองที่แท้จริง เราเป็นพรรคการเมืองที่ไม่มีเจ้าของ เราไม่มีนายทุนใหญ่คนเดียวที่เวลาเราเข้าไปมีอำนาจแล้วเราจะต้องเข้าไปถอนทุนคืน เราไม่ใช่แบบนั้น เราเป็นสถาบันทางการเมืองที่เปิดโอกาสให้กับทุกคนอย่างเท่าเทียมกันที่อยากจะเข้ามามีบทบาท หากใครสนใจอาจยังไม่ต้องเข้ามาสมัครอะไรก่อนก็ได้ เพียงเข้ามาพูดคุยกันก่อนก็ได้
ในช่วงท้ายของการพูดคุย "เจตน์สฤษฎิ์" ย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญกับคนทุกกลุ่มทุกวัย อย่างช่วงหาเสียงผมพูดตลอดว่า พรรคประชาธิปัตย์มีคนครบทุกเจน เราไม่ได้เน้นแค่คนเจนใดเจนหนึ่ง หรือว่าเจนใหม่อย่างเดียว พรรคมีทั้งคนที่มีประสบการณ์ที่อยู่มานานแล้วก็มี คนรุ่นใหม่ มีคนที่อายุ 25 ปีที่ครบเกณฑ์ลงสมัครรับเลือกตั้งได้พอดีก็มา ลงสมัครรับเลือกตั้งกับพรรค ทางพรรคประชาธิปัตย์มีคนทำงานทุกเจน แล้วเราก็ทำงานร่วมกันได้ เราคุยกันได้ เราประชุมแลกเปลี่ยนความคิดกันได้ เพราะว่าในแต่ละเจน ผมมองว่ามีจุดแข็งต่างกัน เพราะฉะนั้นเราต้องมาแชร์ไอเดียกันเพื่อที่จะสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับประเทศชาติบ้านเมือง
"ในพรรคการเมือง สิ่งที่สร้างพรรคการเมืองก็คือคน กลุ่มคนที่อยู่ในพรรคประชาธิปัตย์ตอนนี้ ผมมองว่าเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ ถึงแม้จะมีคนหลากหลายเจน ซึ่งเราทำงานร่วมกันได้ เราโฟกัสไปที่การทำงานที่จะสร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่ประเทศ"
โดย วรพล กิตติรัตวรางกูร
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รัฐบาลอนุทิน กับการยุติไฟใต้ แก้ปัญหา 22 ปี บาดแผล-ความสูญเสีย
ภารกิจนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ที่ยกคณะชุดใหญ่ทั้งฝ่ายพลเรือน-ทหาร-ตำรวจ ลงพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อวันศุกร์ที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา
🔴 LIVE ‘ดร.วันวิชิต’ ฟันธง อนุทิน 2ปี พลัส++ สหรัฐฯพ่ายยับ..!! | อิสรภาพแห่งความคิด กับ..สำราญ รอดเพชร
‘ดร.วันวิชิต’ ฟันธง อนุทิน 2ปี พลัส++ สหรัฐฯพ่ายยับ..!! อิสรภาพแห่งความคิด กับ..สำราญ รอดเพชร : วันเสาร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ.2569
ราชกิจจาฯ แพร่คำสั่งนายกฯ แต่งตั้ง 3 ที่ปรึกษานายกฯ-โฆษกรัฐบาล
ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ ๘๑/๒๕๖๙ เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการการเมือง
การเริ่มต้นของระบอบพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญสเปน (ตอนที่ 2)
รัฐธรรมนูญลายลักษณ์อักษรฉบับแรกของราชอาณาจักรสเปน มีชื่อว่า “กฎบัตรแห่งบายอน” (Estatuto de Bayona) เรียกอีกอย่างว่า “รัฐธรรมนูญบายอน ค.ศ. 1808” มีทั้งสิ้น 146 มาตรา
🔴 LIVE วิกฤตซ้อนวิกฤต วัดฝีมือพังหรือปัง | ห้องข่าวไทยโพสต์
ห้องข่าวไทยโพสต์ : ประจำวันศุกร์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2569
🔴 LIVE ครบมุมข่าว กับ..นิธินาฏ ราชนิยม | 'ส้ม' หลุดเรดาร์ 'ฟ้า-น้ำเงิน' ฟาดเดือด!!
ครบมุมข่าว กับ..นิธินาฏ ราชนิยม : วันศุกร์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2569

