รุมจวก‘โรม’เพ้อเจ้อโกงสอบ

“อนุทิน” ฟาด “โรม” พูดไม่มีข้อมูลจริง จับโยงให้เอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น ยันไม่มีหน้าที่ดูทีโออาร์ “วรศิษฎ์” ตอก พูดข้อเท็จจริงไม่ครบ  “สถ.​” แจงยกเลิกจ้าง ม.บูรพา หวั่นรัฐเสียหาย “อาสพลธ์” โดดป้องอีกคน แฉขบวนการมีมาตั้งแต่ปี 62-64

เมื่อวันที่ 7 ส.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีคณะกรรมาธิการ (กมธ.)  การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) เป็นประธาน อ้างชื่อนายกรัฐมนตรีเข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบท้องถิ่น  โดยเป็นคนเลือกทีโออาร์และผลักดันให้มหาวิทยาลัยบูรพาพ้นจากการรับงานว่า จะให้ตนตอบอย่างไร ตอนนี้เรื่องอยู่ในมือของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตำรวจ และหลายคณะกรรมการ ซึ่งผลสอบสวนเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น

นายอนุทินยืนยันว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับทีโออาร์ ไม่รู้เรื่อง มันไม่ใช่หน้าที่ของนายกฯ หรือ รมว.มหาดไทย ที่จะต้องมานั่งดูว่าทีโออาร์เป็นอย่างไร นโยบายที่เรามอบให้ไป คือการกระทำใดๆ ก็ตามในหน่วยงานที่เรากำกับดูแล ต้องเป็นไปตามกฎหมาย สุจริต โปร่งใส ตรวจสอบได้ ตนเกี่ยวข้องอย่างเดียวคือ ไม่ให้โกง

“ไอ้สิ่งที่เราทำก็ไม่พูด ไปพูดแต่เรื่องไม่เป็นเรื่อง วันนี้ดำเนินคดีไปแล้วกี่คน แจ้งข้อหาไปแล้วกี่คน แต่เราไม่ใช่ศาล เราไปลงโทษเขาเองไม่ได้  แต่ก็แจ้งข้อกล่าวหาไปแล้ว” นายอนุทินระบุ

นายกฯ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 6 ส.ค. นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ไปร่วมประชุมคณะกรรมการกลางบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) นำผลของคณะกรรมการกลางสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ไปร่วมประชุม ซึ่ง ก.กลางก็ประชุมอีกที สุดท้ายผลก็ออกมาเหมือนเดิม ต้องประกาศยกเลิกผู้ที่ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการ ที่มีพฤติกรรมสอบไปในทางทุจริตกว่า 5,000 ราย หลังจากนี้ ก.กลางจะส่งมติไปให้ส่วนท้องถิ่น และส่งไปให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ซึ่งนี่คือขั้นตอนตามกฎหมาย ไม่ใช่จะทำให้มันยืดเยื้อ และผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดจะส่งไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่รับคนพวกนี้เข้าไป และจะไม่มีการจ้าง เพราะมาไม่ถูกต้อง

เมื่อถามว่า มีความพยายามที่จะให้นายกรัฐมนตรีแสดงความรับผิดชอบ นายอนุทินย้ำว่า  ตนรับผิดชอบในหน้าที่ทำงานของตนอยู่แล้วในทุกวันนี้ มันไม่ต้องแสดงอะไรไปมากกว่านี้ ทุกคนทำงานมีความรับผิดชอบตามภาระหน้าที่  ตราบใดที่เขายังทำงานซื่อสัตย์สุจริต และไม่ได้มีส่วนร่วมในการกระทำความผิด ดังนั้น การรับผิดชอบคือ การหาคนกระทำความผิดมาลงโทษ และทำสิ่งที่ถูกต้องให้เกิดขึ้น

เมื่อถามถึงกรณีนายรังสิมันต์พยายามดึงชื่อนายกฯ เข้าไปเกี่ยวข้อง นายอนุทินตอบว่า “คุณโรมเคยพูดอะไรแล้วเป็นไปตามนั้นบ้าง ซึ่งเขาก็พูดให้มันเป็นประเด็น มีเรื่องมีราวขึ้นมาให้มันเป็นข่าว แต่เขาไม่มีข้อมูลอะไรที่มันเป็นข้อเท็จจริง ใช้การคาดเดาตามสติปัญญาที่เขามี ซึ่งก็พูดตามสิ่งที่เขาคิดออกมา และไม่มีอะไรเกิดขึ้นตามที่เขาคิด กี่เรื่องต่อกี่เรื่องแล้วก็ปล่อยเขาไปเถอะ”

ผู้สื่อข่าวถามว่า ฝ่ายค้านจะนำเรื่องนี้ไปอภิปราย มั่นใจใช่หรือไม่ว่าจะไม่สามารถล้มรัฐบาลได้ นายอนุทินถามกลับว่า คำว่ามั่นใจคืออะไร ซึ่งต้องมั่นใจว่าตนเองไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ได้ทำอะไรมิชอบ หากตนเองทำอะไรที่มันมิชอบแล้ว มันไม่มีทางไม่มั่นใจหรอก แต่ที่มั่นใจได้ เพราะตนไม่ได้ทำอะไรที่มันไม่ได้สุจริต ตนเกลียดเรื่องพวกนี้ เผลอๆ เกลียดมากกว่าคนพวกนั้นด้วยซ้ำ ขอให้ไปดูที่ตนได้สั่งการและมอบนโยบาย ก็สามารถมาถึงจุดนี้ได้ มันช้าไปหรือไม่เป็นเวลา 1 เดือน

นายกฯ ระบุด้วยว่า บางคดียาวนาน 5-10 ปี อย่างเรื่อง 44 สส. กว่าเขาจะสอบก็ถึงปีหน้าเลย ซึ่งเรื่องของเราเห็นตัวผู้กระทำผิดแล้ว มันอยู่ที่ว่าเขาอยากจะพูดอะไร หากไม่หวังดีไม่ปรารถนาดีกับรัฐบาล เขาจะพูดอีกอย่างหนึ่ง และเป็นเฟกนิวส์ ตอนนี้คนพูดเฟกนิวส์เยอะ คนพูดมากแล้วพลาดมีเยอะ ปล่อยให้เขาทำไป เราอย่าพลาดก็แล้วกัน

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย  เปิดเผยว่า หลังจากมีการประกาศรายชื่อผู้สอบผ่านประมาณ 50,000 คนสู่สาธารณะ จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนการดำเนินการกับผู้ที่ได้รับผลกระทบทุกกลุ่ม รวมถึงผู้ที่ถูกเพิกถอนรายชื่อ โดยจะแยกเป็นรายจังหวัดและส่งให้ ก.จังหวัดพิจารณา ก่อนส่งต่อไปยัง อปท.ทุกแห่งที่มีการบรรจุ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนการเพิกถอนต่อไป ทั้งนี้ ที่ประชุม ก.กลางได้กำหนดให้การเพิกถอนผู้ที่มีปัญหาแล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ส.ค.นี้

เมื่อถามว่า รายชื่อที่จะประกาศในวันนี้จะสามารถบรรจุทดแทนผู้ที่ถูกเพิกถอน 5,925 รายได้เมื่อใด นายวรศิษฎ์กล่าวว่า ขณะนี้ต้องรอให้กระบวนการทั้งหมดแล้วเสร็จ รวมถึงรอบัญชีผู้สอบผ่านและตำแหน่งว่างที่เกิดจากการเพิกถอน ซึ่งเป็นหน้าที่ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ในการบริหารจัดการบัญชี คาดว่าอาจเริ่มดำเนินการได้ในช่วงเดือน ต.ค. แต่ต้องพิจารณาความเหมาะสมอีกครั้ง

กรมบัญชีกลางให้เลิกจ้าง

เมื่อถามถึงกรณีนายรังสิมันต์ออกมาตั้งข้อสังเกตว่า ในสมัยที่นายอนุทินเข้ามาเกี่ยวข้องกับการยกเลิกการจัดจ้างมหาวิทยาลัยบูรพาเป็นผู้จัดสอบข้าราชการท้องถิ่น จนนำไปสู่การทุจริตที่ร้ายแรงกว่าเดิม นายวรศิษฎ์กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องพูดข้อเท็จจริงให้ครบ ย้อนกลับไปในช่วงที่มหาวิทยาลัยบูรพาชนะการประกวดราคา ได้มีการร้องเรียนเรื่องการเรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบท้องถิ่น ซึ่งเกิดขึ้นจริงและมีหลักฐานพิสูจน์ได้   เมื่อเรื่องดังกล่าวปรากฏขึ้น นายอนุทินมีความห่วงใย และสั่งการให้ตรวจสอบ เพื่อให้การสอบครั้งนี้มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ ขณะนั้น  สถ.ได้เพิ่มเงื่อนไขความรับผิดทั้งทางแพ่งและทางอาญา หากเกิดการทุจริตเกี่ยวกับกระบวนการสอบ ขณะเดียวกัน กรมบัญชีกลางก็เห็นควรให้ยกเลิกการจัดจ้าง ไม่ใช่เป็นเพียงความต้องการของ สถ.ฝ่ายเดียว เพราะเมื่อมีการลงนามสัญญาแล้ว จะยกเลิกโดยไม่มีเหตุผลไม่ได้

นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธาน กมธ.การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ  สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า การที่นายรังสิมันต์ กล่าวหานายอนุทินได้มีการยกเลิกมหาวิทยาลัยบูรพานั้น ต้องเรียนว่าในปี 62 และ 64 มีการจัดสอบข้าราชการท้องถิ่น 2 ครั้ง โดยมีผู้รับจ้างคือมหาวิทยาลัยบูรพาและมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งการที่ตนได้รับเรื่องร้องเรียนก็เกิดจาก 2 มหาวิทยาลัยนี้เป็นผู้รับจ้างจัดการสอบ และเมื่อตนทราบว่ามหาวิทยาลัยบูรพาจะได้เป็นผู้รับจ้างให้ดำเนินการสอบอีกครั้งหนึ่ง จึงได้นำประชาชน จ.ศรีสะเกษไปร้องเรียน

“สิ่งที่ผมพูดมา ต้องการจะยืนยันว่าการโกงสอบท้องถิ่นเกิดขึ้นตั้งแต่ในอดีต แต่จับไม่ได้  เพราะคนที่เกี่ยวข้องเล็กมาก เพราะใน สถ. คนที่สามารถโกงสอบท้องถิ่นได้ มีตำแหน่งที่เกี่ยวข้องเพียงแค่ 5 ตำแหน่งคือ อธิบดี สถ., รองอธิบดี สถ.ที่เกี่ยวข้อง, ผอ.กอง, ผอ.กลุ่ม และผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งในการจัดสอบปี 62 และ 64 ที่จับไม่ได้ เพราะผลประโยชน์ลงตัว แต่ในการจัดสอบปี 68  จับได้เนื่องจากมีการเปลี่ยนอธิบดี สถ.หลายคน โควตาที่ไปรับมาอาจจะมีผลประโยชน์ไม่ลงตัว  แต่ถือว่าเป็นโอกาสดีที่ทำให้รู้ว่าขบวนการนี้มีอยู่จริง” นายอาสพลธ์ย้ำ

นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนอธิบดี สถ. โพสต์หนังสือคำชี้แจง สถ. เรื่องชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการดำเนินการการจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นประจำปี 2566​ ตอนหนึ่งว่า การจัดสอบในปี 2566 สถ. ได้เชิญมหาวิทยาลัยของรัฐให้ยื่นข้อเสนอและเสนอราคา และมีมหาวิทยาลัยของรัฐ จำนวน 2 แห่งเข้ายื่นข้อเสนอ คือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และมหาวิทยาลัยบูรพา เมื่อพิจารณาข้อเสนอแล้ว มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีเป็นผู้ชนะการเสนอราคา ต่อมามหาวิทยาลัยบูรพาได้อุทธรณ์ตามกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง และคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และข้อร้องเรียน กรมบัญชีกลาง ได้วินิจฉัยว่าอุทธรณ์ฟังขึ้น เมื่อพิจารณาผลใหม่แล้วมหาวิทยาลัยบูรพาเป็นผู้ชนะการเสนอราคา โดยประกาศรายชื่อผู้ชนะการเสนอราคาเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2566

นายนิรัตน์กล่าวอีกว่า กลุ่มเครือข่ายการต่อต้านการทุจริตในการจัดสอบได้มายื่นร้องเรียนต่อกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2567 โดยขอให้เปลี่ยนแปลงวิธีการสอบ และตรวจสอบการเรียกรับผลประโยชน์ในการจัดสอบ   กระทรวงมหาดไทยได้มีคำสั่งที่ 150/2567 ลงวันที่ 16 มกราคม 2567 แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามข้อร้องเรียนข้างต้น

สถ.ดำเนินการตามข้อสังเกตและข้อเสนอแนะของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง มท. เช่น กำหนดมาตรการการป้องกันการทุจริตในกระบวนการสอบทุกขั้นตอนอย่างละเอียดชัดเจน  และกำหนดให้หน่วยงานภาคีเครือข่ายเข้าร่วมสังเกตการณ์กระบวนการสอบทุกขั้นตอน เป็นต้น และ สถ.ได้นำข้อสังเกตดังกล่าวมายกร่าง TOR สแกนด้วย CamScanner

เขาระบุด้วยว่า กสถ. ในการประชุมครั้งที่ 5/2567 เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2567 ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าหากดำเนินการตาม TOR เดิมต่อไป อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่หน่วยงานของรัฐ และกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ จึงจำเป็นต้องกำหนดมาตรการป้องกันการทุจริตเพิ่มเติมตามข้อสังเกตและข้อเสนอแนะของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง มท. ซึ่งมีผลทำให้ขอบเขตของงานจ้างเปลี่ยนแปลงและมีผลกระทบต่อวงเงินที่จัดจ้างที่เปลี่ยนแปลงไปตามปริมาณงาน

 และได้พิจารณาเกี่ยวกับประเด็นการนำภาค  ก ของสำนักงาน ก.พ. มาใช้ในการสอบแข่งขัน โดยไม่จำเป็นต้องสอบผ่านภาค ก ของ กสถ. ซึ่งได้พิจารณาประเด็นดังกล่าวในการประชุม กสถ.และ ก.กลาง หลายครั้งด้วยเหตุผลดังกล่าว สถ.ได้มีหนังสือหารือกรมบัญชีกลางกรณียกเลิกการจ้างจัดสอบในครั้งนี้ และเริ่มกระบวนการจัดหาใหม่ ซึ่งกรมบัญชีกลางได้พิจารณากรณีหารือตามเหตุผลดังกล่าวแล้วแจ้งว่า หาก สถ.มีความประสงค์จะยกเลิกการจ้าง ย่อมเป็นดุลยพินิจของ สถ.ที่จะพิจารณา ด้วยกระบวนการขั้นตอนและเหตุผลดังกล่าว สถ.จึงได้มีประกาศยกเลิกประกาศให้มหาวิทยาลัยบูรพาเป็นผู้ชนะการเสนอราคา.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ส.ค.เดินเครื่อง! ‘ไทย-เมียนมา’ แก้มลพิษแม่นํ้า

นายกฯ เผย “มิน อ่อง หล่าย” พร้อมร่วมมือทุกมิติ ขอไทยวัดค่าสารพิษแบบไม่ยึดสากล “ปลัด ทส.” ลุยตามทีโออาร์ภายใน ส.ค.นี้ “เด็กส้ม” ซัดปูพรมแดงรับเป็นจุดต่ำที่สุดของยุทธศาสตร์การทูตไทยบนเวทีโลก

ตั้งกก.ฟันวินัย3หมอตร. แบ่งหน้าที่ช่วย‘ทักษิณ’

“รักชนก” ย้ำจุดยืนส้มมีเราไม่มีเทา หลังมีกระแสตั้งรัฐบาลเขียว-แดง-ส้ม “มาร์ค” โนคอมเมนต์ ฝันกลับมาเป็นพรรคหลัก “ผบ.ตร.” ตั้งกรรมการสอบ

รมช.มท.ลุยปราบนอมินี ขึงขังไล่‘กุ๊ย’พ้นประเทศ

"วรศิษฎ์" เผยทลายเครือข่ายนอมินีในภูเก็ต พบผู้กระทำผิด 16 ราย คนไทย 10 ต่างชาติ 6 หลังเปิด 6 ธุรกิจแข่งคนไทย ทั้งโรงเรียนนานาชาติ-รถเช่า-ร้านอาหาร

ช็อก!กราดยิงในรร. เด็ก14คร่า9ชีวิตวิกฤตอีก9คน/อนุทินบี้คุมเข้มอาวุธปืน

สลด! เด็กอายุ 14 นักเรียน ม.3 ใช้อาวุธปืนกราดยิงภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี "ครู-นักเรียน" เสียชีวิต 6 ราย และบาดเจ็บอื้อ ก่อนยิงตัวเองดับ พบยังก่อเหตุยิงปู่-ย่าที่บ้านพัก

'อนุทิน' ฟาด 'รังสิมันต์' ชอบพูดคาดเดาตามสติปัญญาที่มี ยันไม่เกี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายรังสิมันต์ โรม เป็นประธานกรรมาธิการ มีการอ้างชื่อนายกรัฐมนตรี เข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบท้องถิ่น

นายกฯ ขออภัย! แจงเหตุ อส. ปะทะผู้ชุมนุมพีมูฟ รมต.ติดภารกิจ ทำไม่เข้าใจกัน ยันพร้อมคุยหาทางออก

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่วันที่ 6 ส.ค. กลุ่มขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) และเครือข่ายบุกเข้าไปที่กระทรวงมหาดไทย ได้มีการกำชับเพื่อไม่ให้เกิดการบานปลายอย่างไรหรือไม่ ว่า เมื่อวันที่ 6 ส.ค.