ตลาดรถยนต์เดือนกรกฎาคม ยอดขายรวม 406,162 คัน เพิ่มขึ้น 15.39% โตโยต้ายอดขายสะสมรวม 135,199 คัน เติบโต 2.39%

รายงานตลาดรถยนต์เดือนกรกฎาคม 2569 ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศ มีจำนวนทั้งสิ้น 59,196 คัน เพิ่มขึ้น 20.07% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ตลาดรถยนต์นั่งและรถยนต์ SUV (Passenger Car + SUV) มีปริมาณการขาย 42,807 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคมปีที่ผ่านมา 32.99% ในขณะที่รถกระบะ (*Pickup 1 Ton) มีปริมาณการขาย 5,084 คัน ลดลงจากเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว 16.22% รถกระบะดับเบิลแค็บ มีปริมาณการขาย 5,602 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว 14.33% และรถ PPV มีปริมาณการขาย 3,003 คัน ลดลง 21.39% จากเดือนเดียวกันในปีที่ผ่านมา

ข้อมูลที่ปรากฏในรายงานนี้อ้างอิงจากข้อมูลยอดขายที่ระบุในเว็บไซต์ https://fti.or.th/News/details?id=1594

ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (The Federation of Thai Industries – FTI) ประกาศ ณ วันที่ 25 สิงหาคม 2569

  • ประเด็นสำคัญในเดือนกรกฎาคม
  • ตลาดรถยนต์เดือนกรกฎาคม 2569 ยอดขายตลาดรวม 59,196 คัน เพิ่มขึ้น 07%
    เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา
  • รถยนต์นั่งและรถยนต์ SUV (Passenger Car + SUV) ยอดขาย 42,807 คัน
    เพิ่มขึ้น 99% จากปีที่ผ่านมา
  • รถกระบะ (*Pickup 1 Ton) 5,084 คัน ลดลง 22% จากปีที่ผ่านมา
  • รถกระบะดับเบิลแค็บ 5,602 คัน เพิ่มขึ้น 33% จากปีที่ผ่านมา
  • รถ PPV ยอดขาย 3,003 คัน ลดลง 39% จากปีที่ผ่านมา

*หมายเหตุ: Pickup 1 Ton เป็นยอดรวมจากรถกระบะตอนเดียว (B-Cab) และรถกระบะตอนครึ่ง (C-Cab)

  • ยอดขายตลาดรถยนต์สะสมเจ็ดเดือนแรก มียอดขาย 406,162 คัน เพิ่มขึ้น 39%
    เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกัน
  • รถยนต์นั่งและรถยนต์ SUV (Passenger Car + SUV) ยอดขาย 62,055 คัน
    ลดลง 18% จากปีที่ผ่านมา
  • รถกระบะ (*Pickup 1 Ton) 37,369 คัน ลดลง 38% จากปีที่ผ่านมา
  • รถกระบะดับเบิลแค็บ 43,454 คัน เพิ่มขึ้น 38% จากปีที่ผ่านมา
  • รถ PPV ยอดขาย 23,864 คัน ลดลง 73% จากปีที่ผ่านมา

*หมายเหตุ: Pickup 1 Ton เป็นยอดรวมจากรถกระบะตอนเดียว (B-Cab) และรถกระบะตอนครึ่ง (C-Cab)

  • โตโยต้า เดือนกรกฎาคม มียอดขาย 17,866 คัน ลดลง 1.62% จากปีที่ผ่านมา นำโดย
    Pure Pick Up (Hilux Travo, Revo และ Champ) มียอดขาย 5,838 คัน เพิ่มขึ้น 02% จากปีที่ผ่านมา Eco Segment (Yaris และ Yaris ATIV) มียอดขาย 5,337 คัน เพิ่มขึ้น 5.45% จากปีที่ผ่านมา
  • โตโยต้า ยอดขายสะสมเจ็ดเดือนแรก 135,199 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดที่ 29% เติบโต 2.39% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา นำโดย Pure Pick Up (Hilux Travo, Revo และ Champ)
    มียอดขาย 43,082 คัน เติบโต 5.59% จากปีที่ผ่านมา และ Eco Segment (Yaris และ Yaris ATIV)
    มียอดขาย 40,904 คัน เติบโต 20.35% จากปีที่ผ่านมา
  • โตโยต้า ยอดส่งออกรถยนต์สะสมเดือนมกราคม - กรกฎาคม 2569 จำนวน 208,500 คัน แบ่งออกเป็น
    รถเครื่องสันดาป (ICE) 163,700 คัน และรถยนต์ไฮบริด (Hybrid) 42,800 คัน หากแบ่งเป็นรุ่นรถที่ส่งออกมากที่สุด คือ Toyota Hilux มีจำนวนถึง 137,400 คัน ตามมาด้วย Toyota Yaris ATIV
    จำนวน 40,500 คัน ตอกย้ำความสามารถทางการผลิตของประเทศไทยที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกในเรื่องของคุณภาพ และแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า โตโยต้าสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมส่งเสริมเศรษฐกิจและการจ้างงานที่มีในประเทศไทย ซึ่งความสำเร็จทั้งหมดนี้ สะท้อนถึงความไว้วางใจและความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามีต่อโตโยต้าอย่างต่อเนื่อง

นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวถึงแนวโน้มตลาดรถยนต์เดือนสิงหาคม ว่า “ตลาดรถยนต์เดือนสิงหาคม คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยตามดัชนีทางฤดูกาล (Seasonal Index) จากการทยอยส่งมอบรถยนต์รุ่นใหม่ที่เปิดตัวสู่ตลาด ประกอบกับการจัดงาน Big Motor Sale ในช่วงกลางปี ซึ่งช่วยกระตุ้นบรรยากาศการซื้อขาย อย่างไรก็ตามสถานการณ์ความเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงิน ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค

สำหรับโตโยต้า ยังคงรักษาความเป็นผู้นำได้อย่างแข็งแกร่งในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ด้วยส่วนแบ่งตลาดที่ 33.29% โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์ไฮบริดที่มียอดขายในประเทศประมาณ 42,000 คัน เติบโตขึ้น 13% นำโดยรถยนต์ยอดนิยมรุ่น Yaris Cross และ Corolla Cross ซึ่งรถยนต์ไฮบริดที่ผลิตในประเทศมีสัดส่วนการใช้อะไหล่และชิ้นส่วนภายในประเทศ (Local Content) เฉลี่ยสูงถึงประมาณ 70%

ตลาดรวมในกลุ่ม Pure Pick up ปรับตัวดีขึ้น โดย Toyota Hilux สามารถคงครองตำแหน่งผู้นำด้วยยอดขายเฉลี่ย 6,150 คันต่อเดือน นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา นอกจากนี้กลุ่ม Eco Segment ยังแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง มียอดขายเติบโตขึ้นจากปีที่แล้วถึง 20.35% โดย Yaris ATIV ทำยอดขายสูงสุดในกลุ่มนี้ของ
โตโยต้า ทำยอดขายเฉลี่ยสูงถึง 5,840 คันต่อเดือน ในช่วงเดือนมกราคม–กรกฎาคมที่ผ่านมา เช่นเดียวกับกลุ่มรถ SUV ที่เติบโตขึ้น 2.00% นำด้วยผลิตภัณฑ์หลักอย่าง Yaris Cross ที่ทำยอดขายเฉลี่ย 2,785 คันต่อเดือน และ Corolla Cross ที่ทำยอดขายเฉลี่ย 1,380 คันต่อเดือน นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา

นายศุภกร กล่าวเพิ่มเติมว่า “ขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้การตอบรับผลิตภัณฑ์ของโตโยต้าเป็นอย่างดี นอกจากเรื่องผลิตภัณฑ์รถยนต์ที่ได้รับการตอบรับอย่างดีเสมอมา ในส่วนของผลิตภัณฑ์ด้านบริการหลังการขาย ปัจจุบันยังประสบความสำเร็จได้รับความไว้วางใจ ด้วยโปรแกรม TOYOTA SMART PLAN มียอดขายสะสม ระหว่างเดือนมกราคม 2568 ถึง เดือนกรกฎาคม 2569 ถึง 26,751 แพ็ก สะท้อนถึงความเชี่อมั่น ความไว้วางใจที่ลูกค้ามีให้กับผลิตภัณฑ์และบริการของโตโยต้าเป็นอย่างดีเสมอมา

ทั้งนี้ปัจจัยสำคัญของความสำเร็จในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ต่างๆ มาจากความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อโตโยต้า ทั้งความพร้อมของ Ecosystem และ Supply Chain ในประเทศที่แข็งแกร่ง ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการคลังอะไหล่และสต็อกอะไหล่ที่ครอบคลุม เพื่อสร้างความอุ่นใจและมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ผู้บริโภคตลอดการใช้ผลิตภัณฑ์ ขณะเดียวกัน โตโยต้ายังมุ่งมั่นเติบโตเคียงข้างสังคมไทยอย่างยั่งยืน”

หมายเหตุ: ข้อมูลที่ปรากฏในรายงานนี้อ้างอิงจากข้อมูลยอดขายที่ระบุในเว็บไซต์  https://fti.or.th/News/details?id=1594

ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (The Federation of Thai Industries – FTI) ประกาศ ณ วันที่ 25 สิงหาคม 2569


โดย นรินทร โชติภิรมย์กุล

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โตโยต้า ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย เดินหน้าพัฒนาศูนย์การเรียนรู้สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจหมุนเวียนสู่ชุมชนยั่งยืน “Green Learning Hub”

นายสิริวิทย์ ปรีชาศุทธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนองค์กร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วยผู้แทนจากภาคีเครือข่าย ได้แก่

โตโยต้า ร่วมสนับสนุน ททท. เปิดตัวโครงการ “Take Leave Consciously ลาพัก...ไปรักษ์โลก”

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมสนับสนุนการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดตัวโครงการ “Take Leave Consciously ลาพัก...ไปรักษ์โลก”