CLS 220 d ปิดจบที่ 3.88 ล้านบาท พร้อมข้อเสนอกับส่วนลดกว่า 7 แสนบาท

ภายหลังการประกาศยุติการผลิตของ CLS สปอร์ตคูเป้ที่สร้างประวัติศาสตร์มาเกือบ 2 ทศวรรษ ล่าสุด เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย มอบโอกาสครั้งสุดท้าย สำหรับผู้ที่หลงใหลในยนตรกรรม CLS ที่เดินทางมาถึงเจเนเรชั่นสุดท้าย กับข้อเสนอที่มาพร้อมส่วนลดกว่า 760,000 บาท ทำให้ราคาจำหน่ายของ CLS 220 d AMG Premium เหลือเพียง 3,880,000 บาท จากราคาเปิดตัว 4,640,000 บาท ด้วยความโดดเด่นของรูปลักษณ์สไตล์สปอร์ตคูเป้ซีดานที่เสริมด้วยชุดแต่ง AMG และขุมพลังดีเซล 2.0 เทอร์โบ ที่ให้ทั้งความประหยัดและสมรรถนะที่เหลือล้น รวมถึงเทคโนโลยีความด้านความปลอดภัยและการขับขี่ ที่ครบครัน ทำให้รถยนต์รุ่นนี้เป็นหนึ่งในคอลเลคชั่นรถยนต์ที่สายรถควรมีไว้ครอบครอง ร่วมสัมผัสเจเนเรชั่นสุดท้ายของ CLS พร้อมเป็นเจ้าของก่อนใครได้ที่งาน “Mercedes-Benz StarFest 2024” ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลอีสต์วิลล์ ชั้น 1 ตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคม 2567 ถึง 5 มิถุนายน 2567 หรือผ่านตัวแทนจำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปCLS 220 d AMG Premium ยนตรกรรมระดับไอคอนิกที่พร้อมสะกดทุกสายตาบนท้องถนน ผสานดีไซน์แห่งความสปอร์ตและความทันสมัยด้านเทคโนโลยีอย่างลงตัว ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ แถวเรียง ขนาด 1,950 ซีซี พร้อมเทอร์โบและอินเตอร์คูลเลอร์ มอบพละกำลังสูงสุด 194 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ที่ 1,600-2,800 รอบ/นาที ให้อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ในเวลา 7.5 วินาที ปราดเปรียวอย่างมีสไตล์ด้วยชุดแต่ง AMG bodystyling พร้อมกระจังหน้าแบบ Star Pattern Radiator Grille รับกับชุดไฟหน้าอันเป็นเอกลักษณ์แบบ MULTIBEAM LED และระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Adaptive Highbeam Assist Plus) ช่วยให้ทัศนวิสัยในการขับขี่เต็มไปด้วยประสิทธิภาพสูงสุด ปลดล็อกและสตาร์ทเครื่องยนต์ด้วย KEYLESS-GO Comfort Package ปิดท้ายด้วยล้ออัลลอยจาก AMG แบบ multi-spoke ขนาด 20 นิ้ว ช่วยเปลี่ยนทุกการเดินทางให้เป็นไปอย่างนุ่มนวลภายในห้องโดยสารมาพร้อมออปชั่นพิเศษแบบจัดเต็ม อาทิ หน้าจอแสดงผล Widescreen Cockpit ขนาด 12.3 นิ้ว จำนวน 2 จอ เบาะนั่งหุ้มหนัง Nappa นุ่มสบายทั้งคนขับและตอนหลัง พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบสปอร์ต พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย และระบบปรับโหมดการขับขี่แบบ DYNAMIC SELECT เป็นต้น มอบประสบการณ์การเชื่อมต่อที่เหนือชั้นระหว่างระบบกับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้วยระบบปฏิบัติการ MBUX และฟังก์ชั่น Music Streaming Service สามารถเชื่อมต่อสุนทรียภาพและชาร์จมือถือแบบไร้สายไปในตัว (Wireless Charging) เพิ่มความเร้าใจในทุกการฟังเพลงผ่านระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® พร้อมนำเสนออีกขั้นของความสะดวกสบายในทุกการขับขี่ด้วยระบบตัวช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Active Parking Assist with PARKTRONIC) ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา (Blind Spot Assist) ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (ATTENTION ASSIST) และระบบช่วยเบรกฉุกเฉินแบบแอคทีฟ (ACTIVE BRAKE ASSIST) ที่จะคอยดูแลทุกความปลอดภัยอย่างเต็มพิกัด


โดย นรินทร โชติภิรมย์กุล

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ฟอร์ด เรนเจอร์ และมัสแตง คว้า 5 โพเดียม ที่ ‘บางแสน กรังด์ปรีซ์ 2024’

ทีมแข่งฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ลุยศึกความเร็วสุดดุเดือด 'บางแสน กรังด์ปรีซ์ 2024' โดยฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด มัสแตง คว้าทั้งหมด