
- เมื่อฉันอายุย่างเข้า 80 ปี สิ่งแรกที่ต้องยอมรับให้ได้ก่อนคือ โลกไม่ได้หมุนช้าลงเพื่อรอเราเลยแม้แต่นิดเดียว ตรงกันข้าม มันหมุนเร็วกว่าเดิมเสียอีก เพราะเดี๋ยวนี้เด็กอนุบาลยังมี iPad ส่วนคุณตาอย่างเรายังงมหาปุ่มปิดเสียงโทรศัพท์ไม่เจอ ดังนั้นบทเรียนข้อแรกของชีวิตวัย 80 คือ อย่าพยายามแข่งกับโลก แต่ให้หาวิธี “อยู่กับโลกแบบขำๆ” เพราะถ้าเครียด เราแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่ม
- เมื่อก่อนตอนอายุ 30 เราคิดว่าเงินคือทุกอย่าง ตอนอายุ 50 เราคิดว่าอำนาจคือทุกอย่าง แต่พออายุเกือบ 80 เราจะพบสัจธรรมใหม่ว่า “หมอประจำตัวดีๆ” สำคัญกว่าทั้งเงินและอำนาจ เพราะสุดท้ายแล้ว คนที่เราพบหน้าบ่อยที่สุดไม่ใช่เพื่อนนักธุรกิจ แต่คือหมอโรคหัวใจ หมอกระดูก และเภสัชกรที่รู้จักชื่อเราดีเหมือนญาติสนิท
- ในทางสังคม คนวัย 80 ไม่จำเป็นต้องเป็น “ผู้ใหญ่ที่น่าเกรงขาม” เสมอไป บางครั้งเป็น “ผู้ใหญ่ที่น่าหัวเราะ” กลับมีความสุขกว่า เพราะคนที่จริงจังตลอดเวลา มักจะไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ แต่คนที่หัวเราะกับตัวเองได้ มักจะมีเพื่อนเต็มโต๊ะอาหารเสมอ ผมค้นพบว่า ถ้าอยากมีเพื่อนตอนแก่ อย่าพูดแต่เรื่องโรค ความดัน ไขมัน หรือดอกเบี้ยเงินฝาก เพราะฟังมากๆ แล้วเพื่อนก็จะเริ่มหาข้ออ้างกลับบ้านเร็ว
- เรื่องเพื่อนฝูงนั้น เมื่ออายุ 80 เราจะพบปรากฏการณ์ที่น่าประหลาดอย่างหนึ่ง คือ เพื่อนบางคนหายไปจากวงสนทนา ไม่ใช่เพราะทะเลาะกัน แต่เพราะเขาย้ายที่อยู่ไปอยู่ใน “ที่ที่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์” ดังนั้นทุกครั้งที่ยังมีโอกาสนั่งกินข้าวกับเพื่อนเก่า จงถือว่าเป็นกำไรชีวิต อย่ามัวแต่เถียงเรื่องการเมืองจนเสียบรรยากาศ เพราะสุดท้ายแล้ว คนที่นั่งหัวเราะโต๊ะเดียวกันสำคัญกว่าความเห็นทางการเมืองเสมอ
- ส่วนเรื่องครอบครัวนั้น คนวัย 80 ควรเข้าใจบทบาทใหม่ของตัวเองให้ชัด เราไม่ได้เป็น “ผู้บัญชาการใหญ่ของบ้าน” อีกต่อไปแล้ว ยุคที่เราสั่งลูกแล้วลูกต้องฟังนั้นจบไปตั้งแต่วันที่ลูกเริ่มมีบัตรเครดิตของตัวเอง สิ่งที่ควรทำคือเปลี่ยนตำแหน่งจาก “ผู้สั่งการ” เป็น “ที่ปรึกษาอาวุโส” คือถ้าเขาถามค่อยตอบ ถ้าเขาไม่ถามก็ยิ้มไว้ก่อน เพราะคำแนะนำที่ไม่มีคนขอ มักจะกลายเป็นคำบ่นโดยอัตโนมัติ
- สำหรับลูกหลานนั้น คนแก่จำนวนมากมีนิสัยอย่างหนึ่งคือชอบสอนศีลธรรม แต่เด็กสมัยนี้เขาไม่ได้ฟังคำสอนยาวๆ เหมือนสมัยก่อน เขาเรียนรู้จาก “ตัวอย่าง” มากกว่า ถ้าเราอยากให้เขาเคารพผู้ใหญ่ เราก็ต้องเป็นผู้ใหญ่ที่น่าเคารพ ไม่ใช่ผู้ใหญ่ที่บ่นตั้งแต่เช้ายันเย็น หรือแชร์ข่าวปลอมในไลน์ทุกชั่วโมง เพราะหลานจะเริ่มสงสัยว่าคุณตาเรียนจบมหาวิทยาลัยจริงหรือไม่
- เรื่องการงานก็เป็นเรื่องน่าสนใจ คนจำนวนมากคิดว่าอายุ 80 ต้องเลิกทำงานแล้ว แต่ความจริงคือมนุษย์ถ้าเลิกทำอะไรเลย ชีวิตจะเริ่มเหี่ยวเร็วกว่าผักในตู้เย็น งานของคนวัย 80 อาจไม่ใช่งานบริหารบริษัทใหญ่โต แต่อาจเป็นงานเล็กๆ เช่น อ่านหนังสือ เขียนบทความ ดูแลต้นไม้ หรือช่วยงานสังคม งานเหล่านี้ไม่ได้สร้าง GDP ให้ประเทศมากนัก แต่สร้าง “ความหมายของชีวิต” ให้ตัวเราเอง
- ในเรื่องสุขภาพนั้น คนวัย 80 ต้องยอมรับว่า ร่างกายเริ่มมีเสียงเอี๊ยดอ๊าดเหมือนบ้านไม้เก่า ขึ้นบันไดทีหนึ่งก็เหมือนเครื่องยนต์ดีเซลกำลังอุ่นเครื่อง แต่แทนที่จะบ่นว่าร่างกายไม่เหมือนเดิม เราควรขอบคุณมันที่พาเรามาถึงวันนี้ได้ เพราะหลายคนในรุ่นเดียวกันไม่ได้มีโอกาสเห็นพระอาทิตย์ขึ้นในวัยนี้แล้ว
- อาหารการกินก็ต้องเปลี่ยน เมื่อก่อนเรากินอะไรก็ได้ แต่ตอนนี้หมอจะเริ่มกำหนดเมนูชีวิตให้ เช่น ลดหวาน ลดเค็ม ลดมัน ซึ่งฟังดูแล้วเหมือนลดความสุขไปครึ่งหนึ่ง แต่ถ้ามองอีกมุมหนึ่ง มันคือการซื้อเวลาเพิ่มให้ชีวิตอีกหลายปี ดังนั้นการกินจืดบ้างก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย เพราะอย่างน้อยเรายังมีโอกาสกินต่อไป
- ชีวิตประจำวันของคนวัย 80 ควรเรียบง่ายแต่มีจังหวะเหมือนดนตรีเบาๆ ตอนเช้าเดินเล่นบ้าง อ่านหนังสือบ้าง คุยกับเพื่อนบ้าง ตอนบ่ายงีบสั้นๆ แล้วตอนเย็นนั่งมองพระอาทิตย์ตก หลายคนคิดว่านี่คือชีวิตที่น่าเบื่อ แต่ความจริงแล้วมันคือความหรูหราที่คนวัยทำงานไม่มีเวลาได้สัมผัส
- สุดท้ายแล้ว การมีความสุขในวัย 80 ไม่ได้อยู่ที่จำนวนเงินในบัญชี แต่อยู่ที่จำนวนรอยยิ้มในแต่ละวัน ถ้าเรายังหัวเราะได้ ยังมีเพื่อนคุย ยังมีลูกหลานให้คิดถึง และยังมีสุขภาพพอเดินไปดูต้นไม้หน้าบ้านได้ ชีวิตก็ถือว่ากำไรแล้ว เพราะเมื่อมองย้อนกลับไป เราจะพบว่าความสำเร็จที่แท้จริงของชีวิต ไม่ใช่การมีชีวิตที่ยิ่งใหญ่ แต่คือการมีชีวิตที่ “ยังสนุกกับการมีชีวิตอยู่” นั่นเอง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เครียดนัก..มักแก่เร็ว
“ทำไมบางคนอายุเท่ากัน…แต่ดูแก่กว่ากัน 10 ปี” ช่วงหนึ่ง…หมอในฐานะศัลยแพทย์ตกแต่งเคยสงสัยว่า ทำไมคนอายุ 50 ปีเหมือนกัน บางคนดูเหมือนอายุ 40 แต่บางคนกลับดูเหมือน 60 ทั้งที่เกิดปีเดียวกันแท้ๆ
บริหารกระเป๋าเงิน...ฝ่าวิกฤตโลกไม่แน่นอน
โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งเศรษฐกิจที่ผันผวน เงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ภัยธรรมชาติ ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่รวดเร็ว สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อค่าครองชีพและมูลค่าของเงินออม โดยเฉพาะคนวัยเกษียณที่ไม่มีรายได้ประจำเหมือนในช่วงวัยทำงาน
มรดกโลก..ล่าสุด
ความภาคภูมิใจ ความยินดีปรีดาที่มีเบื้องหลัง..มนุษย์ป้าขอขยายยยยยต่อค่ะ
ของดีกับการเคารพกัน
ชอบเหมือนกันนะจ๊ะ “เจลาโต้” แต่มนุษย์ป้ายังไม่เคยได้ลองชิมเจลาโต้ยี่ห้อที่กำลังโต้กันไปโต้กันมา จนกลายเป็นดรามาในโลกโซเชียล
อังกฤษทำแล้ว...ไทยควรฉุกคิดได้หรือยัง
รัฐบาลอังกฤษกำลังเดินหน้ามาตรการจำกัดการใช้โซเชียลมีเดียในเด็กและเยาวชน ด้วยความเชื่อว่าการปกป้องสุขภาพจิต การนอนหลับ และพัฒนาการของเด็ก สำคัญกว่าการปล่อยให้โลกออนไลน์เติบโตโดยไร้ขอบเขต แม้จะยังมีข้อถกเถียงเรื่องการบังคับใช้ แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่า หลายประเทศเริ่มมอง "การติดโซเชียล" เป็นปัญหาสาธารณสุข ไม่ใช่เพียงเรื่องส่วนบุคคล
คิด...ก่อนอวด!!
เมื่อก้าวเข้าสู่วัยเกษียณ หลายคนอาจค้นพบว่า สิ่งที่เคยภาคภูมิใจมาตลอดชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเงินทอง ตำแหน่งหน้าที่ บ้านหลังใหญ่ หรือรถคันหรู ล้วนเป็นเพียงสิ่งที่เราครอบครองได้เพียงชั่วคราว

