
ไชยันต์ ไชยพร
อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่า ผู้รับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2490 วันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 คือ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ผู้บัญชาการทหารแห่งประเทศไทย ซึ่งคณะรัฐประหารได้แต่งตั้งจอมพล ป. พิบูลสงคราม ให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวนี้ในวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 หลังจากเริ่มทำรัฐประหารในวันที่ 8 พฤศจิกายนเวลา 23.30 น. และเข้าเฝ้ากรมขุนชัยนาทนเรนทรในเวลา 0100 น. โดยแกนนำคณะรัฐประหารที่เข้าเฝ้าคือ หลวงกาจสงคราม รองหัวหน้าคณะรัฐประหารพร้อมด้วยพันโทถนอม กิติขจร นายประพันธ์ ศิรากาญจน์และนักเรียนนายร้อยทหารบก 20 คน

ในตอนที่แล้ว ได้ชี้ให้เห็นถึง จอมพล ป. พิบูลสงคราม ในประสบการณ์ของกรมขุนชัยนาทฯ ประสบการณ์เกี่ยวกับจอมพล ป. พิบูลสงครามในการรับรู้ของกรมขุนชัยนาทนเรนทรจะช่วยให้เราเข้าใจว่า เพราะเหตุใด Mahmud ถึงได้กล่าวในหนังสือ “The November 1947 Coup: Britain, Pibul Songgram and the Coup” ของเขาว่า “He (กรมขุนชัยนาทฯ) said that he would never trust Pibul who, like, Pridi, was very much at the mercy of certain extremely unscrupulous persons. He intimated that the longer the present Cabinet remained dependent upon Pibul for protection the more difficult they would find it to shake off.” ซึ่งแปลความได้ว่า “พระองค์ (กรมขุนชัยนาทฯ) ทรงระบุว่ามิอาจไว้วางใจจอมพล ป. ได้ เนื่องจากจอมพล ป. เองก็ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของกลุ่มบุคคลที่ไร้คุณธรรมอย่างยิ่ง เช่นเดียวกับกรณีของนายปรีดีฯ นอกจากนี้ พระองค์ยังได้แสดงทัศนะเชิงชี้แนะว่า ยิ่งคณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบันต้องพึ่งพาการคุ้มครองจากจอมพล ป. นานเพียงใด การจะสลัดตนให้พ้นจากอิทธิพลดังกล่าวในภายหลังก็จะทวีความยากลำบากมากขึ้นเท่านั้น”
ในข้อเขียนของ จูดิธ สโตว์ (Judith A. Stowe) เรื่อง Siam becomes Thailand ตีพิมพ์ปี พ.ศ. 2534) กล่าวว่า กรมขุนชัยนาทฯไม่เคยทรงเกี่ยวข้องกับการเมืองเลย สโตว์กล่าวด้วยว่า “Clearly Pibul intended to teach a lesson to all his opponents whether real, imagined or potential.” นั่นคือ “เห็นได้ชัดว่า หลวงพิบูลฯตั้งใจที่จะสั่งสอนบทเรียนให้กับ ศัตรูของเขาทุกคน ไม่ว่าจะเป็นศัตรูจริงๆ หรือศัตรูที่จินตนาการขึ้น หรือผู้มีศักยภาพที่จะเป็นศัตรูก็ตาม” สโตว์กล่าวถึงทัศนคติของหลวงพิบูลฯต่อเจ้านายราชวงศ์จักรีว่า “the Chakri princes was not all equally respect.” (เจ้านายราชวงศ์จักรีไม่ได้น่าเคารพนับถือเท่ากันทุกพระองค์)
สโตว์กล่าวต่อไปว่า อย่างไรก็ตาม จังหวะในการเคลื่อนไหวปฏิบัติการอันที่สองของหลวงพิบูลดูเหมือน จะมีสาเหตุจากท่าที่ของพระยาทรงฯ นั่นคือ ในราวปลายเดือนมกราคม พระยาทรงฯและลูกศิษย์บางส่วน เดินทางลงจากเชียงใหม่ไปพักอยู่กับผู้บังคับบัญชากองทหารรักษาการณ์ที่ราชบุรี ... ในสายตาของหลวงพิบูลฯที่ยังไม่มั ่นใจในความภักดีของทหารรักษาการณ์อื่นๆ ทั่วกรุงเทพฯ การเดินทางไปราชบุรีจึงน่าสงสัย เพราะดูไม่ต่างจากการก่อตัวของกบฏบวรเดช อย่างไรก็ตาม หลวงอดุลเดชจรัส (ผู ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมตำรวจและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยขณะนั้น/ผู้เขียน) และตำรวจตามคำสั่งของเขาได้ดำเนินการการจู่โจมยามรุ่งสางตามบ้านต่างๆและวังทั่วประเทศ ตำรวจได้จับพระยาเทพสดินและคนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาคดีครั้งก่อนๆ การจับกุมแบบเหวี่ยงแหไปทั่วนี้ ครอบคลุมมากไปกว่าพระยาทรงฯ และพวก เพราะครอบคลุมไปถึงพระบรมวงศานุวงศ์ โดยวังแห่งแรกๆ ที่ถูกบุกค้นคือวังที่ประทับในพระนครของกรมขุนชัยนาทนเรนทร ซึ่งขณะนั้น พระองค์ทรงประทับอยู่ที่เชียงใหม่ แต่เมื่อพระองค์ทรงทราบ เรื่องก็รีบเสด็จกลับ และถูกจับกุมที่สถานีรถไฟที่เป็นสถานีสำคัญต่อหน้าสาธารณะชน
มีรายงานจากสถานทูตอังกฤษในเรื่องการจับกุมกรมขุนชัยนาทนเรนทร นั่นคือเอกสาร No. 76 BRITISH LEGATION (10/18/39) BANGKOK CONFIDENTIAL February 7th, 1939. มีข้อความที่กล่าวถึงกรมขุนชัยนาทนเรนทร ดังนี้
1. “Since January 29th further arrests have been made continuously both in Bangkok and outside it, and the persons now held in custody are said to number about eighty. The majority of them are Army officers either on the active list or retired, but they include some civilians, among whom are a few journalists and elected members of the People's Assembly. The most sensational arrest of all has been that of Prince Rangsit of Jainad (เน้นโดยผู้เขียน) , a son of the late King Chulalongkorn and one of the very few Princes of high rank who had continued to reside in Siam after the revolution of June, 1932. He has always had the reputation of being a quiet, unassuming men who had kept aloof from politics and his taking into custody has quite bewildered the public.”
แปล: “ตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม มีการจับกุมเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องทั้งในกรุงเทพฯ และนอกกรุงเทพฯ และขณะนี้มีผู้ถูกควบคุมตัวแล้วประมาณแปดสิบคน ส่วนใหญ่เป็นนายทหารกองทัพบกไม่ว่าจะอยู่ในรายชื่อประจำการหรือเกษียณอายุแล้ว แต่ก็มีพลเรือนอยู่ด้วย ในจำนวนนี้เป็นนักข่าวและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้รับเลือกตั้งไม่กี่คน การจับกุมที่สะเทือนใจที่สุดก็คือการจับกุมกรมขุนชัยนาทนเรนทร พระราชโอรสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและเป็นหนึ่งในพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูงเพียงไม่กี่พระองค์ที่ยังประทับอยู่ในสยามมาโดยตลอดหลังการปฏิวัติเมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2475 (พระองค์) ทรงเป็นที่รู้จักว่าเป็นคนเงียบๆ ถ่อมตัว และไม่ยุ่งเรื่องการเมือง และการถูกควบคุมตัวของพระองค์ทำให้สาธารณชนสับสนมาก”
2. “Actuated by these mixed motives they would appear to be going too far and it is, alas! only too likely that in striking indiscriminately at those whom they take for their enemies they will punish the innocent together with the guilty. A case in point is the arrest of Prince Rangsit (เน้นโดยผู้เขียน) , whom I know personally and whom I believe to be incapable of stop/oping (ในสำเนาต้นฉบับ พิมพ์ทับกัน มองเห็นเป็นได้ทั้งตัว o หรือ p นั่นคือ ในกรณีที่เป็น o จะได้คำว่า stooping และในกรณีตัว p จะได้คำว่า stopping/ ผู้เขียน) to participation in an act of would-be murder. I am inclined to believe, too, that he is innocent of participation in politics at all, though I cannot be sure on that head, for the Government allege that incriminating documents have been found in his house. I am told by one of his best friends, however, that the said documents in fact consist of no more than a letter written to him whilst he was in Java by one of his sisters, informing him that the ex-King approved of King Ananda Mahidol being sent to a public school in England. This scarcely constitutes interference in politics and I regret exceedingly to hear that His Royal Highness is being very badly treated, since he is being confined in an ordinary prisoner's cell under most humiliating conditions. The Siamese can be very cruel to one another.”
แปล: “ด้วยแรงจูงใจที่หลากหลายเหล่านี้ ดูเหมือนว่าพวกเขา (รัฐบาลหลวงพิบูลสงคราม/ผู้เขียน) จะทำอะไรที่เกินไป และมันก็เป็นเช่นนั้น อนิจจา! เป็นไปได้เลยว่า การโจมตีผู้ที่ตนยึดถือเป็นศัตรูโดยไม่เลือกหน้า จะเป็นการลงโทษผู้บริสุทธิ์ไปพร้อมกับผู้กระทำผิดด้วย ประเด็นสำคัญคือการจับกุมกรมขุนชัยนาทฯ ซึ่งข้าพเจ้ารู้จักเป็นการส่วนตัว และเชื่อว่าไม่น่าจะสามารถหยุดยั้งในการมีส่วนร่วมในการฆาตกรรมได้ หากเป็นคำว่า stopping ในกรณีที่เป็นอักษรตัว p /ผู้เขียน
หากเป็นคำว่า stooping จะแปลความได้ว่า
เชื่อว่าไม่น่าจะไม่ลดพระองค์ลงไปมีส่วนในข้อหาฆาตกรรมได้”
“….ข้าพเจ้าค่อนข้างเชื่อว่า พระองค์บริสุทธิ์ ไม่มีส่วนร่วมในการเมืองใดๆ แม้จะไม่แน่ใจในข้อนั้น (on that head) ก็ตาม เพราะรัฐบาลอ้างว่า ได้พบเอกสารที่น่าจะเป็นหลักฐานในวังของพระองค์ อย่างไรก็ตาม เพื่อนที่ดีที่สุดคนหนึ่งของพระองค์ บอกข้าพเจ้าว่า เอกสารดังกล่าวนั้น หนึ่งในพระกนิษฐา/เชษฐภคินี (ในต้นฉบับภาษาอังกฤษใช้คำว่า sisters) เขียนถึงพระองค์ในขณะที่พระองค์อยู่ที่เกาะชวาไม่เกินหนึ่งฉบับเท่านั้น โดยมีข้อความว่า อดีตกษัตริย์ (พระบาทสมเด็จพระปกเกล้า/ ผู้เขียน) ทรงเห็นชอบที่จะส่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลไปทรงศึกษาที่โรงเรียนประจำ (public school) ในอังกฤษ สิ่งนี้แทบจะไม่ถือว่าเป็นการแทรกแซงทางการเมือง และข้าพเจ้าเสียใจอย่างยิ่งที่ได้ยินว่าพระองค์ได้รับการปฏิบัติที่เลวร้ายอย่างยิ่ง เนื่องจากพระองค์ถูกกักขังอยู่ในห้องขังธรรมดาภายใต้สภาพที่ย่ำแย่ที่สุด ชาวสยามสามารถโหดร้ายต่อกันได้มาก”
3. “I must not neglect to repeat here what I have already reported to Your Lordship by telegram. The country is perfectly quiet and the Government appear complete command of the situation. I am told, however, that the Queen Grandmother is greatly upset by the arrest of Prince Rangsit, the effect of which upon the other members of the Royal Family cannot fail to have been shattering. The position of the young King and of the Princess Mother must be very distressing, for the Prince was His Majesty's favourite uncle.”
แปล: “ข้าพเจ้าต้องไม่ละเลยที่จะพูดซ้ำในสิ่งที่ข้าพเจาได้รายงานต่อใต้เท้า (John Allsebrook Simon, 1st Viscount Simon รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ/ผู้เขียน) ทางโทรเลขแล้ว ประเทศนี้เงียบสงบอย่างยิ่ง และรัฐบาลก็ดูเหมือนเป็นผู้ควบคุมสถานการณ์อย่างสมบูรณ์ อย่างไรก็ตาม ข้าพเจ้าทราบมาว่าสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ทรงพระราชหฤทัยอย่างยิ่งกับการจับกุมกรมขุนชัยนาทฯ ซึ่งส่งผลถึงสมาชิกในพระบรมวงศานุวงศ์ให้ต้องแตกสลายไปด้วย ยุวกษัตริย์ (สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล/ผู้เขียน) และพระราชชนนีต้องตกอยู่ในสถานะที่เป็นทุกข์อย่างยิ่ง เพราะกรมขุนชัยนาทฯเป็นพระปิตุลาที่ทรงโปรดของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว”
ที่สำคัญคือ ในเอกสาร No. 76 BRITISH LEGATION (10/18/39) BANGKOK CONFIDENTIALFebruary 7th, 1939 เซอร์โจซาย ครอสบี้ ยังกลับกล่าวว่า เขารู้จักกรมขุนชัยนาทฯเป็นการส่วนตัว และค่อนข้างเชื่อว่า พระองค์เป็นผู้บริสุทธิ์ เพราะเท่าที่เขารู้จักพระองค์ พระองค์ไม่ทรงยุ่งกับการเมือง
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อนุชา-ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.พรรค ปชป. กรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมร | and more กับโอกาสเบียดสู้ 'ชัชชาติ'
สนามเลือกตั้ง "ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร" หรือผู้ว่าฯ กทม.ใกล้ระเบิดศึกเต็มทีแล้ว เพราะวันที่ 28 พ.ค.นี้จะเป็นวันแรกของการรับสมัครบุคคลลงชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งผู้สมัครเกือบทั้งหมดคงไปยื่นสมัครกันตั้งแต่วันนี้เกือบหมด
จากเดนมาร์ก-อังกฤษ-นอร์เวย์ ถึงไทย บทบาท องคมนตรี กับการรับฟัง-แก้ปัญหาประชาชน
จากกรณีเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 มีท่าทีทางการเมืองจาก"พรรคประชาชน"ที่สื่อสารผ่าน เพจเฟซบุ๊กทางการของพรรคประชาชน โพสต์ข้อความเรื่อง
🔴 LIVE 'ธีระชัย' แทงตรง สงครามขยี้โลก 'สหรัฐ-ทรัมป์' ตกเหว!! | อิสรภาพแห่งความคิด กับ..สำราญ รอดเพชร
อิสรภาพแห่งความคิด กับ..สำราญ รอดเพชร : วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม 2569
🔴 LIVE ‘อนุทิน’ บินฝรั่งเศสปิดจบปมเขมร!? | ห้องข่าวไทยโพสต์
ห้องข่าวไทยโพสต์ : วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม 2569
กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ ค.ศ. 1814 ของนอร์เวย์ : จุดเริ้มต้นของการเปลี่ยนผ่านสู่ระบอบราชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญของนอร์เวย์
ปี ค.ศ. 1814 ถือเป็นปีแห่งปาฏิหาริย์ (Annus mirabilis) ของประวัติศาสตร์การเมืองการปกครองของประเทศนอร์เวย์ ท่ามกลางบรรยากาศความวุ่นวายหลังสงครามนโปเลียน นอร์เวย์ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอำนาจอธิปไตยอย่างฉับพลันเมื่อกษัตริย์เดนมาร์กทรงพ่ายแพ้สงครามและต้องลงนามในสนธิสัญญาคีล (Treaty of Kiel) เมื่อวันที่ 14 มกราคม ค.ศ. 1814 เพื่อสละสิทธิในราชอาณาจักรนอร์เวย์ให้แก่กษัตริย์แห่งสวีเดน
🔴 LIVE ครบมุมข่าว กับ..นิธินาฏ ราชนิยม | จับตา..'อนุทิน' In Paris คลี่ปมคาใจ 'ไทย-เขมร'!!
ครบมุมข่าว กับ..นิธินาฏ ราชนิยม : วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม 2569

