
ปรีห์ปราง ถนอมศักดิ์ชัย
หากพิจารณาถึงพัฒนาการของรัฐสมบูรณาญาสิทธิราชย์ในยุโรป รัสเซียนับเป็นกรณีศึกษาที่มีลักษณะเฉพาะอย่างยิ่ง เนื่องจากพัฒนาการของรัฐรัสเซียมิได้เกิดจากการเติบโตของชนชั้นกลางหรือการเสื่อมถอยของระบบศักดินาตามแบบแผนเดียวกับยุโรปตะวันตก หากแต่มีเส้นทางการสร้างรัฐที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง ซึ่งพัฒนาการดังกล่าวเริ่มปรากฏอย่างชัดเจนในรัชสมัยของซาร์ปีเตอร์ที่ 1 หรือปีเตอร์มหาราช (Пётр Первый «Великий»; Peter the Great) ระหว่าง ค.ศ. 1696–1725 ซาร์ผู้วางรากฐานของจักรวรรดิรัสเซียและระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ที่มีอิทธิพลต่อการเมืองรัสเซียต่อมาอีกหลายศตวรรษ
หลักการของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ (Absolute Monarchy) ในสมัยพระเจ้าปีเตอร์มหาราชตั้งอยู่บนแนวคิดที่ว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็น “บิดาแห่งชาติ” และ “บิดาของประชาชน” (отец нации, отец народа) โดยพระราชกฤษฎีกาเมื่อ ค.ศ. 1721 ซึ่งประกาศพระอิสริยยศเป็นจักรพรรดิ บิดาแห่งปิตุภูมิ และมหาราช («императором», «отцом отечества» и «Великим») ตลอดจนพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการสืบราชบัลลังก์ ค.ศ. 1722 ได้กลายเป็นรากฐานสำคัญของการเสริมสร้างอำนาจอัตตาธิปไตยของสถาบันพระมหากษัตริย์รัสเซีย ซึ่งการให้ความหมายในภาษารัสเซียที่อธิบายถึงลักษณะของรัชสมัยซาร์ปีเตอร์มหาราชนั้น ได้มีการอ้างถึง “อำนาจสูงสุด (Majesty) คือผู้ที่สามารถกระทำการได้โดยไม่ต้องอยู่ภายใต้อำนาจของใคร”(Высочайшая власть (величеством нарицаемая) есть, которой деяния ни чьей же власти не подлежат) คำจำกัดความดังกล่าวได้กลายเป็นคำจำกัดความหลักในอุดมการณ์ของระบอบอัตตาธิปไตยรัสเซียนับแต่นั้นเป็นต้นมา อย่างไรก็ดี ในสมัยของซาร์ปีเตอร์ ก็มีแง่มุมใหม่ ๆ เกิดขึ้นด้วย กล่าวคือ พระเจ้าซาร์ทรงเชื่อมั่นว่าพระผู้เป็นเจ้าได้ประทานอำนาจนี้แก่พระองค์เพื่อการทำงานที่ยากลำบาก นั่นคือ การปฏิรูปประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่ “มีประโยชน์ต่อประชาชน” สำหรับซาร์ปีเตอร์ พระองค์ทรงถือว่าอำนาจเป็นภาระอันหนักหน่วงของความรับผิดชอบต่อชะตากรรมของประเทศและอนาคตของประเทศ
การสถาปนาระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ของรัสเซียยังดำเนินควบคู่กับการขยายบทบาทของรัฐเข้าสู่ทุกมิติของสังคม พระมหากษัตริย์ทรงใช้อำนาจกำกับทั้งกิจการสาธารณะและชีวิตส่วนบุคคล ตั้งแต่ระเบียบการดำรงชีวิตในชีวิตประจำวันไปจนถึงการควบคุมโครงสร้างสังคม ขณะเดียวกัน รัฐยังดำเนินนโยบายเสริมสร้างระบบไพร่ติดที่ดินอย่างนโยบายการเป็นเซิร์ฟ (Политика дальнейшего закрепощения) กระบวนการเป็นไพร่ติดที่ดินในรัสเซียพัฒนาตัวถึงจุดสูงสุดในศตวรรษที่ 18 เนื่องจากบทบาทของรัฐในการควบคุมสิทธิและที่ดินอย่างเบ็ดเสร็จนั้นเกิดขึ้นพร้อมกับการรวมอำนาจอย่างชอบด้วยกฎหมายของชนชั้นปกครอง และการจัดตั้งชนชั้นขุนนางขึ้นจากชนชั้นศักดินาต่าง ๆ ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญในประวัติศาสตร์ของรัฐศักดินาเดิมไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่งการรวมอำนาจทางการเมืองและการบริหารในกระบวนการปฏิรูปรัฐบาลซาร์ปีเตอร์ที่ 1 ที่ว่านี้ได้นำไปสู่การก่อตั้งรัฐศักดินารูปแบบใหม่ นั่นคือรัฐสมบูรณาญาสิทธิราชย์ อีกทั้งการก่อตั้งและเสริมสร้างระบบหลักการทางกฎหมายและสถาบันอันเป็นลักษณะเฉพาะของรัฐสมบูรณาญาสิทธิราชย์ในรัสเซีย ส่งผลให้กระบวนการของการก่อตั้งรัฐสมบูรณาญาสิทธิราชย์ในรัสเซียมีลักษณะเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับกระบวนการที่คล้ายคลึงกันของการวิวัฒนาการของรัฐศักดินาในประเทศต่าง ๆ ในยุโรปตะวันตกหรือแม้แต่ในเอเชีย
หรือหากพิจารณาในแง่ความสัมพันธ์เชิงอำนาจ จะพบว่าระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ของยุโรปตะวันตกแตกต่างจากของรัสเซียอย่างเด่นชัด เพราะในขณะที่สมบูรณาญาสิทธิราชย์ยุโรปตะวันตกพัฒนาไปพร้อมกับการขยายตัวของระบบทุนนิยมและการเสื่อมถอยของระบบศักดินา (โดยเฉพาะระบบทาส) สมบูรณาญาสิทธิราชย์ของรัสเซียกลับดำรงอยู่ควบคู่กับการขยายตัวของระบบไพร่ติดที่ดิน อีกทั้งฐานสนับสนุนของระบอบมิได้เกิดจากความร่วมมือระหว่างชนชั้นขุนนางกับชนชั้นกระฎุมพีใหม่ตามเขตเมือง แต่อาศัยชนชั้นขุนนางศักดินาเป็นกลไกหลักในการธำรงอำนาจของรัฐ การรับใช้พระมหากษัตริย์จึงกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญของสถานะและอภิสิทธิ์ของชนชั้นขุนนางมาตั้งแต่สมัยอาณาจักรมอสโก และได้รับการปรับเปลี่ยนอย่างเป็นระบบในรัชสมัยของซาร์ปีเตอร์มหาราช
การปฏิรูปที่สำคัญในสมัยซาร์ปีเตอร์มหาราชอีกประการหนึ่ง คือการปฏิรูปชนชั้นขุนนางโดยเชื่อมโยงสถานะทางสังคมเข้ากับการรับใช้รัฐแทนการอาศัยสายตระกูลเพียงอย่างเดียว โดยชนชั้นขุนนางที่เกิดจากการรับราชการจะได้รับที่ดินเป็นผลตอบแทนแต่ยังคงขึ้นอยู่กับรัฐ ซึ่งแตกต่างจากที่ดินมรดกของตระกูลขุนนางดั้งเดิม หลักการดังกล่าวได้รับการจัดระเบียบอย่างเป็นทางการผ่านระบบลำดับยศ (Table of Ranks) เมื่อ ค.ศ. 1722 ซึ่งกำหนดว่าการเลื่อนตำแหน่งในกองทัพหรือราชการพลเรือนสามารถนำไปสู่การได้รับสถานะขุนนาง ส่งผลให้บุคคลที่มีพื้นเพมาจากสามัญชนสามารถเลื่อนฐานะขึ้นเป็นชนชั้นสูงผ่านการเข้ามารับใช้รัฐผ่านระบบราชการของรัฐสมบูรณาญาสิทธิราชย์ได้ อย่างไรก็ตาม แม้ระบบดังกล่าวจะเปิดโอกาสด้านความก้าวหน้าทางสังคม แต่ชนชั้นขุนนางทั้งหมดก็ยังคงต้องอยู่ภายใต้พระราชอำนาจ และไม่มีความเป็นอิสระทางการเมือง เนื่องจากอำนาจของแต่ละบุคคลตั้งอยู่บนตำแหน่งหน้าที่และความไว้วางพระราชหฤทัย มากกว่าจะเกิดจากสิทธิของชนชั้นโดยตรง
การปฏิรูปดังกล่าวยังครอบคลุมถึงการปฏิรูปกองทัพและระบบราชการ พระเจ้าปีเตอร์มหาราชทรงแทนที่กองกำลังแบบเดิมด้วยกองทัพประจำซึ่งอาศัยระบบเกณฑ์กำลังพลจากชุมชนต่าง ๆ ผู้ถูกเกณฑ์ต้องรับราชการเป็นเวลายาวนาน ขณะที่ชนชั้นขุนนางถูกคาดหวังให้รับราชการในฐานะนายทหาร ส่งผลให้สังคมรัสเซียมีลักษณะเป็นสังคมทหารอย่างเข้มข้น กองทหารรักษาพระองค์มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในราชสำนักช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 18 แต่โดยทั่วไปยังคงยอมรับอำนาจสูงสุดของพระมหากษัตริย์ มิได้พัฒนาเป็นองค์กรที่เรียกร้องข้อจำกัดทางรัฐธรรมนูญหรือการปกครองโดยทหารอย่างชัดเจน
การรวมศูนย์อำนาจของรัฐสมบูรณาญาสิทธิราชย์รัสเซียยังดำเนินผ่านการปรับโครงสร้างองค์กรปกครองส่วนกลาง พระเจ้าปีเตอร์มหาราชทรงยุบสภาที่ปรึกษา อย่างสภาขุนนาง หรือสภาโบยาร์ (Boyar Duma; Боярская дума) ใน ค.ศ. 1711 และจัดตั้งวุฒิสภา ให้ทำหน้าที่เป็นองค์กรบริหารสูงสุดในช่วงที่พระองค์มิได้ประทับอยู่ในราชสำนัก พร้อมทั้งจัดตั้งสภาศาสนจักร (Holy Synod) ใน ค.ศ. 1721 ให้อยู่ภายใต้การกำกับของรัฐ ส่งผลให้ศาสนจักรออร์ทอดอกซ์กลายเป็นสถาบันหนึ่งของรัฐ และซาร์ทรงมีสถานะเป็นประมุขสูงสุดของศาสนจักร การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการรวมอำนาจทางการเมือง การบริหาร และศาสนาไว้ภายใต้พระราชอำนาจอย่างเป็นระบบ พร้อมกันนั้นยังมีการปฏิรูประบบราชการ การจัดตั้งหน่วยงานบริหารส่วนกลาง และการแบ่งเขตการปกครองใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการบริหารและเสริมสร้างความสามารถของรัฐในการควบคุมพื้นที่ทั่วจักรวรรดิ
อีกองค์ประกอบสำคัญของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์รัสเซียคือการดำรงอยู่ของระบบไพร่ติดที่ดิน ซึ่งกลายเป็นฐานรองรับทั้งเศรษฐกิจและการปกครองของรัฐ ระบบดังกล่าวได้รับการรับรองทางกฎหมายอย่างสมบูรณ์ตั้งแต่กลางคริสต์ศตวรรษที่ 17 และได้รับการเสริมสร้างต่อเนื่องในสมัยพระเจ้าปีเตอร์มหาราช ขุนนางมีอำนาจควบคุมไพร่ติดที่ดินอย่างกว้างขวาง ทั้งด้านแรงงาน การจัดเก็บผลผลิต และการลงโทษ ขณะที่ชาวนาต้องรับภาระทั้งต่อเจ้าที่ดินและต่อรัฐในฐานะผู้เสียภาษีและกำลังพลของกองทัพ โครงสร้างดังกล่าวทำให้รัฐสามารถระดมทรัพยากรเพื่อการปฏิรูปและการสงครามได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ในอีกด้านหนึ่งก็สร้างข้อจำกัดต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ การขยายตัวของเมือง การเกิดชนชั้นกลาง และการพัฒนาสังคมโดยรวม ความสัมพันธ์ระหว่างระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ชนชั้นขุนนาง และระบบไพร่ติดที่ดินจึงกลายเป็นรากฐานสำคัญของโครงสร้างรัฐรัสเซียในคริสต์ศตวรรษที่ 18 และกำหนดทิศทางของพัฒนาการทางการเมืองในเวลาต่อมา
การก่อรูปของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ในรัสเซียเริ่มปรากฏชัดเจนในช่วงปลายศตวรรษที่ 17 และได้รับการสถาปนาอย่างเป็นระบบในรัชสมัยของซาร์ปีเตอร์มหาราช การปฏิรูปของพระองค์มีเป้าหมายเพื่อปรับโครงสร้างรัฐให้สอดคล้องกับเงื่อนไขทางประวัติศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งในด้านการบริหารราชการแผ่นดิน การทหาร เศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์ วัฒนธรรม และนโยบายต่างประเทศ ส่งผลให้ รัฐซาร์แห่งรัสเซีย (Tsardom of Russia หรือ Tsardom of Muscovy) ซึ่งเดิมปกครองโดยพระมหากษัตริย์ในฐานะ “ซาร์” ได้รับการยกฐานะเป็น จักรวรรดิรัสเซีย (Russian Empire) ใน ค.ศ. 1721 และก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในมหาอำนาจของยุโรป อันทำให้การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมิได้เป็นเพียงการปรับปรุงประสิทธิภาพของการปกครองเท่านั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ของรัสเซียซึ่งรวมศูนย์อำนาจทั้งหมดไว้ที่พระมหากษัตริย์อย่างชัดเจน
รายการอ้างอิง
Seton-Watson, Hugh. The Russian Empire, 1801–1917. Oxford: Oxford University Press, 1967.
Анисимов, Е. В. Государственные преобразования и самодержавие Петра Великого в первой четверти XVIII века. Санкт-Петербург: Дмитрий Буланин, 1997.
Омельченко, О. А. Становление абсолютной монархии в России: учебное пособие. Москва: ВЮЗИ, 1986.
(รายงานความก้าวหน้างานวิจัย โครงการวิจัยเรื่องเอกลักษณ์ของ “ระบอบประชาธิปไตยไทยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” ของประเทศไทย: กรณีศึกษา ราชอาณาจักรัสเซีย: การเข้าสู่ระบอบพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ ได้รับทุนสนับสนุนงานวิจัยจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) ประจำปีงบประมาณ 2568)
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
🔴 LIVE ‘เซมเบ้’ คัมแบ็ค สางโกงสอบท้องถิ่น | ห้องข่าวไทยโพสต์
ห้องข่าวไทยโพสต์ : วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
🔴 LIVE ครบมุมข่าว กับ..นิธินาฏ ราชนิยม | เจาะลึก!! ดรามา สภาฯ เบรกขึ้นเงินเดือน
ครบมุมข่าว กับ..นิธินาฏ ราชนิยม : วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
🔴 LIVE เตรียมเชือด 5 พันรายโกงสอบ | ห้องข่าวไทยโพสต์
ห้องข่าวไทยโพสต์ : วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม 2569
🔴 LIVE ครบมุมข่าว กับ..นิธินาฏ ราชนิยม | การเมืองปิดหม้อ! ดับฝัน..ข้าวแกง 40 บาท
ครบมุมข่าว กับ..นิธินาฏ ราชนิยม : วันพุธที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
🔴 LIVE กวาดทั้งขบวนการโกง | ห้องข่าวไทยโพสต์
ห้องข่าวไทยโพสต์ : วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม 2569
🔴 LIVE ครบมุมข่าว กับ..นิธินาฏ ราชนิยม | ใบอนุญาต-จุดอับ 'ผับบาร์' ความบิดเบี้ยว สู่หายนะ!!
ครบมุมข่าว กับ..นิธินาฏ ราชนิยม : วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม 2569

