
ไชยันต์ ไชยพร
หลังรัฐประหาร 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 ในวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 ได้มีประกาศพระบรมราชโองการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี คณะที่ 19 (11 พฤศจิกายน 2490 – 21 กุมภาพันธ์ 2491) มีนายควง อภัยวงศ์ เป็นนายกรัฐมนตรี โดยกรมขุนชัยนาทนเรนทร ประธานอภิรัฐมนตรีเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ถ้าพิจารณาตามมมาตรา 74 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2490 ที่กำหนดไว้ว่า “พระมหากษัตริย์ทรงตั้งคณะรัฐมนตรีขึ้นคณะหนึ่ง ประกอบด้วยนายกรัฐมนตรีคนหนึ่ง และรัฐมนตรีอย่างน้อยสิบห้าคน อย่างมากยี่สิบห้าคน ในการตั้งนายกรัฐมนตรี ประธานคณะอภิรัฐมนตรีเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ รัฐมนตรีต้องไม่เป็นข้าราชการประจำ” ก็อาจเข้าใจไปว่า คณะรัฐมนตรีคณะนี้แต่งตั้งโดยพระมหากษัตริย์ นั่นคือ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช (ยังไม่ทรงเข้าพิธีบรมราชาภิเษก) แต่ในความเป็นจริง คณะรัฐประหาร ดังนั้น คณะรัฐประหารจึงเป็นผู้มีอิทธิพลในทางพฤตินัยต่อการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี รวมทั้งตัวนายควง อภัยวงศ์นายกรัฐมนตรีด้วย
คณะรัฐมนตรี คณะที่ 19 ประกอบด้วย
1.หม่อมเจ้าวิวัฒนไชย ไชยันต์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
2. พระยาศรีวิสารวาจา (เทียนเลี้ยง ฮุนตระกูล) เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
3. นายประจวบ บุนนาค เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
4. พลเรือตรี เล็ก สุมิตร เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
5. พลโท หลวงชาตินักรบ (ศุข นักรบ) เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
6. พันเอก น้อม เกตุนุติ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม
7. นายควง อภัยวงศ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตราธิการ
8. พลอากาศตรี มุนี มหาสันทนะ เวชยันต์รังสฤษฎ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
9. หม่อมหลวงอุดม สนิทวงศ์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
10. หม่อมหลวงเดช สนิทวงศ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
11. พลโทชิต มั่นศิลป์ สินาดโยธารักษ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยฃ
12. พระยาอรรถการีย์นิพนธ์ (สิทธิ์ จุณณานนท์) เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
13. หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
14. นายเลื่อน ศราภัยวาณิช เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
15. นาวาเอก หลวงศุภชลาศัย (บุง ศุภชลาศัย) เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
16. นายชม จารุรัตน์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
17. หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นรัฐมนตรี
18. นายเลื่อน พงษ์โสภณ เป็นรัฐมนตรี
19. นาวาเอก พระยาวิชิตชลธี (ทองดี สุวรรณพฤกษ์) เป็นรัฐมนตรี
20. นายศรีเสนา สมบัติศิริ เป็นรัฐมนตรี
21. หลวงอังคณานุรักษ์ (สมถวิล เทพาคำ) เป็นรัฐมนตรี
ประกาศเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2490 คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายและวุฒิสภาได้อภิปรายนโยบายของคณะรัฐมนตรีในวันที่ 27 – 28 และ 29 พฤศจิกายน 2490 จึงได้ให้ความไว้วางใจ
ผู้เขียนจะขอกล่าวถึงประวัติของรัฐมนตรีแต่ละท่าน ได้กล่าวถึง หม่อมเจ้าวิวัฒนไชย ไชยันต์และพระยาศรีวิสารวาจา คุณประจวบ บุนนาค พลเรือตรีเล็ก สุมิตร พลโทชิต มั่นศิลป์ สินาดโยธารักษ์ พันเอก น้อม เกตุนุติ พลอากาศตรี มุนี มหาสันทนะ เวชยันต์รังสฤษฎ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และที่กล่าวค้างไว้ตั้งแต่ตอนที่แล้วคือ หม่อมหลวงอุดม สนิทวงศ์ ผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
(ต่อจากตอนที่แล้ว) จากการที่ท่านจบวิศวกรรมโยธาจากมหาวิทยาลัยกรุงเบอร์น สวิสเซอร์แลนด์ ท่านจึงเริ่มรับราชการในปลายปี พ.ศ. 2473 ในกรมรถไฟ (กองช่างกล) กระทรวงคมนาคม ต่อมาในปี พ.ศ. 2475 หม่อมหลวงอุดม สนิทวงศ์ ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกคณะราษฎรในการเปลี่ยนแปลงการปกครองวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 และหลังจากประกาศใช้พระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พุทธศักราช 2475 ที่กำหนดให้ให้ “คณะราษฎร ซึ่งมีคณะผู้รักษาพระนครฝ่ายทหารเป็นผู้ใช้อำนาจแทน จัดตั้งผู้แทนราษฎรชั่วคราวขึ้นเป็นจำนวน ๗๐ นายเป็นสมาชิกในสภา” หม่อมหลวงอุดม สนิทวงศ์ได้รับแต่งตั้งให้เป็นหนึ่งในสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชั่วคราวและหลังจากประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475 มาตรา 68 ในหมวด 7 การใช้รัฐธรรมนูญและบทฉะเพาะกาล ได้กำหนดว่า “ในระหว่างเวลาตั้งแต่ใช้รัฐธรรมนูญนี้ จนกว่าสมาชิกตามมาตรา 65 นั้นจะได้เข้ารับหน้าที่แล้ว ท่านว่า สภาผู้แทนราษฎรคงประกอบด้วยสมาชิกซึ่งมีอยู่แล้วโดยพระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พ.ศ. 2475” โดยมาตรา 65 กำหนดไว้ว่า “เมื่อราษฎรผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ยังมีการศึกษาไม่จบประถมศึกษาสามัญมากกว่ากึ่งจำนวนทั้งหมด และอย่างช้าต้องไม่เกินกว่าสิบปีนับแต่วันใช้พระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พ.ศ. 2475 สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิก 2 ประเภท มีจำนวนเท่ากัน” นั่นคือ ตราบที่ยังไม่มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรโดยราษฎร ให้ “สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมี่อยู่แล้ว” ซึ่งก็คือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชั่วคราวทำหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไปก่อน ด้วยเหตุนี้ หม่อมหลวงอุดม สนิทวงศ์ ซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชั่วคราวจึงรับหน้าที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญฉบับ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475 ต่อมาได้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 1ขึ้นในช่วงระหว่างสิงหาคม-พฤศจิกายน 2476 หม่อมหลวงอุดม สนิทวงศ์จึงพ้นจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่ก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 2 โดยคณะรัฐมนตรี คณะที่ 4 ที่มาจากการทำรัฐประหาร 20 มิถุนายน พ.ศ. 2476 และท่านได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกประเภทที่ 2 เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2478
แม้ว่าท่านลาออกจากตำแหน่งทางการเมือง แต่ท่านก็ยังรับราชการเรื่อยมาตั้งแต่ พ.ศ. 2473 และในปลายปี พ.ศ. 2477 ท่านได้เข้ารับราชการในกองการและกองถนน (แผนกเครื่องกล) กรมโยธาเทศบาล จนถึง พ.ศ. 2483 และในปี พ.ศ. 2486 ได้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมโลหกิจ กระทรวงอุตสาหกรรม
“ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ม.ล.อุดมเข้าทำงานกับบริษัทปูนซิเมนต์ไทยในตำแหน่งรองผู้อำนวยการโรงงานระหว่าง พ.ศ. 2485–2487 เขาเป็นคนไทยคนแรกที่เข้าสู่ฝ่ายอำนวยการของบริษัท ขณะนั้นตำแหน่งบริหารและงานวิศวกรรมระดับสูงส่วนใหญ่ยังอยู่ในความรับผิดชอบของชาวเดนมาร์ก การเข้ารับตำแหน่งของเขาจึงนับเป็นช่วงแรกที่บุคลากรชาวไทยเริ่มมีบทบาทในฝ่ายบริหารของบริษัท” [1]
และจากที่ท่านมีประสบการณ์ความรู้ความเชี่ยวชาญจากการรับราชการ ท่านจึงได้รับแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีครั้งแรกในคณะรัฐมนตรี คณะที่ 11 (2 สิงหาคม 2487 – 31 สิงหาคม 2488) ที่มีพันตรี ควง อภัยวงศ์เป็นนายกรัฐมนตรี โดยท่านดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2488 ต่อมาในคณะรัฐมนตรี คณะที่ 13 (19 กันยายน 2488 – 31 มกราคม 2489) ที่มีหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมชเป็นนายกรัฐมนตรี ท่านได้รับแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงอุตสาหกรรม แต่ตั้งแต่คณะรัฐมนตรี คณะที่ 14-18 ท่านมิได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี แต่มารับเป็นรัฐมนตรีอีกครั้ง ก็ในคณะรัฐมนตรี คณะที่ 19 ที่มีนายควง อภัยวงศ์เป็นนายกรัฐมนตรี และเป็นคณะรัฐมนตรีที่เกิดขึ้นหลังรัฐประหาร 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 โดยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งเป็นกระทรวงที่ท่านเริ่มรับราชการตั้งแต่แรก และในฐานะที่ท่านจบมาทางด้านวิศวกรรมโยธาและเคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ว่าการกระทรวงพาณิชย์ ช่วยว่าการกระทรวงการคลังมาแล้วในคณะรัฐมนตรี คณะที่ 11 ที่มีนายควง อภัยวงศ์เป็นนายกรัฐมนตรี และคณะที่ 13 ที่มีหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมชเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งในคณะรัฐมนตรี คณะที่ 19 นี้ นายควงก็มาเป็นนายกรัฐมนตรีและหม่อมราชวงศ์เสนีย์ก็เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งหม่อมหลวงอุดม สนิทวงศ์ก็เคยทำงานภายใต้ท่านสองท่านนี้มาก่อน นอกจากนี้ มีข้อมูลจาก “ ‘สัมภาษณ์ ม.ล.อุดม สนิทวงศ์,’ ใน กึ่งศตวรรษประชาธิปไตย 2475–2525 (กรุงเทพฯ: โครงการกึ่งศตวรรษประชาธิปไตย, 2525), ข้อความอ้างถึงใน ณัฐพล ใจจริง, “ม.ล.อุดม สนิทวงศ์ สมาชิกคณะราษฎร: ผู้เห็นประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าชนชั้น,” มติชนสุดสัปดาห์, 16 มิถุนายน 2564” ว่า “เมื่อ (ท่านหม่อมหลวงอุดม สนิทวงศ์) ถูกถามในบั้นปลายชีวิตว่า หากต้องตัดสินใจอีกครั้ง เขาจะยังเข้าร่วมการเปลี่ยนแปลงการปกครองหรือไม่ ม.ล.อุดมตอบว่า ‘เข้าซิ มันมีเหตุผล เราทำโดยมีเหตุผล’” [2] ซึ่งคำตอบดังกล่าวสะท้อนถึงจุดยืนและอุดมการณ์ทางการเมืองที่มั่นคงแน่นอนของท่าน ดังนั้น คงยากที่กล่าวว่า การที่ท่านเข้าดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมในคณะรัฐมนตรี คณะที่ 19 ที่เป็นผลจากรัฐประหาร 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 นั้นเป็นเพราะท่านเป็นรอยัลลิสต์ !
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
[1] รำลึกชาตกาล หม่อมหลวงอุดม สนิทวงศ์: วิศวกรจากราชสกุลผู้เลือกยืนข้างการอภิวัฒน์ 2475, ฐานข้อมูลสถาบันปรีดี พนมยงค์, https://pridi.or.th/th/content/2026/09/2959#_ftn15
[2] รำลึกชาตกาล หม่อมหลวงอุดม สนิทวงศ์: วิศวกรจากราชสกุลผู้เลือกยืนข้างการอภิวัฒน์ 2475, ฐานข้อมูลสถาบันปรีดี พนมยงค์, https://pridi.or.th/th/content/2026/09/2959#_ftn15
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
🔴LIVE ตอกฝาโลง ‘แม้ว’ แห้วนิรโทษฯ | ห้องข่าวไทยโพสต์
ห้องข่าวไทยโพสต์ : วันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569
🔴LIVE ครบมุมข่าว กับ..นิธินาฏ ราชนิยม | แลนด์สไลด์ทิพย์ ทรัมป์เสียท่า คุมเกมไม่อยู่
ครบมุมข่าว กับ..นิธินาฏ ราชนิยม : วันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569
คราวนี้ได้เลี้ยงหลานจริงๆ
วันจันทร์แล้วครับ จดหมายจากผู้อ่านยังมีรอให้เปิดอีกหลายซอง แต่วันนี้ขออนุญาตพักอีกสักวัน
‘จตุพร’ จับไต๋ 'ทักษิณ' ขอนิรโทษฯ เล่นการเมืองแบบรุกฆาต เสี่ยงทำประเทศชาติพัง
กดดันถี่ขึ้น พยายามถางทางสู่การเมือง เริ่มปล่อยข่าวล้างมลทินแลกเสียงโหวตเพื่อไทย เชื่อเจตนาเล็งเห็นผล ย้อนเพื่อคนเดียวระวังพาบ้านเมืองพัง ปัดขวางทักษิณเหตุแค้นส่วนตัว ยันสิ่งที่ขอนิรโทษเกิน กม.กำหนด ปชช.จะไม่ทน ออกมาลงถนนต่อต้านอีกรอบ
ภาษีหุ้น-นิรโทษ-ล้างมลทิน 'ทักษิณ' หวังทางสุนัขลอด! 1.7 หมื่นล้าน เส้นตาย มี.ค. 2570
จากกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องกรมสรรพากร เป็นจำเลย ต่อศาลภาษีอากรกลางเพื่อขอให้ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนคำสั่งของกรมสรรพากร
'โสภณ' เคลียร์ปมยื้อซักฟอก ยันฝ่ายค้านไม่พร้อมเอง ลั่นสภาไม่ใช่เวทีหลอกด่ากัน
ประธานรัฐสภาฯ ซัดกลับ ปมยื้อซักฟอก ยันรัฐบาลพร้อมตั้งแต่วันแรก เตือนอย่าบิดเบือนความจริง ทำ ปชช.สับสน

