พฤฒสภา คือ สภาปรีดี จริงหรือ ? (11)

 

ไชยันต์ ไชยพร

ก่อนจะเกิดรัฐธรรมนูฉบับที่ 4 หรือรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2490  เรามีรัฐธรรมนูญฉบับที่ 2 คือฉบับ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475 และฉบับที่ 3 คือฉบับ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2489  ผู้เขียนได้ชี้ให้เห็นแล้วว่า รัฐธรรมนูญฉบับที่ 2 ที่ใช้อยู่ระหว่าง พ.ศ. 2475-2489 เป็นรัฐธรรมนูญที่นำไปสู่ระบอบคณาธิปไตยสืบทอดอำนาจโดยคณะราษฎร สาเหตุสำคัญที่ทำให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นรัฐธรรมนูญคณาธิปไตยสืบทอดอำนาจโดยคณะราษฎร ได้แก่

1. การเปิดให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 2 มีสิทธิ์รับรองคณะรัฐมนตรีร่วมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 1

2. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 2 มีจำนวนเท่ากับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 1 ที่มาจากการเลือกตั้ง

3. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 2 มาจากการแต่งตั้งโดยคณะรัฐมนตรี และมีวาระอยู่ยาวตราบที่ยังบังคับใช้บทเฉพาะกาลอยู่ 

ผู้แทนราษฎรประเภทที่ 2 ชุดแรกที่แต่งตั้งขึ้นในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2476 มาจากการแต่งตั้งโดยคณะรัฐมนตรี คณะที่ 4 ที่มาจากการทำรัฐประหาร                                                           

5. คณะรัฐมนตรี คณะที่ 4 ที่มาจากการทำรัฐประหาร แต่งตั้งตัวเองและพวกพ้องซึ่งส่วนเป็นสมาชิกคณะราษฎรให้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 2

6. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 2 รับรองตัวเองให้เป็นคณะรัฐมนตรี

จาก 1-5 บรรดาสมาชิกคณะราษฎรต่างแต่งตั้งตัวเองกลับไปกลับมาหมุนเวียนกันเป็นคณะรัฐมนตรี และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 2 เป็นระยะเวลาถึง 13 ปี จนมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ นั่นคือ ฉบับที่ 3 เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2489                                                                             รัฐธรรมนูญฉบับที่ 3 นี้ แม้จะยกเลิกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 2 และให้มีสมาชิกพฤฒสภาขึ้นแทน แต่ก็ยังกำหนดให้สมาชิกพฤฒสภามีสิทธิ์ในการรับรองคณะรัฐมนตรีร่วมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้ง  และแม้ว่าจะกำหนดให้สมาชิกพฤฒสภามาจากการเลือกตั้งของประชาชน แต่รัฐธรรมนูญฉบับที่ 3 นี้ได้กำหนดไว้ว่า ในช่วงแรกให้สมาชิกพฤฒสภามาจากการเลือกของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ทีนี้ เรามาดูกันว่า สมาชิกพฤฒสภาที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เลือกขึ้นมาเป็นจำนวน 80 คนตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญเป็นใครและพวกใครบ้าง   และทำไมคนในสมัยนั้นถึงเรียกพฤฒสภาว่าเป็น “สภาปรีดี” พฤฒสภาเต็มไปด้วยคนของปรีดีจริงหรือ ? 

ในการตอบข้อสงสัยข้างต้น ผู้เขียนจะขอกล่าวถึงภูมิหลังของสมาชิกพฤฒสภาทั้งหมด 80 ท่าน เพื่อเป็นข้อมูลในการประเมินข้อน้ำหนักความน่าเชื่อถือเกี่ยวกับการตั้งฉายา “พฤฒสภา” ว่าเป็น “สภาปรีดี” โดยไล่ไปตามลำดับตัวอักษร โดยตอนที่แล้วได้กล่าวถึงภูมิหลังของสมาชิกพฤฒสภาไปทั้งสิ้นจำนวน 18 ท่านในทั้งหมด 80 ท่าน พบว่า มีสมาชิกที่จัดได้ว่าเป็นพวกปรีดี 7 ท่าน มีแนวโน้มที่จะสนับสนุนปรีดี 2 ท่าน ไม่ใช่พวกปรีดี 5 ท่าน ไม่สามารถจัดได้ว่าเป็นฝ่ายใดแน่ 4 ท่าน

ต่อไปคือ  คุณทัน พรหมิทธิกุล

คุณทัน พรหมิทธิกุลเป็นคนอำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์โดยกำเนิด จบการศึกษาชั้นประถมและมัธยมต้นจากโรงเรียนในจังหวัดบุรรีรัมย์ และมาต่อมัธยมปลายที่จังหวัดนครราชสีมา จากนั้นได้ศึกษาต่อประโยคมัธยมเกษตรกรรม ที่โรงเรียนเกษตรกรรมทับกวาง จังหวัดสระบุรี จากนั้นคุณทันก็ได้เดินทางกลับบ้านเกิด และ เริ่มรับราชการเป็นครูใหญ่คนแรกของโรงเรียนเกษตรบุรีรัมย์ ระหว่าง พ.ศ. 2473-2477 และย้ายไปรับราชการที่กรมกสิกรรมเป็นเวลา 3 ปี   

เมื่อถึงปี พ.ศ. 2480 ทางการได้จัดมีการเลือกตั้งขึ้นเป็นครั้งที่สอง โดยครั้งแรกในปี พ.ศ. 2476  ทางญาติพี่น้องของคุณทันได้สนับสนุนให้คุณทันลงรับสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้แทนชาวบุรีรัมย์ และคุณทันก็ชนะเลือกตั้งได้เป็นตัวแทนคนบุรีรัมย์ถึงสองสมัย   (วันที่ 7 พฤศจิกายน 2480 – 11 กันยายน พ.ศ. 2481 และ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2481 – 15 ตุลาคม พ.ศ. 2488) 

ในระหว่างที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น คุณทันได้มีผลงาน เช่น เป็นผู้เสนอร่างกฎหมายให้เลิกเก็บเงินรัชชูปการ ปีละ 20 บาท เป็นรายหัวจากผู้ชายไทยวัย 20 ขึ้นไป และเสนอให้เลิกเก็บค่านาไร่ละสองสลึงในสมัยนั้น

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งที่ 9 สมัยสามัญ สมัยที่สอง วันเสาร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2482 คุณทันได้ตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตราธิการเรื่อง การจ่ายพันธุ์ข้าวปลูก โดยมีประเด็นดังต่อไปนี้ คือ

1. ภาคอิสานเมื่อต้นปีมีฝนดี ราษฎรได้ตกกล้าไว้เป็นจำนวนมาก บัดนี้ฝนแล้ง ข้าวกล้าเสียหายมาก ขอทราบว่าทางกระทรวงเกษตราธิการทราบหรือไม่

2. ได้จัดเตรียมการช่วยเหลือในเรื่องพันธุ์ข้าวปลูกเรียบร้อยแล้วหรือยัง

พ.อ. หลวงสฤษฏ์ยุทธศิลป์ รัฐมนตรี (เข้าใจว่าทำหน้าที่แทนรัฐมนตรีว่าการ/ผู้เขียน) ตอบว่า

1. การทำนาในภาคอิสานปีนี้ จังหวัดต่างๆได้รายงานว่าข้าวกล้าไม่ค่อยจะงาม เพราะขาดฝน ไม่ปรากฎว่าการเสียหายมากตามกระทู้ถาม 

2. เรื่องพันธุ์ข้าวปลูกนั้น กระทรวงเกษตราธิการเคยสั่งให้คณะกรมการจังหวัดต่างๆ ช่วยแนะนำคณะกรรมการอำเภอ กำนันและผู้ใหญ่บ้านให้ช่วยตักเตือนชาวนาในท้องถิ่นของตนให้เก็บพันธุ์ข้าวปลูกไว้พอหว่านได้อีกถึง 2 ครั้ง ถ้าราษฎรเชื่อฟังคำแนะนำนี้แล้ว ก็คงจะไม่ได้เดือดร้อนในเรื่องไม่มีพันธุ์ข้าวปลูกเป็นแน่ แต่อย่างไรก็ดี เมื่อมีเหตุจำเป็นจริงๆ ทางการก็พร้อมที่จะช่วยเหลือ และได้วางระเบียบเรื่องการให้ยืมพันธุ์ข้าวไปให้จังหวัดต่างๆถือปฏิบัติอยู่แล้ว ถ้าราษฎรผู้ใดเดือดร้อนก็อาจจะร้องขอต่ออำเภอท้องที่ตามระเบียบ

ในขณะที่คุณทันทำหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตั้งกระทู้ถามเรื่องพันธุ์ข้าวนั้น รัฐบาลขณะนั้นคือ รัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม  ต่อมาคุณทันได้รับแต่งตั้งให้เป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตราธิการ ในระหว่างสงครามอินโดจีนและสงครามโลกครั้งที่สอง คุณทันได้แก้ปัญหาการ ขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพิลง โดยริเริ่มตั้งโรงกลั่นน้ำมันยางขึ้นใช้แทน ได้จัดหาฝ้ายมาแจกจ่ายให้ราษฎรปั่นด้ายทอผ้า ลดปัญหาขาดแคลนเครื่องนุ่งห่ม และเป็นการส่งเสริมอาชีพไปในตัว นอกจากนั้นได้ริเริ่มสร้างฝายน้ำล้นและเขื่อนกั้นน้ำหลายแห่งในจังหวัด (ตำนานเกษตรบุรีรัมย์  ตอนที่ ๑  ปูชนียบุคคล www.bcat.ac.th/bcat/wp-content/uploads/2017/10/Legend.pdf)

พรรคการเมืองที่คุณทัน พรหมิทธิกุลสังกัด คือ พรรคสหชีพ ซึ่งเป็นพรรคที่สนับสนุนนายปรีดี พนมยง์ ดังนั้น แม้ว่า คุณทันจะไม่ได้เป็นสมาชิกคณะราษฎรที่ร่วมเปลี่ยนแปลงการปกครอง แต่จากที่กล่าวไปข้างต้น เราก็สามารถกล่าวได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า คุณทันเป็นหนึ่งในสมาชิกพฤฒสภาที่ทำให้พฤฒสภาถูกเรียกว่าเป็น “สภาปรีดี”

สรุปผลล่าสุด คือ

สมาชิกพฤฒสภา

ปรีดี

ไม่ใช่พวกปรีดี

  แนวโน้มสนับสนุนปรีดี

ไม่สามารถจัดได้ว่าเป็นฝ่ายใด

ม.ล. กรี  เดชาติวงศ์

   +

 

 

 

ร.อ. กำลาภ  กาญจนสกุล ร.น.

   +

 

 

 

พ.ท.  ก้าน  จำนงภูมิเวท 

 

   +

 

 

แก้ว  สิงหะคเชนทร์

 

 

 

     +

หลวงกาจสงคราม

 

   +

 

 

พลเรือตรี กระแส  ประวาหะนาวิน  สรยุทธเสนี

 

 

 

+

 

พลโท หลวงเกรียงศักดิ์พิชิต

 

  +

 

 

เขียน  กาญจพันธุ์ 

 

 

 

     +

พลโท จิระ  วิชิตสงคราม

 

 

 

     +

จรูญ สืบแสง

    +

 

 

 

จิตตะเสน ปัญจะ

 

  +

 

 

พันโท เจือ  สฤษฎิ์ราชโยธิน 

 

 

 

     +

จำรัส สุวรรณชีพ

   +

 

 

 

จินดา จินตนเสรี

   +

 

 

 

จำลอง ดาวเรือง

   +

 

 

 

หลวงเสรีเริงฤทธิ์ (จรูญ รัตนกุล  เสรีเริงฤทธิ์) 

 

   +

 

 

ไต๋ ปาณิกบุตร

   

 

+

 

ถวิล อุดล

   +

 

 

 

ทัน พรหมิทธิกุล

   +

 

 

 

จากที่ศึกษาภูมิหลังสมาชิกพฤฒสภาไปทั้งสิ้น 19 ท่านในทั้งหมด 80 ท่าน พบว่า มีสมาชิกที่จัดได้ว่าเป็นพวกปรีดี 8 ท่าน มีแนวโน้มที่จะสนับสนุนปรีดี 2 ท่าน ไม่ใช่พวกปรีดี 5 ท่าน ไม่สามารถจัดได้ว่าเป็นฝ่ายใดแน่ 4 ท่าน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ก่อนเกิดรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 (ตอนที่ 3)

“ใครมาเป็นรัฐบาล มันก็โกงเหมือนกันหมด แต่กินแล้วแบ่งเราบ้าง ทำให้เราอยู่ดีกินดีบ้าง นี่ยอมรับได้” “เคยถามชาวบ้านเมื่อตอนที่นักการเมืองของพวกเขาถูกตรวจพบว่า

ฝ่ายค้านโวยแหลก รัฐมนตรีเบี้ยวตอบกระทู้ซ้ำซาก รู้ล่วงหน้ายังไม่มา

ฝ่ายค้านโวยแหลก 'รัฐมนตรี' เบี้ยวตอบกระทู้ 'ปกรณ์วุฒิ' บอก แต้มบุญไม่ถึง จ่อ ไม่ให้ความร่วมมือตามข้อตกลง ด้าน 'พริษฐ์' ขอให้สิทธิ 'ฝ่ายค้าน' เหมากระทู้สดสัปดาห์หน้า ก่อนถูก 'กรวีร์' เบรคบอกให้ไม่ได้ ก่อนเรื่องยุติ หลัง 'โสภณ' ให้วิปสองฝ่ายตกลงกันเอง

'โสภณ' แจ้งข่าวดี จัดแข่งลดพุงข้าราชการสภา ไอเดียแจกของขวัญปีใหม่

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกิจกรรมพานแว่นฟ้า ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ประชาชนสร้างสรรค์ผลงานเขียนที่ส่งเสริมประชาธิปไตย ว่า ตนยังไม่ได้เห็นรางวัลที่ชนะเลิศ แต่การทำอะไรเราต้องทำจริง เหมือนที่เราพูดว่าจะเปลี่ยนภาพลักษณ์ของสภา เราเปลี่ยนทางกายภาพก่อน คือความเข้มแข็งของร่างกาย จิตใจที่จะทำงาน ซึ่งเป็นรูปธรรม ส่วนนามธรรมก็อีกเรื่องหนี่ง ตนไม่ชอบอยู่คำหนึ่งคือ “เล่นการเมือง”