พฤฒสภา คือ สภาปรีดี จริงหรือ ? (34)

 

ก่อนจะเกิดรัฐธรรมนูฉบับที่ 4 หรือรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2490  เรามีรัฐธรรมนูญฉบับที่ 2 คือฉบับ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475 และฉบับที่ 3 คือฉบับ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2489  ผู้เขียนได้ชี้ให้เห็นแล้วว่า รัฐธรรมนูญฉบับที่ 2 ที่ใช้อยู่ระหว่าง พ.ศ. 2475-2489 เป็นรัฐธรรมนูญที่นำไปสู่ระบอบคณาธิปไตยสืบทอดอำนาจโดยคณะราษฎร สาเหตุสำคัญที่ทำให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นรัฐธรรมนูญคณาธิปไตยสืบทอดอำนาจโดยคณะราษฎร ได้แก่

1. การเปิดให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 2 มีสิทธิ์รับรองคณะรัฐมนตรีร่วมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 1

2. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 2 มีจำนวนเท่ากับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 1 ที่มาจากการเลือกตั้ง

3. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 2 มาจากการแต่งตั้งโดยคณะรัฐมนตรี และมีวาระอยู่ยาวตราบที่ยังบังคับใช้บทเฉพาะกาลอยู่ 

4. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 2 ชุดแรกที่แต่งตั้งขึ้นในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2476 มาจากการแต่งตั้งโดยคณะรัฐมนตรี คณะที่ 4 ที่มาจากการทำรัฐประหาร                                                           

5. คณะรัฐมนตรี คณะที่ 4 ที่มาจากการทำรัฐประหาร แต่งตั้งตัวเองและพวกพ้องซึ่งส่วนเป็นสมาชิกคณะราษฎรให้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 2

6. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 2 รับรองตัวเองให้เป็นคณะรัฐมนตรี

จาก 1-5 บรรดาสมาชิกคณะราษฎรต่างแต่งตั้งตัวเองกลับไปกลับมาหมุนเวียนกันเป็นคณะรัฐมนตรี และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 2 เป็นระยะเวลาถึง 13 ปี จนมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ นั่นคือ ฉบับที่ 3 เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2489

รัฐธรรมนูญฉบับที่ 3 นี้ แม้จะยกเลิกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 2 และให้มีสมาชิกพฤฒสภาขึ้นแทน แต่ก็ยังกำหนดให้สมาชิกพฤฒสภามีสิทธิ์ในการรับรองคณะรัฐมนตรีร่วมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้ง  และแม้ว่าจะกำหนดให้สมาชิกพฤฒสภามาจากการเลือกตั้งของประชาชน แต่รัฐธรรมนูญฉบับที่ 3 นี้ได้กำหนดไว้ว่า ในช่วงแรกให้สมาชิกพฤฒสภามาจากการเลือกของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ทีนี้ เรามาดูกันว่า สมาชิกพฤฒสภาที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เลือกขึ้นมาเป็นจำนวน 80 คนตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญเป็นใครและพวกใครบ้าง   และทำไมคนในสมัยนั้นถึงเรียกพฤฒสภาว่าเป็น “สภาปรีดี”

พฤฒสภาเต็มไปด้วยคนของปรีดีจริงหรือ ?                     

ในการตอบข้อสงสัยข้างต้น ผู้เขียนจะขอกล่าวถึงภูมิหลังของสมาชิกพฤฒสภาทั้งหมด 80 ท่าน พบว่า ใน 54 ท่านในทั้งหมด 80 ท่าน พบว่า มีสมาชิกที่จัดได้ว่าเป็นพวกปรีดี 26 ท่าน มีแนวโน้มที่จะสนับสนุนปรีดี  5 ท่าน ไม่ใช่พวกปรีดี 10 ท่าน ไม่สามารถจัดได้ว่าเป็นฝ่ายใดแน่ 13 ท่าน

ต่อไปคือ  พันเอก หม่อมราชวงศ์ลาภ  หัสดินทร์

ท่านไม่ได้เป็นสมาชิกคณะราษฎร เมื่ออายุได้ 13 ปีในปี พ.ศ. 2564 ท่านได้ถวายตัวให้อยู่ในความอุปการะของสมเด็จพระบรมชนกนาถและสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ภูมิพลอดุลเดช ณ วังสระปทุม จบโรงเรียนนายร้อยทหารบก สำเร็จการศึกษาโรงเรียนทหารม้าจากประเทศญี่ปุ่น พ.ศ. 2479 [1]  ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2482 ดำรงตำแหน่งรองผู้บังคับการกองพันทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์ ก่อนจะเป็นผู้บังคับการกองพันทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2484 แล้วออกจากราชการเป็นนายทหารกองหนุนมีเบี้ยหวัดในเดือนมกราคม แล้วกลับเข้ารับราชการในตำแหน่งเจ้ากรมเสมียนตราในเดือนตุลาคม ปีเดียวกัน ท่านได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 2 เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2487 แทนนายร้อยเอก  หลวงพินิตยุทธศิลป์  (เปรื่อง  พรโสภณ) ที่ลาออกวันที่  13 กรกฎาคม พ.ศ. 2487  หลังจากนั้น ท่านไม่ได้รับตำแหน่งทางการเมืองใดๆอีกจนกระทั่งได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกพฤฒสภาในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2489 และลาออกเมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๘๙ และออกจากราชการอีกครั้งเมื่อปี พ.ศ. 2491  ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2502 เป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในรัฐบาลจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์

จากข้างต้น การแต่งตั้งพันเอก หม่อมราชวงศ์ลาภ  หัสดินทร์ เป็นสมาชิกพฤฒสภาในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2489 จึงไม่มีส่วนทำให้พฤฒสภาได้รับฉายาว่า “สภาปรีดี” แต่ก็ไม่น่าจะเป็นพวกคณะรัฐประหาร 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 ด้วย จึงจัดให้ท่านอยู่ในกลุ่มที่ไม่สามารถจัดได้ว่าเป็นฝ่ายใด

ต่อไปคือ นายเล้ง  ศรีสมวงศ์  */*

คุณเล้ง เป็นสมาชิกคณะราษฎรสายพลเรือน ได้รับแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 2 ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2476  ต่อมาได้ลาออกเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2479  ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังในคณะรัฐมนตรี คณะที่ 11 (2 สิงหาคม 2487 – 31 สิงหาคม 2488) ที่มีพันตรี ควง อภัยวงศ์ เป็นนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และ

และในวันที่ 6 มกราคม 2488 พันตรี ควง อภัยวงศ์ พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  คุณเล้งก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  และในวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2488 คุณเล้งได้รับแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่ 2 อีกครั้งแทนพันตรีขุนสุจริตรณการ  (ผ่อง  นาคะนุช) ที่ถึงแก่กรรม

หลังจากที่ท่านได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกพฤฒสภาในวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2489 แต่ในช่วงเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน ท่านก็ได้ลาออกในวันที่  10 มิถุนายน พ.ศ. 2489 หลังรัฐประหาร 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 ท่านได้รับแต่งตั้งจากคณะรัฐประหารให้เป็นสมาชิกวุฒิสภาเมื่อวันที่  18  พฤศจิกายน 2490 และลาออกเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2492           

และในครั้งที่ท่านเจ็บป่วยในราวปี พ.ศ. 2523- 2524 ท่านได้เขียนจดหมายไปถึงปรีดี พนมยงค์และขออโหสิกรรม ปรีดี พนมยงค์ก็ได้ตอบจดหมายและอโหสิกรรมให้ท่านในจดหมายลงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2424[1]  จากข้อมูลข้างต้น ผู้เขียนเห็นว่า การที่คุณเล้งได้รับแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกพฤฒสภา ไม่น่าจะมีส่วนทำให้พฤฒสภาได้รับการขนานนามว่าเป็น “สภาปรีดี”

ผลล่าสุดคือ

สมาชิกพฤฒสภา

ปรีดี

ไม่ใช่พวกปรีดี

  แนวโน้มสนับสนุนปรีดี

ไม่สามารถจัดได้ว่าเป็นฝ่ายใด

ม.ล. กรี  เดชาติวงศ์

   +

 

 

 

ร.อ. กำลาภ  กาญจนสกุล ร.น.

   +

 

 

 

พ.ท.  ก้าน  จำนงภูมิเวท 

 

   +

 

 

แก้ว  สิงหะคเชนทร์

 

 

 

     +

หลวงกาจสงคราม

 

   +

 

 

พลเรือตรี กระแส  ประวาหะนาวิน  สรยุทธเสนี

 

 

 

+

 

พลโท หลวงเกรียงศักดิ์พิชิต

 

  +

 

 

เขียน  กาญจพันธุ์ 

 

 

 

     +

พลโท จิระ  วิชิตสงคราม

 

 

 

     +

จรูญ สืบแสง

    +

 

 

 

จิตตะเสน ปัญจะ

 

  +

 

 

พันโท เจือ  สฤษฎิ์ราชโยธิน 

 

 

 

     +

จำรัส สุวรรณชีพ

   +

 

 

 

จินดา จินตนเสรี

   +

 

 

 

จำลอง ดาวเรือง

   +

 

 

 

หลวงเสรีเริงฤทธิ์ (จรูญ รัตนกุล  เสรีเริงฤทธิ์) 

 

   +

 

 

ไต๋ ปาณิกบุตร

   

 

+

 

ถวิล อุดล

   +

 

 

 

ทัน พรหมิทธิกุล

   +

 

 

 

พระยานลราชสุวัจน์  (ทองดี  นลราชสุวัจน์) 

 

 

 

       +

พระนิติการณ์ประสม  (สงวน  ชัยเฉนียน)

 

 

 

      +

ปพาฬ  บุญ-หลง

   +

 

 

 

หลวงประสิทธิ์นรกรรม (เจี่ยน  หงสประภาส)

   +

 

 

 

ประทุม  รมยานนท์

 

 

+

 

พันตำรวจเอก พระพิจารณ์พลกิจ

   +

 

 

 

พึ่ง ศรีจันทร์

   +

 

 

 

มิ่ง  เลาห์เรณู

   +

 

 

 

สุกิจ นิมมานเหมินท์

 

 

 

       +

ไสว อินทรประชา

 

 

 

       +

พันโท พระอภัยพลรบ  (ชลอ  อินทรัมพรรย์)

   +

 

 

 

หลวงอรรถกัลยาณวินิจ  (เอื้อน  ยุกตะนันทน์)

 

 

 

     +

อรุณ  แสงสว่างวัฒนะ

 

 

 

    +

    เฉลียว ปทุมรส

   +

 

 

 

   หลวงขาญสงคราม

 

 

 

      +

พันเอก ช่วง  เชวงศักดิ์สงคราม   

 

 

+

 

หลวงชำนาญนิติเกษตร์  (อุทัย  แสงมณี)  

 

 

 

       +

 ชาญ บุนนาค

  +

 

 

 

ชุณฑ์  ปิณฑานนท์  

   +

 

 

 

พลตรี  ไชย  ประทีปะเสน

 

   +

 

 

  ช่วย สุคนธมัต

   +

 

 

 

  ดิเรก ชัยนาม

   +

 

 

 

  เดือน  บุนนาค

   +

 

 

 

พลเรือตรี ถวัลย์  ธำรงนาวาสวัสดิ์ 

   +

 

 

 

พระยานิติศาสตร์ไพศาลย์  (วัน  จามรมาน)

 

 

+

 

บรรจง  ศรีจรูญ

   +

 

 

 

ประเสริฐ  ศรีจรูญ 

   +

 

 

 

ปราโมทย์ พึ่งสุนทร

   +

 

 

 

พันเอก ทวน  วิชัยขัทคะ

   +

 

 

 

เธียรไท  อภิชาตบุตร์

   +

 

 

 

พลตรี  ปลด  ปลดปรปักษ์  พิบูลภานุวัธน์

 

  +

 

 

 พลโท ประจนปัจจนึก

 

  +

 

 

 พลตรีประยูร ภมรมนตรี

 

  +

 

 

พลโท มังกร  พรหมโยธี             (มังกร ผลโยธิน)    

 

  +

 

 

พระยามานวราชเสวี (ปลอด ณ สงขลา)

 

 

 

      +

พันเอก หม่อมราชวงศ์ลาภ  หัสดินทร์ 

 

 

 

     +

จากที่ศึกษาภูมิหลังสมาชิกพฤฒสภาไปทั้งสิ้น 55 ท่านในทั้งหมด 80 ท่าน พบว่า มีสมาชิกที่จัดได้ว่าเป็นพวกปรีดี 26 ท่าน มีแนวโน้มที่จะสนับสนุนปรีดี  5 ท่าน ไม่ใช่พวกปรีดี 10 ท่าน ไม่สามารถจัดได้ว่าเป็นฝ่ายใดแน่ 14 ท่าน

(โปรดติดตามตอนต่อไป)


[1] จดหมายของนายปรีดี พนมยงค์ ถึงนายเล้ง ศรีสมวงศ์ ใน เล้ง ศรีสมวงศ์, การงานแห่งชีวิต การทำงานด้านการคลัง และการธนาคาร  สถาบันปรีดี พนมยงค์ https://pridi.or.th/th/content/2024/09/2124

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ก่อนเกิดรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 (ตอนที่ 3)

“ใครมาเป็นรัฐบาล มันก็โกงเหมือนกันหมด แต่กินแล้วแบ่งเราบ้าง ทำให้เราอยู่ดีกินดีบ้าง นี่ยอมรับได้” “เคยถามชาวบ้านเมื่อตอนที่นักการเมืองของพวกเขาถูกตรวจพบว่า

ฝ่ายค้านโวยแหลก รัฐมนตรีเบี้ยวตอบกระทู้ซ้ำซาก รู้ล่วงหน้ายังไม่มา

ฝ่ายค้านโวยแหลก 'รัฐมนตรี' เบี้ยวตอบกระทู้ 'ปกรณ์วุฒิ' บอก แต้มบุญไม่ถึง จ่อ ไม่ให้ความร่วมมือตามข้อตกลง ด้าน 'พริษฐ์' ขอให้สิทธิ 'ฝ่ายค้าน' เหมากระทู้สดสัปดาห์หน้า ก่อนถูก 'กรวีร์' เบรคบอกให้ไม่ได้ ก่อนเรื่องยุติ หลัง 'โสภณ' ให้วิปสองฝ่ายตกลงกันเอง

'โสภณ' แจ้งข่าวดี จัดแข่งลดพุงข้าราชการสภา ไอเดียแจกของขวัญปีใหม่

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกิจกรรมพานแว่นฟ้า ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ประชาชนสร้างสรรค์ผลงานเขียนที่ส่งเสริมประชาธิปไตย ว่า ตนยังไม่ได้เห็นรางวัลที่ชนะเลิศ แต่การทำอะไรเราต้องทำจริง เหมือนที่เราพูดว่าจะเปลี่ยนภาพลักษณ์ของสภา เราเปลี่ยนทางกายภาพก่อน คือความเข้มแข็งของร่างกาย จิตใจที่จะทำงาน ซึ่งเป็นรูปธรรม ส่วนนามธรรมก็อีกเรื่องหนี่ง ตนไม่ชอบอยู่คำหนึ่งคือ “เล่นการเมือง”