“พุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ” ลุยเพิ่มศักยภาพ เร่งเครื่องดันสนามบินสมุยสู่ “Tourism Hub” อ่าวไทย

หากพูดถึงอุตสาหกรรมการบินในประเทศไทย ปัจจุบันกลับเติบโตอย่างน่าสนใจหลังเกิดวิกฤตโควิด-19 โดยส่งสัญญาณฟื้นตัวอย่างชัดเจน ผู้โดยสารกลับมาใช้บริการมากขึ้น ทำให้ธุรกิจสายการบินและท่าอากาศยานกลับมาคึกคักอีกครั้ง ส่งผลทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากไทยนั้นเป็นหมุดหมายปลายทางของนักเดินทางจากทั่วโลก

ถือเป็นเรื่องราวดีๆ อาทิตย์เอกเขนก ได้มีโอกาสจับเข่าพูดคุยกับ พุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ หรือกัปตันเต๋ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA หนึ่งในผู้ประกอบการสายการบินรายใหญ่อย่าง “บางกอกแอร์เวย์ส” และธุรกิจสนามบิน ซึ่งประกอบด้วยสนามบินสมุย สนามบินสุโขทัย และสนามบินตราด ได้วางแผนรองรับการเติบโตของธุรกิจรอบใหม่อีกครั้ง ล่าสุดเตรียมลุยแผนโครงการขยายสนามบินสมุยเพื่อเพิ่มศักยภาพของสนามบิน และอำนวยความสะดวกสบายให้กับผู้โดยสารพร้อมเติมเต็มประสบการณ์การเดินทาง และยังผลักดันเกาะสมุยสู่ Tourism Hub การท่องเที่ยวของอ่าวไทย

สมุย เป็นเส้นทางหลักที่สามารถทำรายได้ให้บางกอกแอร์เวย์ส โดยปัจจุบันสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 70% จากเดิมอยู่ที่ประมาณ 50-60% ซึ่งผู้โดยสารโดยเฉพาะชาวต่างชาตินิยมเดินทางมาสมุยมาก โดยบริษัทได้จัดทำแผนรองรับการเติบโตดังกล่าวแล้ว ขณะนี้ได้จัดส่งเอกสารรายละเอียดต่างๆ ไปยังสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เพื่อพิจารณาอนุมัติเรื่องการขอเพิ่มเที่ยวบินเข้า-ออกสนามบินสมุย จาก 50 เที่ยวบิน เป็น 73 เที่ยวบินต่อวัน คาดว่าไม่น่ามีปัญหาใด และน่าจะจบภายในปี 2567 เพราะผ่านกระบวนการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และรับฟังความคิดเห็นของประชาชน

กัปตันเต๋ ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันสนามบินสมุยมีเที่ยวบินให้บริการกว่า 40 เที่ยวบินต่อวัน ยังไม่เต็มขีดความสามารถในการรองรับ เมื่อ กพท.เห็นชอบจะทยอยเพิ่มเที่ยวบิน คงไม่ได้เพิ่มทีเดียว 73 เที่ยวบิน ต้องค่อยๆ เพิ่ม เนื่องจากต้องปรับปรุงสนามบินรองรับปริมาณผู้โดยสารที่จะเพิ่มขึ้นด้วย ทั้งอาคารผู้โดยสาร เคาน์เตอร์เช็กอิน สายพานรับสัมภาระ และพื้นที่ใช้สอยโดยรอบ โดยเริ่มดำเนินการแล้วและคาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งหมดในปี 2570 รองรับผู้โดยสารได้ 6 ล้านคนต่อปี ทั้งนี้หากสามารถให้บริการครบ 73 เที่ยวบินคาดว่าจะมีผู้โดยสารเข้า-ออกสนามบินสมุยประมาณ 4 ล้านคนต่อปี จากปัจจุบันประมาณ 2 ล้านคนต่อปี

เพื่อผลักดันอ่าวไทยให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว (Tourism Hub) บริษัทจึงเตรียมเดินหน้าโครงการพัฒนาสนามบินสมุยเพื่อขยายศักยภาพการรองรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีเส้นทางบินจากสนามบินสมุยไปยังต่างประเทศ อาทิ ฮ่องกง จีน และสิงคโปร์ จึงต้องมีแผนการปรับปรุงพื้นที่ภายในอาคารผู้โดยสาร จากเดิม 7 อาคาร เพิ่มเป็น 11 อาคาร แผนการขยายจำนวนเคาน์เตอร์เช็กอินเพิ่มอีก 10 เคาน์เตอร์

ขณะเดียวกันยังนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสาร โดยจะติดตั้งระบบ CUSS: Common Use Self-Service พร้อมกันนี้ยังรวมถึงแผนการก่อสร้างพื้นที่เชิงพาณิชย์ จากปัจจุบันที่มี 1,800 ตร.ม. เพิ่มเป็น 4,000 ตร.ม. ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการสำหรับร้านค้าชั้นนำ สินค้าของฝากจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชน คาเฟ่-ร้านอาหาร รวมถึงสถานประกอบการนวดเพื่อสุขภาพ ฯลฯ โดยคาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการปรับปรุงประมาณ 3 ปี

เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพทางการบิน บริษัทจึงเดินหน้าเชื่อมโยงสายการบินพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ โดยปัจจุบันมีสายการบินพันธมิตรแบบข้อตกลงเที่ยวบินร่วมแบบ Codeshare รวมทั้งสิ้น 30 สายการบิน โดยสายการบินพันธมิตรล่าสุด ได้แก่ สายการบินลุฟท์ฮันซ่า (Lufthansa) และสายการบินสวิสอินเตอร์แนชนัลแอร์ไลน์ (Swiss International Airlines) ซึ่งเมื่อรวมกับสายการบินออสเตรียนแอร์ไลน์ (Austrian Airlines) ซึ่งเป็นสายการบินพันธมิตรแบบข้อตกลงเที่ยวบินร่วมแบบ Codeshare ตั้งแต่ปี 2559 ถือว่าบริษัทมีสายการบินพันธมิตรที่อยู่ในกลุ่มลุฟท์ฮันซ่า (Lufthansa Group) ถึง 3 สายการบินด้วยกัน พร้อมกันนี้บริษัทยังมีพันธมิตรสายการบินข้อตกลงเที่ยวบินร่วมแบบ Interline มากกว่า 70 สายการบิน

“บริษัทจึงให้ความสำคัญต่อการบริหารจัดการฝูงบินอย่างมีประสิทธิภาพ โดยปัจจุบันบางกอกแอร์เวย์สมีฝูงบินทั้งสิ้น จำนวน 23 ลำ ประกอบด้วย เครื่องบินไอพ่นแอร์บัส เอ320 จำนวน 2 ลำ แอร์บัส เอ 319 จำนวน 11 ลำ และเครื่องบินใบพัดเอทีอาร์ 72-600 จำนวน 10 ลำ โดยในปี 2567 นี้จัดหาเครื่องบินเพิ่มเติมได้อีกจำนวน 2 ลำสำหรับเครื่องบินประเภทแอร์บัส เอ 319ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการเจรจาเงื่อนไขของการรับมอบเครื่องบินซึ่งหากเป็นไปตามแผนการดังกล่าวก็จะสามารถให้บริการเครื่องบินเพิ่มรวมทั้งสิ้นเป็นจำนวน 25 ลำ และบริษัทยังมีแผนที่จะออกร่างข้อเสนอ (RFP) เพื่อที่จะทำการพิจารณาการเปลี่ยนแปลงประเภทฝูงบินในอนาคตอีกด้วย” กัปตันเต๋ กล่าวปิดท้าย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ’PDPAคือโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เดินหน้าภารกิจยกระดับความเชื่อมั่นประเทศไทยบนเวทีโลก

ในวันที่ “ข้อมูลหลุด” วิ่งเร็วกว่าการป้องกัน ชีวิตของคนจำนวนมากอาจเปลี่ยนไปในชั่วข้ามคืน บางคนโดนหลอกโอนเงิน บางคนถูกปลอมตัวตน บางหน่วยงานต้องรับแรงสั่นสะเทือนจากความไม่ไว้วางใจ

เปิดวิสัยทัศน์‘มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์’ จากแนวคิดสู่การปฏิบัติ:ก้าวใหม่ธอส.ทำให้คนไทยมีบ้านอย่างยั่งยืน

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ มีพันธกิจสำคัญในการส่งเสริมให้คนไทยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองอย่างมั่นคงและยั่งยืน

จากสวนหลังบ้าน...สู่เกษตรอุตสาหกรรม ชู‘เลม่อน โกลด์’ต้นแบบการพลิกวิกฤตมะนาวเพชรบุรี

ในยุคที่การแข่งขันทางการค้าไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่คุณภาพของวัตถุดิบ แต่ยังรวมไปถึงการสร้าง “มูลค่าเพิ่ม” และ “นวัตกรรม” การปรับตัวของภาคเกษตรกรรมไทยจากรูปแบบดั้งเดิมสู่เกษตรอุตสาหกรรม

‘อรรถวิท รักจำรูญ’เดินหน้าลุยปัดฝุ่นใต้พรมยกเครื่องบขส. ใจดีสู้เสือเพื่อให้องค์กรอยู่รอดพร้อมให้บริการเทียบเท่าสนามบิน

ถ้าเอ่ยชื่อ “สถานีขนส่งหมอชิต” เมื่อหลายปีก่อน ภาพจำของผู้โดยสารจำนวนไม่น้อยคงไม่ใช่ความสะดวกสบายหรือความปลอดภัยและความสวยงาม แต่เป็นความอึดอัด วุ่นวาย

ปักหมุดจุดเช็กอิน5จังหวัดภาคใต้ นักท่องเที่ยวสายธรรมชาติและสโลว์ไลฟ์ต้องห้ามพลาด

ภาคใต้ถือเป็นหนึ่งในจุดหมายยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศอันหลากหลายของเมืองท่องเที่ยวชั้นนำ ตั้งแต่ ชุมพร ระนอง พังงา สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ไปจนถึงสงขลา เมือง

สำนักงานสลากฯบนเส้นทางการให้ที่ยั่งยืน จากนโยบาย:สู่พลังการพัฒนาที่สมดุลขับเคลื่อนคุณค่าสังคมและชุมชน

‘ชุมชน’ คือหัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล จึงได้ริเริ่ม โครงการสลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชน ที่จะเป็นจุดเริ่มต้นในการจุดประกายศักยภาพของคนในพื้นที่ เสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี และวางรากฐานความเข้มแข็งให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน เพราะโครงการมุ่งเน้นการพัฒนาจากภายในชุมชน ผ่านการมีส่วนร่วม การเรียนรู้ร่วมกัน และการใช้ทรัพยากรท้องถิ่นอย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้สมาชิกในชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองและเติบโตไปพร้อมกันอย่างมั่นคง