เผยเบื้องหลังความสำเร็จ2ผู้ประกอบธุรกิจอาหาร ยึดในความเชื่อมั่นกล้าทุ่มเทและพร้อมปรับตัว

อาทิตย์เอกเขนกสัปดาห์นี้อยากชวนสัมผัสเบื้องหลังความสำเร็จของสองผู้ประกอบการหญิงเจ้าของรางวัล “สุดยอดร้านอาหารส่งเสริมการท่องเที่ยวประจำภาคใต้” ยุ้ย-เพียงเพ็ญ ธรรมประดิษฐ์ เจ้าของร้าน ภูเก็ตทีค คอฟฟี่บาร์ (Phuketique Coffee Bar) และรางวัล “สุดยอดร้านขวัญใจโลกโซเชียล” จูน-กษมา ศิลาชัย เจ้าของร้าน หม้อแม่จูน จากเวที GrabThumbsUp Awards 2026 ที่เปลี่ยนความเชื่อมั่นในตัวเองให้กลายเป็นธุรกิจที่เติบโต จากสองเส้นทางที่แตกต่างแต่มีจุดร่วมเดียวกันคือกล้าคิด ลงมือทำ และปรับตัวในทุกสถานการณ์

เรื่องราวของ Phuketique Coffee Bar เริ่มต้นในปี 2556 เมื่อ ยุ้ย-เพียงเพ็ญ ธรรมประดิษฐ์ อดีตผู้คร่ำหวอดในธุรกิจโรงแรมมากว่า 10 ปี ตัดสินใจก้าวออกจากเส้นทางเดิมเพื่อสร้างธุรกิจและคว้าโอกาสด้วยตัวเอง โดยเธอมองเห็นโอกาสในย่านเมืองเก่าภูเก็ตและเลือกสร้างความต่างด้วยโมเดล “คาเฟ่ควบคู่บาร์” เพื่อเป็นคอมมูนิตี้ของคนในพื้นที่

จนกระทั่งวิกฤตโควิด-19 กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เธอต้องทบทวนทิศทางธุรกิจและกลับมาโฟกัสตัวตนของร้านในฐานะคาเฟ่อย่างจริงจัง เริ่มจากการปรับเวลาเปิด-ปิดให้เหมาะสม พร้อมพัฒนาเมนูอาหารช่วงกลางวันให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น และหนึ่งในนั้นคือการสร้างสรรค์เมนู “เบิร์น บัตเตอร์ โทสต์” (Burnt Butter Toast) ขนมปังบริยอชก้อนหนานุ่มเคลือบเนยและน้ำตาลทรายแดงจนหอมกรุ่น ขอบกรอบเนื้อในฉ่ำ พร้อมเสิร์ฟคู่ไอศกรีมโฮมเมดคุณภาพดี ซึ่งเธอไม่คาดคิดว่าเมนูนี้จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของร้าน

“จากพาดหัวรีวิว ‘โทสต์ที่ต้องกินก่อนตาย’ โดยนักเขียนที่เป็นลูกค้าประจำ กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เมนู Burnt Butter Toast ของร้านถูกแชร์ไปทั่วโลกโซเชียล โดยเฉพาะในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หลั่งไหลมาพิสูจน์รสชาติ จนทำให้เราสามารถสร้าง สถิติยอดขายได้สูงสุดถึง 1,000 ชิ้นต่อวัน

ร้าน Phuketique Coffee Bar ตัดสินใจขยายช่องทางสู่แพลตฟอร์ม GrabFood ในปี 2562 หลังแบรนด์เริ่มเป็นที่รู้จักในกลุ่มนักท่องเที่ยว แม้ทำเลหัวมุมติดถนนจะโดดเด่นแต่มีข้อจำกัดด้านที่จอดรถ ทางร้านจึงมองเห็นโอกาสจากการขยายสู่ช่องทางฟู้ดเดลิเวอรีที่เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าที่ไม่สะดวกเดินทางมาที่ร้าน และยังช่วยขยายการเข้าถึงลูกค้าในกลุ่มใหม่ๆ ทั้งลูกค้าท้องถิ่น ไปจนถึงนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ ทั้งยังช่วยสร้างทราฟิกให้กับหน้าร้านอย่างชัดเจน ดึงลูกค้าจากกลุ่มที่ใช้ฟู้ดเดลิเวอรีให้มาแวะเวียนไปที่ร้าน ชื่อเสียงและความนิยมของ Burnt Butter Toast ยังส่งผลให้ Phuketique กลายเป็นเดสติเนชันของนักท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจของร้านที่มีส่วนช่วยขับเคลื่อนการท่องเที่ยวให้กับจังหวัดภูเก็ต จนล่าสุดสามารถคว้ารางวัล GrabThumbsUp Awards 2026 สาขาสุดยอดร้านอาหารส่งเสริมการท่องเที่ยวประจำภูมิภาค (ภาคใต้) ที่มอบให้โดย Grab และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยไปครอง

อีกหนึ่งผู้ประกอบการหญิงดาวรุ่งที่น่าจับตามองคือ จูน-กษมา ศิลาชัย ภรรยาของเปิ้ล นาคร เจ้าของร้าน หม้อแม่จูน ที่เปลี่ยนแกงไก่หม้อใหญ่ในครัวบ้านให้กลายเป็นเมนูไวรัลระดับประเทศ หม้อแม่จูนเพิ่งเปิดตัวในปีที่ผ่านมาและสามารถสร้างกระแสตอบรับที่เกินความคาดหมาย จากจุดเริ่มต้นที่เต็มไปด้วยความศรัทธา โดยจูนเล่าว่า หลังจากทำบุญครั้งใหญ่ เธอฝันว่ามีคนบอกให้ทำแกงไก่ขาย วันถัดมาเธอจึงตัดสินใจลงมือทำแกงโดยใช้สูตรของครอบครัวทันที จากวันแรกที่ทำเพียง 7 หม้อเพื่อให้เพื่อนสนิทและคนใกล้ตัวได้ลองชิม กลับกลายเป็นกระแสบอกต่อในโซเชียลมีเดีย ภายในเวลาเพียง 3 วัน ยอดพรีออเดอร์พุ่งสูงถึง 1,000 หม้อ และทะลุ 20,000 หม้อในเวลาเพียงสองสัปดาห์

ภายใต้หลักคิดในการทำเมนูให้ “คุ้มใหญ่ ใหม่ สด อร่อยทุกคำ” จูนใส่ใจในรายละเอียด ตั้งแต่พริกแกงเคี่ยวมือที่ให้รสสัมผัสแบบโฮมเมด ไปจนถึงการคัดสรรวัตถุดิบขนาดจัมโบ้ ทั้งไก่ เลือด และมะเขือ เพื่อส่งต่อความคุ้มค่าที่ลูกค้าสัมผัสได้จริง แม้จะเคยมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องราคา แต่เธอยังคงยึดมั่นในคุณภาพและความจริงใจในทุกออเดอร์

เธอมองว่าร้านยุคใหม่ไม่อาจนั่งรอลูกค้าเดินเข้าหาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องนำบริการไปถึงมือผู้บริโภคผ่านแพลตฟอร์มเดลิเวอรี จึงตัดสินใจร่วมกับ GrabFood ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะเหมือนมีพาร์ตเนอร์ที่เข้ามาสนับสนุนทั้งด้านการจัดการออเดอร์ การสร้างความเชื่อมั่นและการป้องกันมิจฉาชีพอย่างเพจปลอมได้ ปัจจุบัน ยอดขายผ่าน GrabFood คิดเป็น 25% ของรายได้รวม และช่วยขยายสาขาไปแล้วถึง 5 จุดในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ภายในระยะเวลาเพียง 8 เดือน ความสำเร็จดังกล่าวทำให้ หม้อแม่จูน ได้รับรางวัล GrabThumbsUp Awards 2026 สาขา “สุดยอดร้านขวัญใจโลกโซเชียล” ตอกย้ำพลังของร้านอาหารไทยที่เติบโตจากครัวบ้าน สู่ธุรกิจที่ครองใจผู้บริโภคในยุคดิจิทัลอีกด้วย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จักสาน‘บ้านเซิด’ภูมิปัญญาท้องถิ่น สู่โมเดลเศรษฐกิจชุมชนยุคใหม่

กองทุนพัฒนาไฟฟ้าเป็นกลไกสำคัญที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ.2550 มาตรา 97 (3) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและฟื้นฟูชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า

‘กินพี่...แล้วหมีหนาว’ผลิตภัณฑ์ชุมชน ลดใช้พลังงานขับเคลื่อนประเทศไปสู่เป้าหมายNet Zero

การขับเคลื่อนการจัดการพลังงานในระดับชุมชนของกระทรวงพลังงาน ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2557 โดยเริ่มจากการให้ความสำคัญกับ “ต้นทาง” ของกระบวนการผลิต

พันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ กับภารกิจพลิกเกมศุลกากรไทย มุ่งสร้างสมดุลเศรษฐกิจควบคู่คุ้มครองสังคมภายใต้บริบทการค้าโลกเปลี่ยน

กรมศุลกากร เป็นหน่วยงานสำคัญภายใต้กระทรวงการคลัง ที่มีบทบาททั้งด้านการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ การบริหารจัดการการค้าระหว่างประเทศของไทย ภายใต้ภารกิจการจัดเก็บภาษีอากรจากการนำเข้า

ติดปีกSMEไทยส่องเบื้องหลังTropicana OilกับSME D Bankพาร์ตเนอร์ที่ช่วยสร้างความสำเร็จ!

หากพูดถึง “มะพร้าว” หลายคนอาจนึกถึงผลไม้พื้นถิ่นที่หาซื้อได้ทั่วไปในราคาหลักสิบ และหากยิ่งย้อนกลับไปในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ราคามะพร้าวอาจจะถูกจนน่าตกใจ

‘จิรโรจน์ ศุกลรัตน์’นำทัพสนข.ขับเคลื่อนนโยบายคมนาคม ความท้าทายบทใหม่‘ทำสิ่งที่คิดว่าเป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้’

หากพูดถึง สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ที่เป็นหน่วยงานหลักด้านการจัดทำแผนแม่บทและยุทธศาสตร์การพัฒนาคมนาคมขนส่งในภาพรวมของประเทศ ครอบคลุมระบบ ขนส่งทางถนน ราง น้ำ และอากาศ

สกสว.เดินหน้าต่อยอดVR Thailandปี69 เชื่อมต่อนวัตกรรมงานวิจัยสร้างมูลค่าเศรษฐกิจไทย

หลายประเทศที่สามารถยกระดับเศรษฐกิจได้อย่างก้าวกระโดด ไม่ได้อาศัยเพียงแค่การมีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย แต่มี “ระบบนิเวศนวัตกรรม (Ecosystem)” ที่สามารถเชื่อมโยงคนเก่ง งานวิจัย เงินทุน และภาคธุรกิจเข้าด้วยกันอย่างลื่นไหล และมีภาครัฐที่กล้าลงทุนในระยะเริ่มต้น” ประเทศที่จะขยับจากฐานอุตสาหกรรมเดิมไปสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรมได้จึงต้อง