เทอม 2 'ผบ.ปั๊ด' เหนื่อย!

“การเป็นแชมป์ว่ายากแล้ว การรักษาแชมป์นั้นยากกว่า” วลีคลาสสิกที่ใช้กันได้ทุกวงการ ไม่เว้นแม้แต่ในแวดวง “สีกากี”
    การเข้าสู่เทอม 2 บนเก้าอี้ “ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ” หรือ “ผบ.ตร.” ของ “ผบ.ปั๊ด” พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ซึ่งเป็นเทอมสุดท้ายก่อนจบพ้นรั้ว “กรมปทุมวัน” ในวันที่ 30 ก.ย.65 
    ไปเป็น “ราษฎรเต็มขั้น” ถอดเครื่องแบบ “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์”  หลังจากรับราชการตำรวจมายาวนานกว่า 40 ปี 
    แต่ดูท่า “เทอม 2” บนเก้าอี้ “ผู้นำสีกากี” ของ “ผบ.ปั๊ด” จะไม่ใช่เรื่องง่ายๆ จะไม่ใช่เส้นทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ
    เพราะแค่เริ่มต้นเข้าสู่เทอม 2 หลายเรื่อง หลายราว หลายข่าว  หลายประเด็นที่โหมประดังองค์กรตำรวจ แม้จะไม่ได้เกิดจาก “ผบ.ปั๊ด”  โดยตรง แต่ในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุดตำรวจ เป็นเบอร์ 1 กรมปทุมวัน  ก็คงปฏิเสธความรับผิดชอบไปไม่ได้
    โดยเฉพาะ “ตำรวจฉาว”!!!
    แม้ “ผบ.ปั๊ด” เคยประกาศเสียงดังฟังชัดเมื่อครั้งมีคลิป “ผกก.โจ้”  ออกมาเปิดเผยใหม่ๆ
    “ฝากเป็นอุทาหรณ์ให้กับเพื่อนข้าราชการตำรวจทุกคนดูไว้เป็นตัวอย่าง ทำอะไรที่ไม่ดีไม่มีทางที่จะพ้นไปได้เลย แล้วสิ่งที่ตามมามันเสียหาย แต่ว่านิ้วไหนไม่ดีก็ต้องตัดทิ้ง คนส่วนใหญ่จะได้เดินต่อได้ ผมเชื่อว่าตำรวจส่วนใหญ่ยังดีอยู่ แต่คนที่ทำไม่ดี คนเลวๆ ก็ต้องรับผลกรรมที่ได้ทำลงไป เราไม่สามารถเอาคนแบบนี้ไว้ได้ เพราะไม่อย่างนั้นที่เหลือเดินไม่ได้”
    ทว่าดูเหมือน “นิ้วไม่ดี” จะผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด
    อย่างคดี “ผกก.โจ้” ที่ดูเหมือนจบแต่ก็ไม่จบ ถึงจะสามารถเอาตัว  “ผกก.โจ้” มาดำเนินคดีตามกฎหมาย ไม่ปล่อยให้หลบหนีลอยนวล “ผบ.ปั๊ด” ไปนั่งแถลงข่าวปิดฉากด้วยตัวเอง แต่ก็ยังเกิดข้อสงสัย เกิดคำถามตามมาในหลายๆ เรื่อง หลายๆ ประเด็นในทำนองคดีนี้ 
    “มีอะไรในกอไผ่มากกว่าหน่อไม้”
    หรือการ “อมเบี้ยเลี้ยงโควิด” เดี๋ยวก็เจอที่นั่น เดี๋ยวก็เจอที่นี่ ล่าสุดก็ฉาวโฉ่กรณีตำรวจชั้นผู้น้อย ตม.สุรินทร์ 14 นาย ร้องถูกผู้บังคับบัญชาอมเบี้ยเลี้ยงปฏิบัติงานป้องกันการระบาดโรคโควิด-19 เกลี้ยงรวมกว่า  1.2 แสน โดยผู้บังคับบัญชาสั่งให้ตำรวจทุกนายโอนเงินคืนกลับเข้าบัญชีธนาคาร “นาย”
    หรือการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ คฝ. ในการดูแลการชุมนุม มีภาพการปะทะม็อบ การใช้แก๊สน้ำตา การเข้าสลายการชุมนุม ที่ถูกมองว่าเป็นการใช้กำลังเกินควรหรือไม่
    ที่สำคัญคือคำถามตัวโตๆ จากสังคม ถึงเวลา “ปฏิรูปตำรวจ” อย่างจริงจังเสียทีหรือยัง
    ทุกอย่างล้วนเป็นแรงบีบ ล้วนเป็นสึนามิ ที่ “ผบ.ปั๊ด” จะต้องเผชิญในการกุมบังเหียน “กรมปทุมวัน” เทอม 2  
    ท่ามกลางเสือ สิงห์ กระทิง แรด ที่รอเสียบเก้าอี้ “ผู้นำสีกากี” อยู่ตลอดเวลา
    เลยต้องลุ้นกันหนักๆ “ผบ.ปั๊ด” จะอยู่ครบเทอมได้หรือไม่.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'นายพล' นอกวาระ!

อาจจะดูฮือฮาพอสมควร เมื่อมีชื่อ "อดีตหมอใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ" พล.ต.ท. นพ.โสภณรัชต์ สิงหจารุ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้ขยับเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น จาก "ผู้ช่วย ผบ.ตร." เป็น "ที่ปรึกษาพิเศษ ตร." ติดยศ "พล.ต.อ." ในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา

เปลี่ยนสีตำรวจ!

ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา "บิ๊กกรมปทุมวัน" นั่งกันไม่ติดเก้าอี้ ก็จู่ๆ มีข่าวสะพัด "ตำรวจ" จะเปลี่ยนสีเครื่องแบบ

โรงพักต้องรับผิดชอบ!

ตามดูคลิปที่มีชายแต่งกายชุดคล้ายตำรวจ ขี่รถสายตรวจเข้าไปค้นรถนักศึกษาในจังหวัดนครปฐม และเรียกปรับเงิน 5 พันบาท จากการไม่มีใบขับขี่ ซึ่งนักศึกษาพยายามให้คุยกับผู้ปกครองเพื่อช่วยเจรจา แต่ตำรวจรายนี้กลับปฏิเสธ อ้างว่ากลัวจะโดนบันทึกเสียง

ล้างตำรวจโจร

ขึ้นชื่อว่า "โจร" ชาวบ้านร้านตลาดก็ต้องกลัว ก็ต้องขยาดกับความโหดเหี้ยมอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็น "ตำรวจโจร" ที่มีทั้งกฎหมาย มีทั้งอำนาจอยู่ในมือ นั่นยิ่งน่ากลัวมากกว่าหลายร้อยเท่า

ฟื้นแท่งสอบสวน

เล่นเอา "กรมปทุมวัน" เป๋!!! ไป 10 ปีเต็มๆ ตั้งแต่มีมนตร์ดำไปเป่าหูผู้มีอำนาจ เมื่อช่วงต้นปี 2559 ให้มีคำสั่ง ยกเลิกหลักการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจตำแหน่งพนักงานสอบสวน พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ปี 2547

ถึงคิว 'นรต.40-43'

แม้เหลืออีกกว่า 7 เดือน จะถึงช่วงเวลาเกษียณอายุราชการ ในวันที่ 30 กันยายน 2569 แต่แวดวง "สีกากี" ก็เริ่มขยับ เริ่มจัดเตรียมการอำลาเครื่องแบบ "ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์" วาระประจำปี 2569 กันแล้ว