ปาร์ตี้ราชพฤกษ์จบไปแล้ว เรียกว่า “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และพลพรรค 3 ป. ต่างชื่นมื่นกับความรักสามัคคีกับรัฐมนตรีในพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่ง งานนี้มีเพียง 10 รัฐมนตรีที่มาร่วมโต๊ะอาหารจีนเท่านั้น เล่นเอาพรรคเล็กๆ อย่างพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) และพลังท้องถิ่นไทถึงกับหนังตากระตุกกันเลยทีเดียว เพราะก็เป็นพรรคร่วมรัฐบาลที่นั่งพับเพียบแทบไม่เคยมีปากมีเสียงหรืองอแง แต่กลับถูกลืมไปซะงั้น ...๐
ไม่น่าแปลกที่การพบปะในรูปแบบนี้จะได้รับเสียงหนุนอย่างมากทั้งจาก “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเช่นเดียวกับ “ลูกท็อป” วราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์พรรคชาติไทยพัฒนา ที่ได้รับมอบจากพี่สาวให้มาแทนก็หนุนเรื่องนี้ ในขณะที่ “ประภัตร โพธสุธน” รมช.เกษตรและสหกรณ์และเลขาธิการพรรค ชทพ. ก็เสนอให้มีการจัดอีกแบบเดือนละครั้ง แบบสลับสับเปลี่ยนกันเป็นเจ้าภาพ
ซึ่งครั้งต่อไปก็เป็นคิวของ “เสี่ยหนู” ก่อนตามมาด้วย “อู้ดด๊า” จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์จะรับหน้าเสื่อ โดย “ประภัตร” ยังเสนอให้เชิญตัวแทนพรรคเล็กเข้ามาด้วย ซึ่ง คราวหน้าเราก็คงได้เห็น “เทวัญ ลิปตพัลลภ” หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา และ “ชัชวาลล์ คงอุดม” หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท ที่ครั้งแรกอดกินติ่มซำไปแล้วมาร่วมด้วย...๐
แม้ภาพใหญ่หวานปานจะกลืนกิน เหมือนเพิ่งร่วมเข้าหอลงโลง แต่ในภาพการปฏิบัติงานในสภาผู้แทนราษฎร ก็เริ่มเห็นความไม่ลงรอยกันอยู่จางๆ เสียแล้ว เมื่อในการประชุมกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับที่ได้ประเดิมเป็นครั้งแรกนั้น “สาธิต ปิตุเตชะ” รมช.สาธารณสุข ที่ปาดหน้าเค้กมานั่งแท่นประธานก็ได้มาประชุม ส่วนผู้พลาดหวังพ่ายแพ้ไปหนึ่งคะแนนอย่าง “ไพบูลย์ นิติตะวัน” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นั้น ไม่เห็นแม้แต่เงาเข้าร่วม ก็น่าจะบ่งบอกอะไรๆ ได้ไม่มากก็น้อย ...๐
แล้วผลประชุมนัดแรกก็ออกมา ซึ่งก็ยังไม่ใช่เรื่องสำคัญนัก เพราะเป็นแค่การปรับเวลาการประชุมในครั้งต่อไปให้เร็วขึ้น รวมทั้งการวางไทม์ไลน์คร่าวๆ ว่าจะให้กฎหมายลูกทั้ง 2 ฉบับเสร็จสิ้นช่วงเดือนเมษายน โดยประเด็นสำคัญว่าด้วยเบอร์เลือกตั้งและสูตรการคำนวณปาร์ตี้ลิสต์นั้น คาดว่าจะมีการประชุมนัดหน้า ซึ่งหาก “ไพบูลย์” โดดอีกก็น่าจะชัดแจ้งแดงแจ๋ว่า งานนี้อาจมีกรณี “ธรรมนัสสอง” ก็เป็นได้ไผจะไปรู้ ...๐
เอ่ยถึงเรื่องการเมืองแล้ว ไม่เอ่ยอ้างถึงเรื่องการเลือกตั้งพ่อเมืองกรุงเทพมหานครก็ไม่ได้ เพราะ ครม.ได้เคาะเห็นชอบแล้ว ก็เหลือแค่ “อิทธิพร บุญประคอง" ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะไปหารือกับอีก 6 หน่อว่าจะเลือกวันไหน ซึ่งก็แว่วมาแล้วว่าอาจเป็นวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือนพฤษภาคม หรือวันที่ 29 พ.ค. ในขณะที่ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐก็ประกาศอีกเช่นกันว่าจะไม่ส่งใครลงชิง แม้จะอ้างว่าเป็น “ยุทธศาสตร์พรรค” แต่ในความเป็นจริงที่ยิ่งกว่านิยายต่างก็รู้ว่า “พปชร.” นั้น อยู่ในช่วงขาลงอย่างมาก เห็นได้จากโพลสำรวจต่างๆ ในเรื่องดังกล่าวก็ชัดยิ่งกว่าจอ 4K เสียอีก เพราะชื่อ พปชร.นั้นอยู่รั้งบ๊วย น้อยกว่าผู้สมัครอิสระด้วยซ้ำไป หากส่งจริงก็บอกได้คำเดียวว่าช้ำแน่ๆ แล้วที่สำคัญ พปชร.เองก็ไม่มีบิ๊กเนมพอจะไปประกวดประชันขันแข่งเสียด้วย ...๐
และที่สำคัญเมื่อความชัดเจนเรื่องการเลือกตั้งผู้ว่าฯ ชัดแล้ว งานนี้ก็คงต้องรอ “พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง” ผู้ว่าฯ กทม.ตราตั้งว่าจะเอาอย่างไรกันแน่ ควรจะรีบตัดสินใจได้แล้ว คงไม่ต้องลากถูไปถึงกับที่ กกต.ประกาศพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งก็ได้ แม้ว่ากฎหมายจะเปิดช่องไว้ก็ตาม เพราะเรื่องอย่างนี้มันก็เป็นการวัดและแสดงความเป็นลูกผู้ชายและสปิริตในการแข่งขันประเภทหนึ่งนะจ๊ะตัวเอง ...๐
หันมาเรื่องโควิด-19 กันบ้าง เพราะเห็นบอกว่ามาถึงจุดพีกกันแล้ว แต่ที่ไหนได้ตัวเลขผู้ติดเชื้อก็ยังสวิงอยู่เลย โดย เมื่อต้นสัปดาห์หล่นไปหลักหมื่น ล่าสุดก็เด้งกลับมาอยู่ที่หลัก 2 หมื่นแล้ว ที่สำคัญตัวเลขผู้เสียชีวิตก็ยังเกินครึ่งร้อยต่อเนื่อง นี่ยังไม่นับรวมปัญหาเรื่อง “เจอ แจก จบ” ที่กลายเป็นที่นินทาลับหลัง รวมถึงเรื่องสายด่วน 1330 ที่กลายเป็นสายไร้ประโยชน์ในสายตาคนทำมาหากิน ซึ่งงานนี้ต้องบอกว่า เห็นด้วยกับ “ต่อพงษ์ ไชยสาส์น” ประธานคณะกรรมการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ พรรคไทยสร้างไทย ที่บอกว่าเป็นความล้มเหลวในการประชาสัมพันธ์จริงๆ …๐
ท.ศักดิ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน
บันทึกหน้า 4
โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ปฏิเสธว่า ไม่เคยพูดว่า ภท.จะได้ สส. 200 ที่นั่ง ความจริงแล้วสื่อถามนำ นายอนุทินก็รับลูกไปตามน้ำ แต่ภายใน ภท.ประเมินกันว่าจะได้ สส.เขตประมาณ 150-160 ที่นั่ง
บันทึกหน้า 4
การเมืองไทยในห้วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งครั้งนี้ กำลังสะท้อน “รอยเดิมที่ไม่เคยหาย” และ “บทเรียนที่บางฝ่ายยังดื้อจะไม่เรียนรู้” ไม่ว่าจะเป็นฝั่งพรรคส้ม หรือฝั่งฝ่ายอนุรักษนิยมเองก็ตาม
บันทึกหน้า 4
เห็นนักการเมืองมักเสนอตัดงบประมาณกองทัพ งานด้านความมั่นคง อย่างภาคภูมิใจ แต่น้อยคนที่จะเสนอตัดงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับตัวเองโดยตรง นั่นคือเงินเดือน สส. ค่าตอบแทน รวมไปถึงผู้ช่วย สส. ที่แต่ละปีใช้งบประมาณแผ่นดินจำนวนมาก ยิ่งช่วงหาเสียงเลือกตั้งแบบนี้ก็ยิ่งแล้วใหญ่ หาพรรคการเมืองที่ชูนโยบายรัดเข็มขัดรัฐสภา เพื่อช่วยลดงบประมาณแผ่นดินยามประเทศเจอวิกฤตเศรษฐกิจไม่ได้เลย
บันทึกหน้า 4
"แบงก์ชาติ" ออกโรงเอง! "วิทัย รัตนากร" ผู้ว่าการ ธปท. สายบู๊ นั่งเก้าอี้ไม่ถึง 4 เดือน ลุยปราบทุนเทา ล่าสุดโชว์ผลงานช่วยจับซื้อเสียง หลังได้กลิ่นตุๆ ในช่วง 2 สัปดาห์นี้ มีการถอนเงินสดก้อนใหญ่ประมาณ 450 ล้านบาท
บันทึกหน้า 4
เรียกว่าเริ่มเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งแล้ว พรรคการเมืองต่างๆ ก็เริ่มปล่อยหมัดเด็ดหมัดน็อกออกมากันยกใหญ่ โดยใน ค่ายน้ำเงินของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นอกจากเดินสายหาเสียงแบบออร์แกนิกแล้ว


