บันทึกหน้า 4

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สั่นสะเทือนไปทั่วแวดวงฝ่ายปกครอง และทำเอา "มท.1" อย่าง "เสี่ยหนู" อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ถึงกับออกอาการ "ของขึ้น" กลางที่ประชุมมอบนโยบายกระทรวงมหาดไทย เมื่อปรากฏรายงานความขัดแย้งในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ที่มีกระแสข่าวลือหนาหูเกี่ยวกับ "รองผู้ว่าฯ ซีฟู้ด" รายหนึ่ง ออกมาคุยเขื่องว่าจะย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตให้จงได้

 งานนี้ทำเอาคนระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยต้องรีบเบรกหัวทิ่ม พร้อมตั้งคำถามกลับแบบดุดันว่าใครหน้าไหนใหญ่กว่านายกรัฐมนตรี หรือใหญ่กว่ารัฐมนตรีมหาดไทย ถึงขั้นกล้าออกมาข่มขู่ว่าจะโยกย้ายตำแหน่งผู้บังคับบัญชาตามอำเภอใจ

สถานการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะจังหวัดภูเก็ตถือเป็นหน้าด่านสำคัญทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศ การที่ข้าราชการระดับบริหารในพื้นที่มามัวแต่ทะเลาะเบาะแว้ง หรือปล่อยให้มีข่าวลือเรื่องการทำธุรกิจสีเทา มีคนสนิทบุกรุกพื้นที่สาธารณะ หรือมีการอ้างชื่อผู้มีอิทธิพลเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนนั้น เป็นสิ่งที่กระทรวงมหาดไทยในยุคนี้ยอมรับไม่ได้โดยเด็ดขาด

การสั่งการของ อนุทิน ที่ให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยเร่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแบบ "เฉียบขาดและรวดเร็ว" คือคำตอบที่ชัดเจนที่สุดว่า "ที่ใดมีควัน ที่นั่นมีไฟ" และหากพบว่าใครในองค์กรเข้าไปเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ทับซ้อนหรือการทำผิดกฎหมาย ต้องมีคนรับผิดชอบ ไม่ใช่ปล่อยให้เกิดความเพี้ยนในระบบราชการที่ลูกน้องจะมาใหญ่กว่านายจนกลายเป็นเรื่องตลกขบขันและเสื่อมเสียเกียรติภูมิของข้าราชการไทย

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางบรรยากาศความตึงเครียดเรื่องการเมืองภายใน ก็ยังมีข่าวดีขึ้นมาบ้าง  เมื่อ “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ออกมาส่งสัญญาณบวก กรณีสหรัฐอเมริกาและอิหร่านจ่อทำข้อตกลงหยุดยิงในวันที่ 19 มิถุนายนนี้ ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีเยี่ยมต่อเศรษฐกิจโลกและประเทศไทย

เมื่อสงครามยุติ ก้าวต่อไปคือการเข้าสู่โหมดการฟื้นฟู ราคาพลังงานที่เคยเป็นตัวเร่งวิกฤตเศรษฐกิจน่าจะปรับตัวลดลง ส่งผลดีต่อต้นทุนการผลิตและราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งหากสถานการณ์คลี่คลายตามนี้ เชื่อแน่ว่าจีดีพีโลกและเศรษฐกิจไทยมีโอกาสฟื้นตัวได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ สอดรับกับโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ที่มุ่งเน้นลดต้นทุนและเพิ่มสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งถือเป็นข่าวดีในยามที่บ้านเมืองต้องการแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจอย่างหนัก

ทว่า ในขณะที่ฝ่ายบริหารกำลังเร่งแก้ไขปัญหาและมองหาทางออกให้กับประเทศ กลับมีประเด็นที่น่าผิดหวังจากการให้สัมภาษณ์ของ “ภคมน หนุนอนันต์” สส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคประชาชน ที่ออกมาตีข่าวเชิงลอยๆ ว่ามีการ "ฝากเลี้ยง" สส.ฝ่ายค้านในสภา เพื่อแลกกับการนั่งเป็นองค์ประชุมให้ครบตามความต้องการของฝ่ายรัฐบาล โดยอ้างว่าเป็นเรื่องที่รู้กันดีในวงสนทนา แต่กลับไม่มีหลักฐานชิ้นไหนมายืนยันให้ชัดเจนว่าใครคือผู้ที่ถูกทาบทามหรือใครเป็นผู้จ่ายเงิน

พฤติกรรม "ตีกิน" แบบนี้ ดูจะไม่เป็นผลดีต่อภาพลักษณ์ของพรรคที่ประกาศตัวว่าเป็นคนรุ่นใหม่ การออกมาปล่อยข่าวลือโดยไร้หลักฐานหักล้างชัดเจน นอกจากจะไม่ช่วยสร้างสรรค์ระบอบการเมืองให้ดีขึ้นแล้ว ยังเป็นการลดความน่าเชื่อถือของตัวเองลงไปอีก

หากพรรคประชาชนต้องการเป็นความหวังใหม่ ก็ควรทำการเมืองที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง มีหลักฐานมาแสดงให้ปรากฏ ไม่ใช่พูดจาเลื่อนลอยในลักษณะที่อาจกลายเป็นการกล่าวหาคนอื่นโดยปราศจากความรับผิดชอบ ลองย้อนถามกลับดูว่าหากคนอื่นกล่าวหาพรรคของท่านในทำนองเดียวกันโดยไม่มีหลักฐานบ้าง ท่านจะรู้สึกอย่างไร การเมืองที่ก้าวหน้าควรเริ่มจากการนำเสนอสิ่งที่พิสูจน์ได้จริง มิใช่การเล่นการเมืองแบบเดิมๆ ที่มุ่งเน้นแต่การสาดโคลนหรือสร้างกระแสให้เป็นข่าวไปวันๆ

การเมืองไทยในวันนี้ต้องการการตรวจสอบที่เข้มข้นบนเนื้อหาที่เป็นธรรม ไม่ใช่การใช้ข่าวลือมาเพื่อดิสเครดิตฝ่ายตรงข้ามเพียงเพื่อความสะใจทางการเมืองเท่านั้น หากคิดจะเป็นพรรคที่ประชาชนฝากความหวัง ก็ควรแสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพที่เหนือกว่ามาตรฐานการเมืองเก่าๆ ที่เคยวิพากษ์วิจารณ์เอาไว้เสียเอง.

 

เสือดำ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

ความคิด เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ทำเนียบฯ แทบแตก! มีการแสดงดนตรีของ น.ส.รัตติกานต์ อำลอย หรือ "เนเน่ รอยัล" ศิลปินเยาวชนจาก จ.ภูเก็ต ที่ได้สร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทย ในรายการ American's Got Talent โดย น้องเนเน่ ได้โชว์ร้องเพลง ซมซาน ของเสก โลโซ

บันทึกหน้า 4

ความเคลื่อนไหวของกองเชียร์พรรคเพื่อไทยที่พร้อมใจกันเชิดชู 3 อดีตนายกรัฐมนตรีตระกูลชินวัตร โดยเฉพาะ ทักษิณ ชินวัตร ให้สวมบททูตเศรษฐกิจภาคประชาชน หลังเดินสายพบผู้นำอินโดนีเซียด้วยความสัมพันธ์ส่วนตัว ถูกพยายามยกระดับให้เป็นภารกิจสำคัญของประเทศ ทั้งที่ไม่มีสถานะหรืออำนาจหน้าที่ใดในนามรัฐบาลไทย ยิ่งเมื่อฝ่ายค้านบางส่วนและนักวิชาการออกมาให้ท้าย ก็ยิ่งถูกตีความว่าเป็นความพยายามวัดกำลังและสร้างแรงกดดันทางการเมืองต่อรัฐบาลมากกว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจอย่างแท้จริง

บันทึกหน้า 4

เปิดประเด็นบันทึกด้วยภาพลึกแต่ไม่ลับ ..สามอดีตนายกฯ ตระกูล "ชินวัตร" ..ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์-แพทองธาร..เสนอเฟซเล่นบท เดินสายพบผู้นำอาเซียนตั้งแต่มาเลเซียไปอินโดนีเซียและบรูไน แถมจะต่อไปที่สิงคโปร์ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา จึงกลายเป็นเรื่องราววิพากษ์วิเคราะห์วิจารณ์กันอย่างหนักว่า ..กำลังเล่นบทอะไร?!? ระหว่างช่วยชาติ Vs. ช่วยเพื่อไทย ...0

บันทึกหน้า 4

ไม่ผิดคาดแต่อย่างใดกับมติของที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่วินิจฉัยว่า พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบ จากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569

บันทึกหน้า 4

ต้องบอกว่า “วันมูหะมัดนอร์ มะทา” ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีสร้างผลงานเข้าตาเสียจริงๆ เพราะเล่นโพล่ง เสนอให้ยุบ “กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.)”

บันทึกหน้า 4

ความคิด ควันหลง นิด้าโพล เปิดผลสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองล่าสุด คะแนนของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ลดลงจาก 26% ลงมาอยู่ที่ 21% ทำให้ นายอนุทิน ต้องขันนอตรัฐมนตรีที่โลกลืมเร่งผลงาน