
กลายเป็นประเด็นร้อนที่สั่นสะเทือนไปทั่วแวดวงฝ่ายปกครอง และทำเอา "มท.1" อย่าง "เสี่ยหนู" อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ถึงกับออกอาการ "ของขึ้น" กลางที่ประชุมมอบนโยบายกระทรวงมหาดไทย เมื่อปรากฏรายงานความขัดแย้งในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ที่มีกระแสข่าวลือหนาหูเกี่ยวกับ "รองผู้ว่าฯ ซีฟู้ด" รายหนึ่ง ออกมาคุยเขื่องว่าจะย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตให้จงได้
งานนี้ทำเอาคนระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยต้องรีบเบรกหัวทิ่ม พร้อมตั้งคำถามกลับแบบดุดันว่าใครหน้าไหนใหญ่กว่านายกรัฐมนตรี หรือใหญ่กว่ารัฐมนตรีมหาดไทย ถึงขั้นกล้าออกมาข่มขู่ว่าจะโยกย้ายตำแหน่งผู้บังคับบัญชาตามอำเภอใจ
สถานการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะจังหวัดภูเก็ตถือเป็นหน้าด่านสำคัญทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศ การที่ข้าราชการระดับบริหารในพื้นที่มามัวแต่ทะเลาะเบาะแว้ง หรือปล่อยให้มีข่าวลือเรื่องการทำธุรกิจสีเทา มีคนสนิทบุกรุกพื้นที่สาธารณะ หรือมีการอ้างชื่อผู้มีอิทธิพลเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนนั้น เป็นสิ่งที่กระทรวงมหาดไทยในยุคนี้ยอมรับไม่ได้โดยเด็ดขาด
การสั่งการของ อนุทิน ที่ให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยเร่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแบบ "เฉียบขาดและรวดเร็ว" คือคำตอบที่ชัดเจนที่สุดว่า "ที่ใดมีควัน ที่นั่นมีไฟ" และหากพบว่าใครในองค์กรเข้าไปเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ทับซ้อนหรือการทำผิดกฎหมาย ต้องมีคนรับผิดชอบ ไม่ใช่ปล่อยให้เกิดความเพี้ยนในระบบราชการที่ลูกน้องจะมาใหญ่กว่านายจนกลายเป็นเรื่องตลกขบขันและเสื่อมเสียเกียรติภูมิของข้าราชการไทย
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางบรรยากาศความตึงเครียดเรื่องการเมืองภายใน ก็ยังมีข่าวดีขึ้นมาบ้าง เมื่อ “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ออกมาส่งสัญญาณบวก กรณีสหรัฐอเมริกาและอิหร่านจ่อทำข้อตกลงหยุดยิงในวันที่ 19 มิถุนายนนี้ ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีเยี่ยมต่อเศรษฐกิจโลกและประเทศไทย
เมื่อสงครามยุติ ก้าวต่อไปคือการเข้าสู่โหมดการฟื้นฟู ราคาพลังงานที่เคยเป็นตัวเร่งวิกฤตเศรษฐกิจน่าจะปรับตัวลดลง ส่งผลดีต่อต้นทุนการผลิตและราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งหากสถานการณ์คลี่คลายตามนี้ เชื่อแน่ว่าจีดีพีโลกและเศรษฐกิจไทยมีโอกาสฟื้นตัวได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ สอดรับกับโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ที่มุ่งเน้นลดต้นทุนและเพิ่มสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งถือเป็นข่าวดีในยามที่บ้านเมืองต้องการแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจอย่างหนัก
ทว่า ในขณะที่ฝ่ายบริหารกำลังเร่งแก้ไขปัญหาและมองหาทางออกให้กับประเทศ กลับมีประเด็นที่น่าผิดหวังจากการให้สัมภาษณ์ของ “ภคมน หนุนอนันต์” สส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคประชาชน ที่ออกมาตีข่าวเชิงลอยๆ ว่ามีการ "ฝากเลี้ยง" สส.ฝ่ายค้านในสภา เพื่อแลกกับการนั่งเป็นองค์ประชุมให้ครบตามความต้องการของฝ่ายรัฐบาล โดยอ้างว่าเป็นเรื่องที่รู้กันดีในวงสนทนา แต่กลับไม่มีหลักฐานชิ้นไหนมายืนยันให้ชัดเจนว่าใครคือผู้ที่ถูกทาบทามหรือใครเป็นผู้จ่ายเงิน
พฤติกรรม "ตีกิน" แบบนี้ ดูจะไม่เป็นผลดีต่อภาพลักษณ์ของพรรคที่ประกาศตัวว่าเป็นคนรุ่นใหม่ การออกมาปล่อยข่าวลือโดยไร้หลักฐานหักล้างชัดเจน นอกจากจะไม่ช่วยสร้างสรรค์ระบอบการเมืองให้ดีขึ้นแล้ว ยังเป็นการลดความน่าเชื่อถือของตัวเองลงไปอีก
หากพรรคประชาชนต้องการเป็นความหวังใหม่ ก็ควรทำการเมืองที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง มีหลักฐานมาแสดงให้ปรากฏ ไม่ใช่พูดจาเลื่อนลอยในลักษณะที่อาจกลายเป็นการกล่าวหาคนอื่นโดยปราศจากความรับผิดชอบ ลองย้อนถามกลับดูว่าหากคนอื่นกล่าวหาพรรคของท่านในทำนองเดียวกันโดยไม่มีหลักฐานบ้าง ท่านจะรู้สึกอย่างไร การเมืองที่ก้าวหน้าควรเริ่มจากการนำเสนอสิ่งที่พิสูจน์ได้จริง มิใช่การเล่นการเมืองแบบเดิมๆ ที่มุ่งเน้นแต่การสาดโคลนหรือสร้างกระแสให้เป็นข่าวไปวันๆ
การเมืองไทยในวันนี้ต้องการการตรวจสอบที่เข้มข้นบนเนื้อหาที่เป็นธรรม ไม่ใช่การใช้ข่าวลือมาเพื่อดิสเครดิตฝ่ายตรงข้ามเพียงเพื่อความสะใจทางการเมืองเท่านั้น หากคิดจะเป็นพรรคที่ประชาชนฝากความหวัง ก็ควรแสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพที่เหนือกว่ามาตรฐานการเมืองเก่าๆ ที่เคยวิพากษ์วิจารณ์เอาไว้เสียเอง.
เสือดำ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
"หนังหน้าไฟ" ได้ไปต่อ! หลัง 7 เสือ กกต. ลงมติพิจารณาการปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ 2568 ของ "แสวง บุญมี" เลขาธิการ กกต. ปรากฏว่าเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 โหวตผ่านการประเมิน อยู่ต่อจนครบสัญญาในวันที่ 31 มี.ค.2570
บันทึกหน้า 4
ต้องยอมรับว่า “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นหนึ่งในนายกฯ ที่ถูกสังคมและฝ่ายตรงข้ามจับผิดมากที่สุดในประวัติศาสตร์ก็ว่าได้ ไม่ว่าจะขยับตัวหรือเอ่ยอ้างเรื่องใด ก็มักมีคนจองกฐินเป็นทิวแถว ซึ่ง ล่าสุดก็คงไม่พ้นเรื่อง “ยิงโจรในบ้านก็ผิด” ซึ่งเจ้าตัวพูดถึงเรื่องการควบคุมอาวุธปืน โดยหลังจากเผยแพร่ออกไปทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายแค้น รวมถึงคนอยากมีแสงก็รุมเข้ามายิ่งกว่าแร้งเห็นศพอย่างไรอย่างนั้น ...๐
บันทึกหน้า 4
ช่วงนี้สังคมไทยมี คดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญอย่างต่อเนื่อง เป็นข่าวฉาวไปทั่วโลก ล่าสุด นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิต ในสำนักงาน อบจ.นนทบุรี หลังก่อเหตุนายฉลอง
บันทึกหน้า 4
ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด วิกฤตการณ์ทุจริตสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นถือเป็นบททดสอบสำคัญของกระทรวงมหาดไทยภายใต้การกำกับดูแลของ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้ออกมาประกาศความคืบหน้าในการดำเนินการทางอาญาต่อกลุ่มผู้ทุจริต
บันทึกหน้า 4
เป็นอีกหนึ่งสัปดาห์ที่ต้องเริ่มต้นด้วยการแสดงความเสียใจและอาลัยจากใจต่อครอบครัวผู้สูญเสียในเหตุโศกนาฏกรรมที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ...เหตุกราดยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์จบลง แต่คำถามของสังคมยังวนเวียนหลอกหลอน “เราจะทำอย่างไร...ไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก?!?”
บันทึกหน้า 4
ไร้นักการเมืองโกง! ยังเป็นประเด็นคาใจที่ฝ่ายค้านตั้งคำถามทุกวัน ตัดตอนจบแค่บิ๊กข้าราชการ "รังสิมันต์ โรม" รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรรมและสิทธิมนุษยชน

