
เมื่อวานเพิ่งคุยเรื่องน้ำท่วมไปครับ วันนี้น้ำยังไม่ทันไปไหน ซองตามมาแล้ว
เจ้าของซองชื่อคุณสมศักดิ์ ลงท้ายเอาไว้ว่า “คนเมืองกรุง จิตไม่ว่าง”
เห็นชื่อก็พอเดาได้ครับว่า ซองนี้คงไม่ได้ส่งมาถามว่าฝนจะหยุดกี่โมง
คราวนี้ไม่ได้ถามหากรมอุตุฯ ไม่ได้ถามหารัฐบาลหรือผู้ว่าฯ กทม.
แต่ถามหา สส.พรรคประชาชนในกรุงเทพฯ ทั้ง 33 เขต และถามแรงเสียด้วยว่า ตอนชาวบ้านกำลังเดือดร้อน “หายหัวไปไหนกันหมด”
เอ้า…เปิดซองครับ
ถึง คุณเสมอต้น เปิดซองออนไลน์
ผมขออนุญาตส่งข้อเขียนมาร่วมแลกเปลี่ยนและแสดงความคิดเห็นผ่านคอลัมน์ของคุณสักนิดครับ ในฐานะชาวบ้านและคนกรุงเทพฯ คนหนึ่งที่ต้องนั่งมองสายฝนเทลงมาอย่างหนัก จนน้ำท่วมขังเต็มถนนหนทาง เดินทางไปไหนมาไหนก็ลำบากลำบนไปหมด แล้วมันก็อดคิด อดเปรียบเทียบตามสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้นตรงหน้าไม่ได้เลยครับ
เมื่อวานนี้เห็นภาพน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ทั่ว กทม. แล้วก็เกิดความสงสัยขึ้นมาในใจจริงๆ ว่า บรรดา สส. กทม. ทั้ง 33 เขตของพรรคส้ม หรือพรรคประชาชน หายหัวไปไหนกันหมดในช่วงที่ประชาชนกำลังเดือดร้อนต้องการที่พึ่งแบบนี้
แต่พอมีคนเริ่มเปิดประเด็นถามหา สส. เหล่านี้ขึ้นมา ก็ปรากฏว่ามีบรรดา “นายแบก-นางแบก” รวมถึงพวก “ไอโอ” ออกมาตั้งรับร่วมกันปกป้องชนิดถลอกปอกเปิก อ้างเหตุผลสารพัดว่า การลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านยามน้ำท่วมไม่ใช่หน้าที่ของ สส. บ้างล่ะ หรือไม่ก็ย้อนถามกลับมาด้วยท่าทีเฉกเช่นผู้เกรียงไกรว่า ทำไมไม่รู้จักไปทวงถามเอาจากรัฐบาลนู่น
ผมขอร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองตรงนี้ในฐานะคนเสียภาษีคนหนึ่งเลยครับ ที่ประชาชนเขาถามหา สส. ก็เพราะว่าคนพวกนี้คือคนที่กินเงินเดือนจากภาษีของคนกรุงเทพฯ และภาษีของคนไทยทุกคน พวกเขาเคยได้ก้าวเท้าออกจากบ้านมาสอดส่อง ดูแล หรือสัมผัสความทุกข์ร้อนของชาวบ้านในพื้นที่บ้างไหม หรือว่าวันๆ ยังคงนอนกระดิกเท้าสบายใจอยู่ในบ้าน แล้วอ้างเหตุผลแบบง่ายๆ ว่าน้ำท่วมเดินทางออกลำบาก หรือถ้าจะออกไปบ้าง อย่างมากก็แค่ออกไปยืนถ่ายรูป ชี้นิ้วสั่งการให้หน่วยงานนั้นทำนี่ หน่วยงานนี้ทำนั่น ทำทีเหมือนมีผลงาน แล้วจากนั้นก็หายวับเข้ากลีบเมฆไปเหมือนเดิม
ลองนั่งนับตัวเลขดูเล่นๆ นะครับ ลำพังแค่ สส. เขตใน กทม. ก็มีถึง 33 คนเข้าไปแล้ว สส. แต่ละคนก็มีผู้ช่วย สส. ตามกฎหมายอีกคนละตั้ง 8 คน พกติดตัวกันไปรวมๆ แล้วตั้งกว่า 250 คน นี่ผมยังไม่นับรวมบรรดา สส. บัญชีรายชื่อที่พักอาศัยและใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ อีกตั้งหลายสิบคนนะครับ มีกำลังคน มีทีมงาน บุคลากรพร้อมหน้าพร้อมตาและทรงพลังกันขนาดนี้ แต่กลับไม่มีใครสักคนคิดจะรวมหัว รวมความคิด ทำอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันให้คนกรุงเทพฯ ได้รู้สึกชื่นใจ หรือทำให้รู้สึกว่าพวกคุณยังพอมีประโยชน์และพึ่งพาได้ในยามเกิดวิกฤตเลยหรืออย่างไร
น่าแปลกใจนะครับที่ปีนี้ กรุงเทพมหานครดันมี สส. พรรคเดียวกันเกือบทั้งหมดยกเมือง แต่ผลงานและการแสดงออกจริงในทางปฏิบัติกลับดูไม่ค่อยมีประโยชน์อะไรทางการเมืองหรือประโยชน์ต่อชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านซะเลย หรือว่าพวกเขากำลังติดหล่มทางความคิด ติดเกราะที่ “ผู้นำจิตวิญญาณ” ของพรรคเคยปลูกฝังเอาไว้ว่า ห้ามนำสิ่งของไปแจกจ่ายช่วยเหลือชาวบ้าน เพราะนั่นคือการสร้างและตอกย้ำระบบอุปถัมภ์
ผมอยากจะฝากข้อคิดและแลกเปลี่ยนไปถึงตรงนี้เลยครับว่า คำว่า “น้ำใจและความเห็นอกเห็นใจกันในยามยากลำบาก” กับคำว่า “ระบบอุปถัมภ์ที่หวังผลประโยชน์ซ่อนเร้น” มันเป็นคนละเรื่องและมีความหมายแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยนะครับ หรือถ้านี่ไม่ใช่เรื่องของแนวคิด อุดมการณ์ หรือเกราะความคิดอะไรทั้งนั้น แต่เป็นเพราะว่า สส. แต่ละคนโดนหัก โดนยึดเงินเดือนเข้าพรรคไปหมดทุกเดือน จนไม่มีกำลังทรัพย์และไม่มีศักยภาพพอที่จะเจียดมาช่วยเหลือใครได้เลย ถ้ามันเป็นแบบนั้นจริงๆ ก็บอกกล่าวให้ชาวบ้านเขาได้รับรู้ตรงๆ เถอะครับ เขาจะได้เข้าใจและเลิกคาดหวัง
ผมก็เป็นแค่คนว่างงานคนหนึ่ง ที่บังเอิญจิตไม่ค่อยว่าง นั่งคิดดังๆ แล้วพิมพ์ส่งมาร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านคอลัมน์ของคุณดู ส่วนใครฟังแล้วไม่เข้าหู อยากจะแบก อยากจะหามพรรคการเมืองพรรคนี้กันต่อไป… ก็เชิญตามสบายครับ
ด้วยความนับถือ
นายสมศักดิ์ (คนเมืองกรุง จิตไม่ว่าง)
อ่านจบแล้ว ถ้าถามว่าผมเห็นด้วยไหม
หลายเรื่องครับ
ส่วนบางเรื่องผมเห็นไม่เหมือนคุณสมศักดิ์
แต่ก่อนจะคุยกันต่อ ขอหยิบประโยคท้ายซองขึ้นมาก่อน
คุณสมศักดิ์บอกว่า ใครอยากแบก อยากหามพรรคนี้ต่อก็เชิญตามสบาย
ตรงนี้สบายใจได้ครับ
เสมอต้นไม่ได้เป็นนายแบกของพรรคไหน นายหามก็ไม่ใช่ ติ่งใครยิ่งไม่รู้จะไปติ่งตรงไหน
แบกพรรคนี่ไม่ไหวครับ
แบกตัวเองทุกวันนี้ก็หนักพอแล้ว
เอาละ…กลับมาที่ซอง
เรื่องถามหา สส. ผมว่าคุณสมศักดิ์ถามมาถูกเรื่องแล้วครับ
แล้วไม่ได้มีคุณสมศักดิ์ถามอยู่คนเดียวด้วย
ช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมา เปิด Facebook หรือดูในโซเชียลก็เจอคนถามกันอยู่เรื่อยๆ ว่า สส.กรุงเทพฯ อยู่ไหน
จริงๆ น้ำไม่ได้ท่วมเฉพาะกรุงเทพฯ หลายจังหวัดก็เดือดร้อนเหมือนกัน คนในพื้นที่จะถามหา สส.ของตัวเองก็ไม่แปลก
แต่ซองนี้ถามถึงกรุงเทพฯ เราก็คุยกันที่กรุงเทพฯ
กรุงเทพฯ มี สส.เขต 33 เขต และทั้ง 33 เขตเป็น สส.พรรคประชาชนทั้งหมด
น้ำท่วมกรุงเทพฯ แล้วคนถามว่า “สส.อยู่ไหน?”
ก็ถามถูกแล้วครับ
ส่วนคนที่ออกมาถามหา สส.กรุงเทพฯ แต่ละคนเลือกพรรคไหน ผมไม่รู้ครับ
และผมว่าไม่ต้องรู้ด้วย
ต่อให้วันเลือกตั้งเขาไม่ได้กาให้คุณ เขาก็ถามคุณได้
เพราะพอเป็น สส.เขตแล้ว คุณไม่ได้เป็นผู้แทนเฉพาะคนที่เลือกคุณ
คนที่เลือกพรรคอื่นก็เป็นคนในเขตของคุณเหมือนกัน น้ำท่วมก็ท่วมบ้านเขาเหมือนกัน
จะตอบว่า “คุณไม่ได้เลือกผม แล้วมาถามผมทำไม” แบบนั้นไม่ได้ครับ
ถ้าเป็นอย่างนั้น เวลาลงพื้นที่คงต้องเช็กกันก่อนว่าบ้านไหนกาเบอร์อะไร
อันนั้นผมว่าเรื่องใหญ่กว่าน้ำท่วมอีก
แต่พอมีคนถามขึ้นมา อีกฝ่ายหนึ่งก็ออกมาโต้ว่า น้ำท่วมไม่ใช่หน้าที่ของ สส. เป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหาร เป็นเรื่องของรัฐบาล เป็นเรื่องของ กทม.
ตรงนี้ต่างหากที่คุณสมศักดิ์ไม่เห็นด้วย
ผมก็ไม่เห็นด้วยเหมือนกันครับ
ถ้าบอกว่า สส.ไม่ใช่ฝ่ายบริหาร อันนี้ไม่มีอะไรเถียง จะให้ สส.ไปสั่งสำนักงานเขต เปิดประตูระบายน้ำ สั่งเครื่องสูบน้ำ หรือลงไปลอกท่อเองก็คงไม่ใช่
ถ้าเห็น สส.ลงไปลอกท่อเอง ผมคงต้องถามอีกที
แล้วเจ้าหน้าที่ไปไหน?
แต่คำว่า “ไม่ใช่ฝ่ายบริหาร” กับ “ไม่เกี่ยวกับ สส.” มันคนละเรื่องกัน
สส.เขตเป็นผู้แทนของคนในพื้นที่ บ้านไหนน้ำเข้า ถนนตรงไหนผ่านไม่ได้ ความช่วยเหลือยังไปไม่ถึง จะลงไปดู รับเรื่อง ช่วยประสานหน่วยงาน หรือตามเรื่องให้ชาวบ้าน เรื่องพวกนี้ทำได้
ชาวบ้านถามว่า “สส.เขตผมอยู่ไหน?”
เขาไม่ได้เรียก สส.ไปสูบน้ำครับ
เขาถามหาคนที่เขาเลือกมาเป็นผู้แทน
เพราะฉะนั้นจะเอาคำว่า “น้ำท่วมไม่ใช่หน้าที่ของ สส.” มาตอบแล้วจบ ผมว่าไม่ได้
ส่วนอีกเรื่องที่คุณสมศักดิ์เขียนมา ผมเห็นด้วยค่อนข้างเต็มๆ คือเรื่องน้ำใจกับระบบอุปถัมภ์
เรื่องนี้พรรคประชาชนเองเคยมีประเด็นมาแล้ว
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค เคยพูดบนเวทีหาเสียงเมื่อปี 2567 ว่า “เราลงพื้นที่ไม่ได้เอาของไปแจก ไม่ได้สร้างระบบบุญคุณ อุปถัมภ์”
ตรงนี้ผมไม่เห็นด้วยครับ
คนกำลังน้ำท่วมบ้าน ข้าวของเสียหาย ขาดน้ำ ขาดอาหาร ถ้ามีอะไรช่วยได้ก็ช่วยไปเถอะ
จะหิ้วข้าว หิ้วน้ำ หรือของจำเป็นไปให้ ผมไม่เห็นว่าตรงไหนเป็นระบบอุปถัมภ์
ถ้าเอาไปให้แล้วตามทวงบุญคุณ วันเลือกตั้งต้องเลือกผมนะ อันนั้นค่อยว่ากัน
แต่คนกำลังเดือดร้อนแล้วเอาของไปช่วย มันก็เรื่องธรรมดาของคนช่วยคน
เรื่องนี้ผมว่าคุณสมศักดิ์พูดถูก
น้ำใจกับระบบอุปถัมภ์มันคนละเรื่องกัน
แล้วก็ไม่ต้องถึงขั้น สส.ทุกคนต้องควักเงินตัวเองเป็นหมื่นเป็นแสนหรอก ทำเท่าที่ทำได้ มีแรงช่วยแรง มีของช่วยของ ประสานอะไรได้ก็ประสาน
แต่มีอยู่ตอนหนึ่งที่ผมไม่เห็นด้วยกับคุณสมศักดิ์
ตรงที่ถามว่า สส.ทั้ง 33 คน “หายหัวไปไหนกันหมด” แล้วต่อด้วยภาพว่าวันๆ อาจจะนอนกระดิกเท้าอยู่บ้าน
อันนี้แรงไปหน่อย
ถามว่า “สส.อยู่ไหน?” ถามได้ครับ ผมยังเห็นด้วยอยู่เหมือนเดิม
แต่ถ้าจะบอกว่า สส.พรรคประชาชนทั้ง 33 คนไม่ทำอะไรเลย อันนี้ผมไม่รู้ และคุณสมศักดิ์เองก็คงไม่ได้เดินตามดูครบทั้ง 33 คนเหมือนกัน
บางคนอาจลงพื้นที่อยู่ บางคนอาจประสานงานอยู่ หรือบางคนอาจไม่ได้ทำอะไรจริงๆ ก็ได้
เราไม่รู้ครับ
แล้วเรื่องแบบนี้ก็มีปัญหาอยู่อย่างหนึ่ง
สส.ลงพื้นที่ ถ่ายรูปลง Facebook ก็โดนว่า “สร้างภาพ”
ไลฟ์สดก็โดนว่า “หิวแสง”
ไม่ถ่าย ไม่โพสต์อะไร คนที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ก็ถามอีกว่า “หายไปไหน?”
เอ้า…แล้วจะเอายังไงกันดี
ผมไม่ได้กำลังบอกว่า สส.ทั้ง 33 คนลงพื้นที่ช่วยชาวบ้านกันครบถ้วนนะครับ เพราะผมก็ไม่มีข้อมูลจะไปรับรองให้เขาเหมือนกัน
คนที่จะตอบได้ดีกว่าผมน่าจะเป็นชาวบ้านในแต่ละเขตนั่นแหละ
สส.เขตของคุณลงมาหรือเปล่า
เคยเห็นหน้าไหม
เวลามีปัญหาติดต่อได้หรือเปล่า
แจ้งเรื่องไปแล้วมีใครตามให้ไหม
ถ้าคนในพื้นที่บอกว่า ตั้งแต่น้ำมาไม่เคยเห็นเลย ติดต่อก็ไม่ได้ เงียบกริบ แบบนั้นค่อยถามกันดังๆ ว่า สส.ไปไหน
แต่ถ้าชาวบ้านในเขตเขาเห็น เขารู้ว่า สส.ของเขาทำอะไรอยู่ เพียงแต่ไม่ได้ถ่ายรูปมารายงานให้คนทั้งประเทศดูทุกครั้ง เราก็ต้องเผื่อที่ตรงนั้นเอาไว้เหมือนกัน
สส.ไม่จำเป็นต้องไลฟ์สดทุกครั้งที่ลงพื้นที่ครับ
ไม่อย่างนั้นจากถามหา สส. เดี๋ยวจะกลายเป็นบังคับให้ สส.พกขาตั้งกล้องไปด้วยทุกครั้งที่น้ำท่วม
ตรงนี้ผมไม่เห็นเหมือนคุณสมศักดิ์ครับ
ถามได้
ตามได้
วิจารณ์ได้
แต่คำว่า “หายหัวไปหมดทั้ง 33 คน” ผมยังพูดแบบนั้นไม่ได้
เพราะผมไม่รู้จริงๆ ว่าทั้ง 33 คนเขาทำอะไรอยู่บ้าง
ส่วนเรื่องเงินเดือนถูกหักเข้าพรรคจนไม่มีเงินเหลือไปช่วยชาวบ้านที่คุณสมศักดิ์แซะมา อันนี้ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน
ไม่รู้ก็ผ่านครับ
เดี๋ยวจากน้ำท่วมจะไปจบที่สลิปเงินเดือนเสียก่อน
กลับมาที่คำถามเดิมดีกว่า
“น้ำท่วมแล้ว…สส.อยู่ไหน?”
ถามได้ครับ
ไม่ใช่เฉพาะพรรคประชาชนด้วย จังหวัดไหนน้ำท่วม คนเดือดร้อนจะถามหา สส.ในพื้นที่ตัวเองก็ถามได้
สส.ไม่ต้องไปสูบน้ำ
ไม่ต้องลงไปลอกท่อ
มีของจะช่วยก็ช่วย มีเรื่องต้องประสานก็ประสาน คนในพื้นที่เดือดร้อนก็ลงไปดูเขาหน่อย
แต่อย่าให้ถึงขนาดชาวบ้านต้องลุยน้ำออกมาตามหา สส.เองก็แล้วกัน.
— เสมอต้น
28 กันยายน 2569
📌เขียนถึงเสมอต้น: มีเรื่องอะไรอยากเล่า หรืออยากส่งมาคุยกัน เขียนมาได้ที่ [email protected] หรือ Inbox เพจ “เปิดซองออนไลน์” ไม่ต้องเป็นเรื่องใหญ่โตอะไรครับ เรื่องใกล้ตัว หรือเรื่องที่ค้างอยู่ในใจ เขียนมาเถอะ วันไหนซองมาถึง เราค่อยเปิดอ่านไปด้วยกัน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
14มาตรการสู้ท่วม! ครม.เคาะ4จว.หยุด28-29ก.ย./ชัชชาติลั่น2วันกทม.ปกติ
“อนุทิน” กลับจาก ตปท.สั่งระดมกำลังรับมือน้ำท่วมทั่วประเทศ ลงพื้นที่ชุมชนริมคลองเปรมฯ ชาวบ้านตะโกน “รวยไม่ไหว”
น้ำท่วม..จะโทษใคร?
เมื่อวันเสาร์.... ตื่นขึ้นมาตกใจหมดเลย! นึกว่าใครดอดมาสอยเอาพระอาทิตย์ไปกินซะแล้ว! เพราะตลอดทั้งวัน “มืดตึ๊ดตื๋อ”
กรมอุตุฯ เตือน 15 จังหวัดพื้นที่เสี่ยงภัยสูง 'กทม.-ปริมณฑล' ฝนลดลงแต่ยังคงมีตกต่อเนื่อง
กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งพื้นที่เฝ้าระวังฝนตกหนักถึงหนักมาก ภาคเหนือตอนล่าง ด้านตะวันตกของภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ตอนบน
'กทม.' อัปเดต 9 เส้นทางยังมีน้ำท่วมขัง อีก 5 เส้นทางคืนผิวการจราจรเรียบร้อย
กรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์น้ำท่วมขัง ถนนที่ยังมีน้ำท่วมขังสูง จุดที่มีน้ำท่วมขังสูง และวางแผนหลีกเลี่ยงเส้นทางก่อนเดินทาง
'นายกฯ' ควง 'เอกนัฏ' ลุยแฟลตคลองจั่น ชาวบ้านโบกมือทักทาย เจอชายปริศนาถาม 'เข้ามาทำไม'
‘อนุทิน’ ควง ‘เอกนัฏ’ ลุยแฟลตคลองจั่น ลงเรือมอบอาหารเครื่องดื่มผู้ประสบภัย ชาวบ้านตะโกนเรียกก่อนเจ้าตัวโบกมือทักกลับ ขณะชายปริศนาเดือดถามนายกฯ ลั่น ‘เข้ามาทำไม?’
'รพ.พระมงกุฎเกล้า' ปรับรถบรรทุกเป็น Truck Ambulance รับกลุ่มเปราะบาง
รพ.พระมงกุฎเกล้า ปรับรถบรรทุกเป็น Truck Ambulance ลุยน้ำรับผู้ป่วยเปราะบาง เขตสะพานสูง

