
ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด การประกาศนโยบายประเมินผลการทำงานของรัฐมนตรี ประธานและกรรมาธิการ (กมธ.) ทั้ง 14 คณะ ตลอดจนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองของพรรคภูมิใจไทย ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ดูเหมือนจะส่งแรงสั่นสะเทือนไปทั่วพรรคสีน้ำเงินไม่น้อย เพราะหลังจากถูกกระหน่ำโจมตีทางการเมืองต่อเนื่องหลายประเด็น ทั้งปมที่ดินเขากระโดง ปัญหาแซตไลน์ การโยกย้ายข้าราชการระดับสูงในจังหวัดภูเก็ต ปมแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมถึงโครงการ TH-AI Passport ที่ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ถูกฝ่ายค้านและโลกออนไลน์ตั้งคำถามอย่างหนัก การส่งสัญญาณให้ทุกคนเร่งสร้างผลงานจึงถูกมองว่าเป็นการขันนอตภายในพรรคครั้งสำคัญ
ภาพที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นความเคลื่อนไหวของบรรดารัฐมนตรี สส. และประธาน กมธ. ของพรรคภูมิใจไทย รวมถึงรัฐมนตรีสีน้ำเงิน ที่ทยอยออกมาชี้แจงประเด็นร้อนทางการเมืองมากขึ้น
ขณะที่บางส่วนยังอาศัยจังหวะโต้กลับพรรคประชาชน กรณีการตรวจสอบเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยง นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กับเครือข่ายธุรกิจฟอเร็กซ์ หลังมีการเปิดเผยข้อมูลการโอนเงินรวม 28 ล้านบาท จำนวน 14 ครั้ง
ความเคลื่อนไหวดังกล่าว ทำให้ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาโพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในลักษณะเสียดสีว่า สส.พรรคภูมิใจไทยที่มีตำแหน่งหน้าที่ หากยังไม่ได้ออกมาปกป้องโครงการ TH-AI Passport หรือแสดงตัวสนับสนุนนายไชยชนก ควรรีบออกมาทำผลงาน เพราะขณะนี้คนที่ไม่มีตำแหน่งต่างแข่งขันกันสร้างคะแนนจากผู้ใหญ่ในพรรค พร้อมระบุว่าเป็นเรื่องน่าเห็นใจ เพราะแทนที่จะวัดกันด้วยผลงาน กลับต้องมาแข่งขันกันในลักษณะดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม หัวหน้าอนุทิน ตอบโต้กรณีดังกล่าวอย่างเผ็ดร้อน ระหว่างให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยยืนยันว่า การกำหนดตัวชี้วัดและการประเมินผลงาน เป็นเรื่องภายในของพรรคภูมิใจไทย คนอื่นไม่จำเป็นต้องเข้ามาก้าวก่าย พร้อมกล่าวประโยคที่กลายเป็นประเด็นทางการเมืองทันทีว่า “เอาที่สบายใจ จะขึ้นเทศน์ก็ล้างเท้าให้สะอาด”
นายกรัฐมนตรียังย้ำด้วยว่า การประเมินการทำงานของรัฐมนตรีในสังกัดพรรคมีอยู่ตลอดเวลา ไม่ได้รอให้ครบกำหนดหนึ่งปี โดยในฐานะผู้บังคับบัญชา หากเห็นว่ารัฐมนตรีคนใดสามารถทำงานได้ดีกว่านี้ ก็พร้อมให้คำแนะนำ และเมื่อถูกถามว่า การประเมินผลงานหนึ่งปีถือว่านานเกินไปหรือไม่ นายอนุทินตอบสั้นๆ แต่ได้ใจความว่า “วันนึงก็นานไปแล้ว” สะท้อนแนวคิดการติดตามผลงานแบบใกล้ชิดและต่อเนื่อง
อีกด้านหนึ่ง ประเด็นที่พรรคประชาชนยังคงต้องเผชิญแรงกดดัน คือกรณีคดีฟอกเงินที่เชื่อมโยงเครือข่ายยาเสพติดของนายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ อดีตผู้สมัคร สส.กทม. พรรคประชาชน หลังพนักงานอัยการจะมีคำสั่งไม่ฟ้อง แต่ข้อเท็จจริง คดียังไม่ยุติ เพราะสำนักงานตำรวจแห่งชาติเตรียมความเห็นแย้ง
“บิ๊กต่าย” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติอยู่ระหว่างจัดทำความเห็นแย้งคำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ ตามขั้นตอนของกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา โดยระบุว่า มีการพิจารณาประเด็นต่างๆ อย่างรอบด้าน และยืนยันชัดเจนว่าจะทำความเห็นแย้งแน่นอน แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ในขณะนี้
เมื่อถูกถามว่าการที่อัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง สะท้อนว่าพนักงานสอบสวนทำสำนวนไม่รัดกุมหรือไม่ “บิ๊กต่าย” ระบุว่า การดำเนินคดีทุกขั้นตอนเป็นไปตามพยานหลักฐานและกระบวนการกฎหมาย ส่วนอัยการมีความเห็นอย่างไรถือเป็นอีกกระบวนการหนึ่ง แต่ตำรวจมีสิทธิทำความเห็นแย้งได้ หากเห็นว่ามีประเด็นที่สมควรทบทวน โดยอำนาจชี้ขาดสุดท้ายยังเป็นของอัยการสูงสุด
สำหรับข้อครหาจากพรรคประชาชนที่มองว่าการดำเนินคดีลักษณะนี้มีแรงจูงใจทางการเมือง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐย้ำว่า ตำรวจไม่มีนโยบายกลั่นแกล้งบุคคลใด โดยเฉพาะในประเด็นทางการเมือง ทุกอย่างเป็นไปตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน พร้อมปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นต่อกรณีการตรวจสอบเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กับเครือข่ายธุรกิจฟอเร็กซ์ โดยระบุเพียงว่า หน้าที่ของตำรวจคือการบังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมา ไม่เลือกปฏิบัติ และไม่อยู่ภายใต้อิทธิพลทางการเมือง ฉะนั้นเรื่องนี้คงต้องตามกันยาวๆ ต่อไปว่าบทสรุปจะเป็นอย่างไร.
เสือดำ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
ต้องยอมรับว่า “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นหนึ่งในนายกฯ ที่ถูกสังคมและฝ่ายตรงข้ามจับผิดมากที่สุดในประวัติศาสตร์ก็ว่าได้ ไม่ว่าจะขยับตัวหรือเอ่ยอ้างเรื่องใด ก็มักมีคนจองกฐินเป็นทิวแถว ซึ่ง ล่าสุดก็คงไม่พ้นเรื่อง “ยิงโจรในบ้านก็ผิด” ซึ่งเจ้าตัวพูดถึงเรื่องการควบคุมอาวุธปืน โดยหลังจากเผยแพร่ออกไปทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายแค้น รวมถึงคนอยากมีแสงก็รุมเข้ามายิ่งกว่าแร้งเห็นศพอย่างไรอย่างนั้น ...๐
บันทึกหน้า 4
ช่วงนี้สังคมไทยมี คดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญอย่างต่อเนื่อง เป็นข่าวฉาวไปทั่วโลก ล่าสุด นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิต ในสำนักงาน อบจ.นนทบุรี หลังก่อเหตุนายฉลอง
บันทึกหน้า 4
ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด วิกฤตการณ์ทุจริตสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นถือเป็นบททดสอบสำคัญของกระทรวงมหาดไทยภายใต้การกำกับดูแลของ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้ออกมาประกาศความคืบหน้าในการดำเนินการทางอาญาต่อกลุ่มผู้ทุจริต
บันทึกหน้า 4
เป็นอีกหนึ่งสัปดาห์ที่ต้องเริ่มต้นด้วยการแสดงความเสียใจและอาลัยจากใจต่อครอบครัวผู้สูญเสียในเหตุโศกนาฏกรรมที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ...เหตุกราดยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์จบลง แต่คำถามของสังคมยังวนเวียนหลอกหลอน “เราจะทำอย่างไร...ไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก?!?”
บันทึกหน้า 4
ไร้นักการเมืองโกง! ยังเป็นประเด็นคาใจที่ฝ่ายค้านตั้งคำถามทุกวัน ตัดตอนจบแค่บิ๊กข้าราชการ "รังสิมันต์ โรม" รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรรมและสิทธิมนุษยชน
บันทึกหน้า 4
ต้องบอกว่า “ดีลลับโมนาโก” แม้จะได้รับการปฏิเสธทั้งจาก “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคกล้าธรรม (กธ.) รวมถึง “แพทองธาร ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ปัจจุบันรั้งเก้าอี้ที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทยไปแล้ว แต่เมื่อมีควันย่อมมีไฟอย่างไรอย่างนั้น จึงทำให้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยถึงกับประกาศกลางวงประชุมคณะรัฐมนตรีในวันพุธที่ 5 สิงหาคม

