‘อนาคต’ที่สับสน!

จะไปต่อหรือพอแค่นี้..

อยากให้คิดกันให้ถ้วนถี่ด้วยความรอบคอบ และอยากขอ ชะลอการตัดสินใจก่อนได้ไหม?

นี่..ผมหมายถึงโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ที่ข่าวว่ามีแนวโน้มไม่สามารถเดินหน้าต่อได้เนื่องจากปัญหาการลงทุน น่ะ!

ไม่ใช่ไร บังเอิญได้อ่านข้อความที่ ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ นักวิชาการด้านวิศวกรรมขนส่ง โพสต์ในหัวข้อ “7 ปีที่รอคอย...สุดท้ายเหลือแค่ ‘รถไฟทางคู่’?”

พร้อมบรรยายเป็นไตเติล.. “โลกกำลังแข่งกันสร้างรถไฟความเร็วสูง... แต่ประเทศไทยกำลังถกเถียงกันว่า จะดาวน์เกรดรถไฟความเร็วสูงหรือไม่?

7 ปีผ่านไป... โครงการที่คนไทยเคยคาดหวังว่าจะเป็น “รถไฟความเร็วสูงสายที่ 2 ของประเทศไทย” อาจลงเอยด้วยการเหลือเพียงรถไฟทางคู่ระบบไฟฟ้า

มีแนวโน้มว่าโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน จะถูกปรับให้ใช้โครงสร้างพื้นฐานของรถไฟทางคู่สายตะวันออก

โดยเปลี่ยนเป็นระบบไฟฟ้า และให้รถไฟวิ่งด้วยความเร็วสูงสุด 160 กม./ชม. แทนความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. ตามแผนเดิม

ส่วนช่วง บางซื่อ-พญาไท-มักกะสัน-หัวหมาก จะใช้โครงข่ายรถไฟฟ้าสายสีแดงที่ รฟท.มีแผนจะก่อสร้างเพิ่มเติม

เหตุผลสำคัญคือ ลดต้นทุนการก่อสร้าง แต่คำถามคือ... เรากำลังลดต้นทุน หรือกำลังลดอนาคตของประเทศ?” ก่อนจะร่ายรายละเอียดเสียยืดยาว

เลยทำให้นึกเห็นภาพ “อนาคตข้างหน้า” ประเทศไทยก็จะยังคงเดินเป็น “เต่าง่วง” อยู่ต่อไป หรือหากอับจนปัญญาที่จะทำตาม “แผนเดิม” ได้..

ผมก็ใคร่ขอเสนอให้ลองเรียกใช้ “มันสมอง” ของ ดร.สามารถ ดู เผื่อ 7 ปีจะไม่ต้องสูญเปล่า และมีทางออกที่จะได้ไม่ “ลดอนาคตของประเทศ” ให้ลูกหลานช้ำใจ!

เออ..พูดถึง “อนาคต” วันก่อนได้อ่านที่ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อดีตอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าฯ ปัจจุบันหัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่

แสดงความเห็นเกี่ยวกับ “อนาคตของกรุงเทพมหานคร” แล้วทำให้ขนลุก-ขนพองสยองหัว ท่านว่าอย่างนี้ครับ..

 “ประเด็นเรื่องการทรุดตัวของกรุงเทพฯ และผลกระทบจากระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น เป็นเรื่องที่นักวิชาการทั่วโลกแทบไม่มีข้อโต้แย้ง

แม้นักวิชาการจะมีความเห็นแตกต่างกันในหลายประเด็น แต่เรื่องที่กรุงเทพมหานครกำลังเผชิญความเสี่ยงจากระดับน้ำทะเลและการทรุดตัวของพื้นที่นั้น

เป็นประเด็นที่ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยคำถามสำคัญไม่ใช่ว่า จะจมหรือไม่ แต่เป็น “จะเกิดขึ้นเมื่อใด”

ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการน้ำหลายคนประเมินว่า สถานการณ์อาจเกิดขึ้นเร็วกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้

ปัจจุบันระดับน้ำทะเลสูงกว่าระดับแม่น้ำเจ้าพระยา ขณะที่ระดับแม่น้ำเจ้าพระยาสูงกว่าคลองสายหลักหลายแห่ง และคลองก็สูงกว่าพื้นที่ชุมชนจำนวนมาก

ทำให้กรุงเทพมหานครต้องพึ่งพาระบบสูบน้ำตลอดเวลาเพื่อระบายน้ำออกสู่ทะเล ซึ่งเป็นการทำงานที่ฝืนสภาพธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง

ระบบระบายน้ำของกรุงเทพฯ ในปัจจุบัน เปรียบเสมือนการใช้หลอดดูดยาคูลท์ดูดน้ำออกจากกระทะคอนกรีตขนาดใหญ่ เมื่อเกิดฝนตกหนัก

น้ำจำนวนมหาศาลจึงกลายเป็นภาระของระบบระบายน้ำ และยิ่งเพิ่มความเปราะบางของเมืองในระยะยาว”

ครับ..ใครไม่เชื่อก็ช่าง แต่ผมเชื่อ และเมื่อเชื่อเช่นนี้แล้ว ผมก็ให้สงสัยว่าทำไมกรุงเทพฯถึงยังมีการสร้างสาธารณูปโภคอยู่ไม่หยุดหย่อน?

สงสัยต่อมา ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน “น้ำท่วมกรุงเทพฯ” แน่ แล้วทำไมจึงยังไม่คิดจะหาทางแก้และป้องกันล่ะ?

บอกตามตรง.. “คนกรุงเตบ” อย่างผมสับสนนิ!.

 

สันต์ สะตอแมน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อยากรู้ความคิดใคร?

มีคนยืนยันว่าไม่ใช่แผนโฆษณา-สร้างกระแส! นี่..ผมหมายถึงกรณีที่นางเอกสาว คุณแต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์ หรือพรประภา ออกมาคัดค้าน และไม่ยินยอมให้มีการเผยแพร่ภาพที่ดัดแปลงด้วยเทคนิคคอมพิวเตอร์กราฟิก..

รอ'ของขวัญ'จากนายกฯ!

“กทม.ไม่คาดคิดว่าจะมีผู้ลงทะเบียนจำนวนมากถึงระดับนี้ โดยยอดผู้ลงทะเบียนสูงกว่า 1 ล้านคนแล้ว ซึ่งมากกว่าที่ประมาณการไว้”

‘ครัวคุณต๋อย’ยังอยู่นะ!

ไม่ถึงกับตกใจ-ช็อก! เพราะเป็นที่รับรู้กันมาโดยตลอด และได้เห็นมาเป็นระยะๆ ที่ “ผู้จัดรายการโทรทัศน์” รายนั้น-รายนี้ถอดใจ เลิกกิจการด้วยทนแบกภาระ “ขาดทุน” ต่อไปไม่ไหว!

อย่าฆ่ากันด้วยคำพูด?

“จ้าง 300 ให้เลิกร้องเพลงได้ไหม?” เนี่ย..แม้เพียงประโยคสั้นๆ จากลูกค้าคนหนึ่งในร้านอาหาร ก็ทำเอา “ศิวดล จันทนเสวี” หรือ “ท๊อฟฟี่ 3.50” ศิลปินและเอนเตอร์เทนเนอร์รุ่นเก๋าถึงกับ “หน้าชา”!

จิตใจต่ำกว่าความเป็นมนุษย์?

ตามหลักการและตรรกะทางการเมือง.. หากบุคคลใดต้องการ “วางมือทางการเมือง” อย่างแท้จริง การนิรโทษกรรมในคดีความส่วนตัวก็ไม่มีความจำเป็นต่อการดำรงตำแหน่งหรือบทบาททางการเมืองอีกต่อไป!

อย่าปล่อยให้ถูกหลงลืม!

ลุงโยธินไม่ใช่กรณีแรก และจะไม่ใช่คนสุดท้าย! นี่..ผมกำลังพูดถึง “คุณโยธิน มาพบพันธ์” ซึ่งแน่นอนหลายท่านไม่รู้จัก-ไม่คุ้นหน้า แต่กับผู้ที่ดูหนัง-ละครอยู่บ้าง คงพอจะนึกออก-จำหน้าค่าตา..