วันนี้วันจันทร์ที่ 14 มีนาคม 2565 เป็นวันที่ 19 ของสงครามยูเครนนับตั้งแต่ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินตัดสินใจส่งทหารเข้ายึดเพื่อนบ้านด้านตะวันตก
สัปดาห์นี้จะเป็นจุดหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญอย่างยิ่งว่าสงครามยูเครนจะบานปลายใหญ่โตหรือจะเข้าสู่โต๊ะเจรจาอย่างจริงจัง
ผมกำลังอ่านใจปูตินกับเซเลนสกีว่าจะตัดสินใจเดินหน้าต่อไปอย่างไร
หากเป้าหมายแรกเริ่มของมอสโกคือการยึดเมืองหลวงของยูเครนคือกรุงเคียฟให้ได้ใน 48-72 ชั่วโมงแรก
เพื่อนำไปสู่การเจรจาเพื่อให้ยูเครนกลายเป็นประเทศที่ “เป็นกลาง” และ “ปลอดทหาร” หรือ neutral และ demilitarized อย่างที่ปูตินประกาศไว้ตั้งแต่ต้น ก็แปลว่ารัสเซียยังไม่อาจจะบรรลุเป้าหลายหลักได้
แต่ถ้าหากเชื่อว่าปูตินไม่ได้ต้องการจะ “เผด็จศึก” อย่างรวดเร็วฉับพลัน แต่ต้องการจะ “โอบล้อม”เมืองหลัก ๆ ของยูเครนไว้เพื่อให้ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกีของยูเครนยอม “วางอาวุธ” และประกาศ “ยอมจำนน” ก็ยังต้องรอดูปฏิบัติการภาคพื้นดินประกอบกับความเคลื่อนไหวทางการทูตต่อไปอีกอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์
ล่าเมื่อเมื่อวันเสาร์ เซเลนสกีแถลงข่าวว่าเข้าสัปดาห์ที่สามของสงคราม ทหารยูเครน 1,300 นายเสียชีวิตจากความขัดแย้งครั้งนี้
และบอกด้วยว่าทหารรัสเซียประมาณ 500-600 นายยอมจำนนต่อกองกำลังยูเครน ณ วันศุกร์
แต่เป็นตัวเลขที่ไม่ได้รับการยืนยันจากฝั่งรัสเซีย
มอสโกยังไม่เคยออกตัวเลขผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บของทั้งสองฝ่ายแต่อย่างใด
แต่สถานการณ์สู้รบภาคพื้นดินและทางอากาศยังดำเนินไปอย่างดุเดือดต่อเนื่อง
สนามบินทหารทางตอนใต้ของกรุงเคียฟถูกขีปนาวุธโจมตี
ขณะที่มีการ “ดวลปืนใหญ่” รอบ ๆ เมืองหลวงอย่างร้อนแรงตลอดวันตลอดคืน
ข่าวกรองทางทหารบอกว่ากองกำลังรัสเซียส่วนใหญ่อยู่ห่างจากเมืองเพียง 25 กม.
ต้องถือว่าเป็นการเข้ามาประชิดติดศูนย์บัญชาการของเซเลนสกี
เป็นจังหวะที่ผู้นำยูเครนต้องตัดสินใจจะปักหลักสู้ “จนนาทีสุดท้าย”
หรือจะหนีออกนอกประเทศไปตั้ง “รัฐบาลพลัดถิ่น” อย่างที่สหรัฐฯได้แนะนำเมื่อสัปดาห์ก่อน
หรือหวังว่าจะมีการเจรจาทางการทูตที่จะนำไปสู่การหยุดยิงเพื่อหาทางออกทางการเมือง
เพราะความเคลื่อนไหวทางด้านการทูตยังดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้น
ประธานาธิบดีฝรั่งเศส นายเอ็มมานูเอล มาครง และนายกรัฐมนตรีโอลาฟ โชลซ์ แห่งเยอรมนีได้ต่อสายคุยกับปูติน
ทั้งสองเรียกร้องให้ปูตินตกลงหยุดยิง
แต่ข่าวล่าสุดเมื่อวานบอกว่าปูตินยังนิ่งเฉยกับข้อเสนอและข้อเรียกร้องของผู้นำประเทศต่าง ๆ ที่ขอให้เขาพูดจาตรง ๆ กับเซเลนสกี
ไม่ว่าจะเป็นข้อเรียกร้องจากผู้นำจีน, ตุรกี, อินเดีย. อิสราเอลและยุโรปตะวันตกก็ตาม
อาจจะเป็นเพราะเห็นว่าการรุกคืบทางทหารของรัสเซียในยูเครนกำลังเข้าใกล้จุดที่จะโค่นอำนาจของเซเลนสกีได้แล้ว
รอให้จังหวะ “สุกงอม” กว่านี้ ปูตินอาจจะสามารถเจรจาด้วยเงื่อนไขที่ตนได้ประโยชน์มากกว่า
ข่าวจากหลาย ๆ เมืองแจ้งว่าสถานการณ์การสู้รบหนักหน่วง
บางเมืองเช่นผู้คนในเมือง Mariupol ซึ่งเป็นเมืองสำคัญทางใต้มีอุณหภูมิเยือกแข็ง อากาศหนาวเหน็บ
และประชาชนชาวยูเครนก็ขาดไฟฟ้า อาหารร่อยหรอ นำกำลังจะขาดมือ
ที่ปูตินอาจจะแปลกใจคือแรงต้านจากทหารและชาวยูเครนต่อการรุกคืบทางทหารรัสเซียแข็งแกร่งกว่าที่คาด
ทำให้ปฏิบัติการยึดยูเครนไม่เบ็ดเสร็จในระยะเวลาอันสั้นที่วางเอาไว้
เหตุผลหนึ่งคือปัญหาของการเคลื่อนทัพของทหารรัสเซียที่ขาดการประสานงานและอุปสรรคในการส่งกำลังบำรุงและประเด็นด้าน logistics ทั้งหลาย
ประกอบกับยูเครนได้รับการสนับสนุนจากโลกตะวันตก สามารถต้านการบุกได้ดีกว่าคาด
สำทับด้วยมาตรการลงโทษของนานาชาติที่พุ่งเป้าไปที่รัสเซียกำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนทางเศรษฐกิจ
นักวิเคราะห์ตะวันตกบางคนถึงกับตั้งคำถามว่าปูตินจะสามารถรักษาฐานอำนาจทางการเมืองในประเทศของตนได้ต่อไปอีกนานเท่าไหร่
แต่นักวิเคราะห์อีกหลายสำนักก็มองว่าปูตินเป็น “คนฉลาด” และได้ตระเตรียมแผนการตั้งรับสถานการณ์เอาไว้ทุก ๆ ด้านแล้ว
พวกเขามองว่าปูตินเคยชินกับการคว่ำบาตรจากตะวันตกมาตั้งแต่ทหารรัสเซียผนวกไครเมียเมื่อ 8 ปีก่อน
ผลปรากฏว่ามาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจของตะวันตกทั้งหลายยังไม่สามารถ "โค่น" ปูตินจากอำนาจได้แต่อย่างใด
แต่หลายคนก็เตือนว่ามาตรการคว่ำบาตรรอบนี้หนักหนาสาหัสกว่าที่ผ่านมาหลายเท่านัก
ปูตินมีทางเลือกคือลุยแหลก ไม่เอาเซเลนสกี เมื่อยึดเคียฟได้ก็จัดตั้งรัฐบาลชั่วคราวที่มีผู้นำเป็นคนที่มอสโกไว้ใจ
จากนั้นก็ต่อรองกับโลกตะวันตกเพราะเชื่อว่าเมื่อยึดเมืองหลวงยูเครนได้ อำนาจต่อรองก็สูงขึ้น
หรือปูตินอาจจะไม่ต้องการเผชิญหน้ากับตะวันตกขนาดนั้น เมื่อเห็นสถานการณ์ในสมรภูมิเข้าข้างตนก็หยุดอยู่หน้าประตูกรุงเคียฟ และเจรจาเพื่อให้รัสเซียได้ประโยชน์สูงสุด
สำหรับเซเลนสกี ทางเลือกแรกคือลุยต่อ ถ้าจวนตัวก็หลบออกไปตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น ณ จุดปลอดภัย...อาจจะเป็นเมืองทางตะวันตกของประเทศหรือข้ามไปประเทศอื่นที่สนับสนุนตนและสู้ยืดเยื้อจากข้างนอก
ทางออกอีกทางหนึ่งคือยอมเจรจากับปูตินและรับเงื่อนไขบางประการแต่ยังอยู่ในอำนาจ
ต้องจับตากันทุกฝีก้าวจริง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยุค‘ประโยชน์นิยม’ ชัยวุฒิซัดข้ามขั้วแบ่งเค้ก ยศชนันโอดกาสิโนหลอน
“อนุทิน" โต้เดือด "หยุ่น-วีระ" ลั่นชัดเจน "สีหศักดิ์-ศุภจี-เอกนิติ" คนของ "ภูมิใจไทย"
สื่ออาวุโสลืมหน้าที่ ‘หยุ่น-วีระ’ มาตรฐานที่หายไปในดงส้ม
การวิจารณ์นักการเมืองไม่ใช่เรื่องผิด และการตั้งคำถามกับพรรคการเมืองก็เป็นหน้าที่ปกติของสื่อมวลชน
แชร์สนั่นโซเชียล ลุกโชนเป็นไฟลามทุ่ง! ‘อนุทิน’ บุกเพจ ‘สุทธิชัย’ แจงกรณีคุยกับ ‘ทรัมป์’
ภายหลัง เพจ Suthichai Yoon โพสต์ข้อความว่า‘ทรัมป์‘ ให้สัมภาษณ์ Wall Street Journal ว่าเขาได้ใช้ tariff กดดันให้ไทยกับกัมพูชายุติการสู้รบ!
มีแม้วไม่มีเรา! วัดใจจุดยืน 'พรรคส้ม' หลังทักษิณขีดเส้นแบ่งข้างทุกเวทีแล้ว
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่า "พรรคส้มกล้าไหม? มีแม้วไม่มีเรา!
ประเทศเดียวในโลก ‘นายกฯทับซ้อน’ มหันตภัยปี 2568
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่าสำนักวิจัยต่าง ๆ กำลังวิเคราะห์เพื่อพยากรณ์ว่าประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความท้าทายสาหัสอะไรบ้างใน


