ปรับทัพจัดทิศสีกากี

ทิศทาง "กรมปทุมวัน" ในยุค บิ๊กราญ-พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ว่าที่ ผบ.ตร.คนใหม่ ที่จะเริ่มทำงานอย่างเต็มตัว ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

ตามแนวทางการ "คัดเลือก" ผู้นำสีกากีของ "นายกฯอนุทิน" น่าจะต้องการคนรุ่นใหม่ มีอายุราชการเพียงพอที่จะขับเคลื่อน ปรับเปลี่ยน "องค์กรตำรวจ" ให้ดีขึ้นสู่สายตาประชาชน

ทำให้เลือก "บิ๊กราญ" ที่นอกจากฝีมือการทำงานสืบสวนปราบปรามเป็นที่ประจักษ์แล้ว อายุราชการที่ยาวไปถึงปี 2576 หรืออีก 7 ปีข้างหน้า ก็น่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องการความต่อเนื่องในการทำงาน

เมื่อเลือกขยับปรับทิศ วางการพัฒนาระยะยาว ใช้คนรุ่นใหม่ในการขับเคลื่อน "สำนักงานตำรวจแห่งชาติ" แบบขึ้นต้นเป็นลำไม้ไผ่แล้ว พอเหลาลงไปก็ขอให้เป็นไม้ไผ่ดังเดิม

ไม่ใช่ "ขึ้นต้นเป็นลำไม้ไผ่ พอเหลาลงไปกลายเป็นบ้องกัญชา"!!! 

โดยเฉพาะการแต่งตั้ง "นายพล" ระดับ "ผู้บัญชาการ" หรือ "ผบช." ยศ พล.ต.ท. ซึ่งเป็นผู้นำหน่วยระดับปฏิบัติ ที่จะอยู่ในการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจตำแหน่ง รอง ผบ.ตร.หรือเทียบเท่า ลงมาถึง ผู้บังคับการทั่วประเทศ วาระประจำปี 2569 ที่จะมีขึ้นช่วงเดือนสิงหาคมนี้

การเลือก "นายพล" มาดำรงตำแหน่ง ก็ต้องเหมาะสม สอดคล้องกับการเลือก "ผบ.ตร." คนรุ่นใหม่

ซึ่งตามกฎ ตามระเบียบ ข้อกฎหมาย ยังเป็นอำนาจของ "ผบ.ตร." คนปัจจุบัน คือ บิ๊กต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ กับว่าที่ ผบ.ตร.คนใหม่ อย่าง พล.ต.อ.สำราญ ซึ่งตามจริงยังไม่มีอำนาจ เพียงแต่ธรรมเนียมปฏิบัติที่ผ่านมา ผบ.เก่าก็จะให้เกียรติ ผบ.ใหม่ ร่วมกันทำบัญชี

นั่นก็เป็นเพียงถ้อยคำสวยหรู แต่ในความเป็นจริงในหลายยุค หลายสมัย คนเก่าก็มักกินรวบ มักทิ้งทวน แต่แบบนั้นน่าจะไม่เกิดในยุค "ผบ.ต่าย" ที่ถือเป็นสุภาพบุรุษสีกากีคนหนึ่ง

ยิ่งปีนี้เก้าอี้ ผบช. ว่างถึง 18-19 ตำแหน่ง

ทั้งว่างจากกลุ่มที่ขยับขึ้น ผู้ช่วย ผบ.ตร. ตามบัญชีลำดับอาวุโส อาทิ พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย "ผบช.ภ.4", พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ "ผบช.ภ.7", พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง "ผบช.ปส." และ พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร "ผบช.สอท."

ว่างจากกลุ่มที่เกษียณอายุราชการวันที่ 30 ก.ย. 2569 อาทิ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ "ผบช.สตม.",  พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน "ผบช.ภ.1", พล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ "ผบช.ภ.2", พล.ต.ท.กิติศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ "ผบช.ภ.6", พล.ต.ท.สิทธิชัย โล่กันภัย "ผบช.ภ.8",   พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ "ผบช.ทท." เป็นต้น

ล้วนเป็นตำแหน่งระดับ "ปฏิบัติการ" ในการขับเคลื่อนทิศทางกรมปทุมวัน

การเลือก "นายพล" มาลงเก้าอี้ต่างๆ ก็ต้องเดินตามรอยการคัดเลือก "ผบ.ตร." ที่น่าจะต้องเป็นคนรุ่นใหม่ มีอายุราชการเพียงพอที่จะขับเคลื่อน ปรับเปลี่ยนองค์กรตำรวจให้ดีขึ้นสู่สายตาประชาชน

ประเภทส่งเพื่อน ส่งลูกน้อง ส่งคนใกล้ชิด แบบที่ไม่ได้มีฝีมือ ไม่ได้มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ไปทิ้งทวนก่อนเกษียณอายุราชการ หรือเอื้อประโยชน์ให้นาย

ไม่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน

แถมยังไปขัดขวางการพัฒนาองค์กร ขัดนโยบาย นายกฯ อนุทิน ที่ต้องการให้ "กรมปทุมวัน" ยุคใหม่ดีขึ้น ไม่ต้องให้ใครออกมาเรียกร้อง "ปฏิรูปตำรวจ" เหมือนทุกวันนี้.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ผบ.ตร.' ระวังตาอยู่!

ใครจะได้เป็น "ผบ.ตร." คนใหม่? คำถามยอดฮิตที่น่าจะติดเทรนด์ช่วงนี้ หลัง "นายกฯอนุทิน" เคลียร์คิวนัดวันประชุม ก.ตร. หรือคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ วันพุธที่ 22 ก.ค. 2569 เวลา 13.00 น. ห้องประชุมศรียานนท์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ส่งประวัติชิง 'ผบ.ตร.'

งวดเข้ามาทุกที ศึกชิงเก้าอี้ "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" หรือ "ผบ.ตร." และการแต่งตั้ง "นายพล" ตำแหน่ง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ลงมาถึง ผู้บังคับการ (ผบก.) วาระประจำปี 2569

เอ๊ะ! เลิกเออร์ลีฯ กลางปี

แหม...แหม "กรมปทุมวัน" ในยุค ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ กุมบังเหียนแม่ทัพใหญ่สีกากี ที่เพิ่งชงวงประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. ไฟเขียวยกเลิกโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด หรือ เออร์ลีรีไทร์ ในรอบกลางปีเดือนเมษายน ให้เหลือเพียงรอบเดียวเดือนตุลาคม

อย่าขยันแค่ชิงเก้าอี้!

เมื่อตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ไม่ได้กำหนดกฎ กติกา "ล็อกสเปก" คุณสมบัติผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่ง "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" หรือ "ผบ.ตร." แบบยึดเรียงลำดับอาวุโส หรือยึดแค่ความรู้ความสามารถ

นักวิ่งตาเป็นมัน!

โหมโรงแต่งตั้ง “นายพลสีกากี” รวดเร็วปานกามนิตหนุ่ม กันตั้งแต่ต้นเดือน มิ.ย. หลัง ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ แม่ทัพใหญ่สีกากี ขยับปากกาลงนามประกาศลำดับอาวุโสระดับ ผู้ช่วย ผบ.ตร.และรอง จตช. ลงมาถึง รอง ผบก. ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นในแต่ละระดับครั้งที่ 1

โหมโรงชิง 'ผบ.ตร.'

หากยึดตามคำสัมภาษณ์ โฆษกตำรวจ-พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ หลังประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร.