'สุ-จิ-ปุ-ลิ'กับกระบวนการเรียนรู้และพัฒนา

คุณ โสภณ ซารัมย์ ท่านประธานรัฐสภาคนปัจจุบัน...คงต้องสารภาพว่าไม่เคยรู้จัก ไม่เคยมีโอกาสพบปะแบบเป็นตัวเป็นๆ แม้ว่าท่านคงต้องคลุกคลีกับชีวิตทางการเมืองจนบารมีแก่กล้าพอที่จะดำรงตำแหน่งประธานรัฐสภาอยู่จนทุกวันนี้ แต่จากคำพูด คำอภิปราย ที่ท่านได้แสดงออกถึงความคิด-ความเห็น เนื่องในโอกาสเพื่อช่วยกระตุ้น ส่งเสริม ความสำคัญของ หอสมุดรัฐสภา หรือที่เรียกๆ กันว่า โครงการ Library Talk เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้ว่า ท่านออกจะ มีกึ๋น อยู่พอสมควรเหมือนกัน

โดยเฉพาะการเน้นย้ำ การให้ความสำคัญ กับคำว่า สุ-จิ-ปุ-ลิ ที่ผู้คนโบร่ำโบราณท่านถือเสมือน หัวใจนักปราชญ์ เป็น กุญแจ ในการเรียนรู้และพัฒนาความเป็นตัวตนของแต่ละปัจเจกบุคคล อันได้แก่การ ฟัง-คิด-ถาม-เขียน โดยคงต้องขอบอกตรงๆ ว่า...สิ่งที่ช่วยหล่อหลอมความเป็นตัวตนของ อันตัวข้าพเจ้าเอง ตลอดช่วงชีวิตของการขีดๆ เขียนๆ หรือตลอดช่วงชีวิต 70 ปีของตัวเองก็ว่าได้ ก็คือสิ่งที่ว่านี้นี่แหละ แม้แต่ครั้งที่ภรรยาของคุณ พิทักษ์ อินทรวิทยนันท์ ท่านชวนให้ไปช่วยสร้าง ช่วยอบรม นักข่าว สิ่งที่หยิบมามอบให้เป็นเครื่องมือ หรือเป็น คาถา สำหรับบรรดาผู้สื่อข่าวทั้งหลาย ก็คือสิ่งที่เรียกว่า สุ-จิ-ปุ-ลิ นี่เอง...

เพียงแต่เมื่อ ฟัง ต้องฟังแบบที่ท่านอดีตนายกฯ อานันท์ ปันยารชุน ท่านเรียกว่า ฟังแบบได้ยิน ไม่ใช่แบบทะลุหูซ้ายออกไปทางหูขวา ไม่ใช่แบบฟังไม่ได้ศัพท์แต่จับเอาไปกระเดียด สิ่งที่ฟังมันจึงจะส่งผลให้ คิด หรือพอให้เกิดความคิด ส่วนเวลาคิดก็อาจต้องคิดแบบตัวละครในนิทานเวตาลอะไรทำนองนั้น คือพร้อมจะหยิบเอาเรื่องยากๆ เอาปัญหาระดับโลกแตกมาใคร่ครวญ พิจารณา โดยไม่กังวลว่าจะสมองแตก เส้นเลือดแตก หรือไม่? ประการใด? คิดไป-คิดมา ถ้ายังหาคำตอบ หาข้อสรุปไม่ได้โดยชัดเจน ก็หนีไม่พ้นต้อง ถาม และถามในแบบแม้แต่สิ่งที่ไม่อาจนำมาเป็นข่าว แต่ถ้าพอช่วยให้ เข้าถึง-เข้าใจ ก็เป็นอันต้องถามไปด้วยกันทั้งสิ้น สุดท้าย...ทุกสิ่งทุกอย่างจึงจะนำมาสู่การ เขียน หรือการปฏิบัติ ตามกระบวนการอันตั้งอยู่บนองค์ประกอบพื้นฐานของสิ่งที่เรียก สุ-จิ-ปุ-ลิ ได้แบบครบถ้วน สมบูรณ์...

ส่วนเมื่อปฏิบัติตามกระบวนการดังกล่าวแล้ว จะส่งผลให้ตัวเองเป็น ปราชญ์ หรือเป็น ปาด คงแทบไม่ต้องไปเสียเวลาสนใจ เพราะการเป็นอย่างที่ตัวเราเป็น กับการเป็นอย่างที่ผู้อื่นเห็นว่าเราเป็น ย่อมเป็นคนละเรื่อง-ละม้วนอยู่แล้วแน่ๆ แต่โดยประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ของการเรียนรู้และพัฒนาตัวเองตามกรรมวิธีดังกล่าว ต้องเรียกว่าไม่เคยเป็นสิ่งที่ล้าสมัย หรือพ้นสมัย ใดๆ เอาเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม...กลับเป็นอะไรที่สอดคล้อง เหมาะสม ไปในทุกยุค ทุกสมัย แม้แต่ในยุคแห่งความก้าวหน้า ก้าวไกล ทาง เทคโนโลยี ที่ท่านประธานฯ โสภณ ซารัมย์ ท่านเห็นว่าออกจะเป็น อุปสรรค ต่อกระบวนการปฏิบัติในลักษณะที่ว่านี้...

ซึ่งก็คงจริงของท่านนั่นแหละ...เพราะสิ่งที่เรียกว่า เทคโนโลยี นั้น มันมักทำให้ความหมั่น ความเพียร หรือ วิริยะ มีสิทธิ์สูญสลายลงไปได้ง่ายๆ คือแทนที่จะ ฟัง หรือ อ่าน กลับหันไป ดู หันไปกราดตาในแบบวันละ 8 บรรทัด ไม่เกินไปกว่านั้น มันเลยไม่ คิด หรือไม่ก่อให้เกิดความคิด แถมเผลอๆ หันไปวานให้ AI ช่วยคิดกันไปแทนที่ อะไรที่ตัวเองยังมิอาจ เข้าถึง-เข้าใจ มันเลยไม่ก่อให้เกิดการ ถาม เพื่อค้นหาคำตอบใดๆ แต่กลับส่งผลให้เกิดการ ด่า หรือเกิดแรงกระตุ้นในอันที่จะกระทำการ ทัวร์ลง ใครต่อใครไปซะนี่ การ เขียน หรือการปฏิบัติ เลยกลายเป็นการโพสต์โน่น โพสต์นี่ ในแบบผู้ที่รู้ทุกเรื่อง แต่ดันไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร? หรือเป็นอะไร? นั่นแล...

ด้วยเหตุนี้...การที่ท่านประธานรัฐสภา โสภณ ซารัมย์ ท่านหันมาให้ความสนใจ ให้ความสำคัญ กับถ้อยคำเก่าๆ แก่ๆ อันถือเป็น กุญแจ แห่งการเรียนรู้และการพัฒนาตนเองของแต่ละปัจเจกบุคคล อย่างคำว่า สุ-จิ-ปุ-ลิ นั้น ต้องถือเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม น่ายกย่องสรรเสริญเป็นอย่างยิ่ง แต่ก็อย่างว่า...มันจะก่อให้เกิดผลในเชิงปฏิบัติมากน้อยขนาดไหน ไม่ว่าในสภา-นอกสภา หรือในสังคมไทย อันนี้...คงต้องถือเป็นเรื่อง วอตเอฟเวอร์ วิลบี วิลบี เคเซรา-เซรา ไปตามสภาพ อันเนื่องมาจากไม่ใช่แต่เฉพาะ สังคมไทย เท่านั้น ที่โดน เทคโนโลยี บั่นทอน ทำลาย กระบวนการเรียนรู้ พัฒนา จนแทบไม่เหลือเศษซาก กระทั่ง สังคมโลก ก็เถอะ นับวันมีแต่ย่อยแยก แตกกระจาย เต็มไปด้วยบรรดาผู้ที่รู้ทุกเรื่อง แต่ไม่รู้ว่าตัวเป็นใคร? หรือเป็นอะไร? มากยิ่งเข้าไปทุกที.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูวอลเลย์บอลท่ามกลาง'อัตราเสี่ยง'จากโรคหัวใจวาย!!!

อันที่จริง...การที่มี เส้นเลือดหัวใจตีบ ถึง 3 เส้น ติดตัว ติดกาย อยู่จวบจนทุกวันนี้ มันออกจะเป็นอะไรที่ เสี่ยง อยู่พอสมควรกับการมีโอกาสได้ดูการถ่ายทอดสด วอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย

'ทหารม้า' นั่ง '5 เสือ ทบ.'?

เข้าสู่กันยายน เดือนสุดท้ายในปีงบประมาณ 2569 และเป็นเดือนสุดท้ายในชีวิตราชการของตำรวจครบเกษียณอายุราชการ ปีนี้เฉพาะระดับ “นายพล” มีผู้เกษียณทั้งสิ้น 97 ราย

ใช้งาน 'บิ๊กเต่า'

จบ...เรียบร้อยโรงเรียนจีน การแต่งตั้ง "นายพลสีกากี" วาระประจำปี 2569 ตั้งแต่ระดับ รอง ผบ.ตร.หรือเทียบเท่า ยศ พล.ต.อ. ลงมาถึง ผู้บังคับการ ยศ พล.ต.ต.

คนพาลครับ…รายงานตัวหน่อย

วันนี้มีซองจากแฟนเก่าแก่ของไทยโพสต์มาถึง “เปิดซองออนไลน์” ครับ เก่าแก่ในที่นี้อย่าเพิ่งเข้าใจผิด ผมหมายถึงติดตามกันมานาน เดี๋ยวเจ้าของซองจะหาว่า

ว่าด้วยกฎของมนุษย์และกฎแห่งธรรมชาติ

ใครที่มีโอกาสได้ดู คลิปวิดีโอ เหตุการณ์แผ่นดินไหว ธารน้ำแข็งพังทลาย เขื่อนแตก น้ำท่วม โคลนถล่ม แถวๆ อาณาเขตประเทศเนปาลและทิเบต น่าจะหนีไม่พ้นต้องเกิดอาการขนหัวลุก ขนคอตั้ง ไม่มาก-ก็น้อย โดยเฉพาะภาพที่ผู้คนนับสิบ นับร้อย ใส่ตีนผี ใส่เกียร์ห้า วิ่งหนีกันจ้าละหวั่น หวังให้รอดพ้นจากกระแสอันบ้าคลั่งของน้ำและโคลน ที่สาดซัดเข้ามากลืนกินแทบทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ต่างอะไรไปจาก ฝูงมด ที่กำลังหนีน้ำ...

ยุคทอง นรต.46

เฮ้อ...นี่แหละ "ยุทธจักรโล่เงิน" พอทุกอย่างวิน-วิน สมประโยชน์กันทุกฝ่าย อะไรที่ดูยาก อะไรที่ดูมีปัญหา ก็กลายเป็นเรื่องเค้กๆ การแต่งตั้งตำรวจระดับ "นายพล"