
อันที่จริง...การที่มี เส้นเลือดหัวใจตีบ ถึง 3 เส้น ติดตัว ติดกาย อยู่จวบจนทุกวันนี้ มันออกจะเป็นอะไรที่ เสี่ยง อยู่พอสมควรกับการมีโอกาสได้ดูการถ่ายทอดสด วอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย ระหว่าง ทีมชาติไทย กับ ทีมชาติจีน เมื่อช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา แต่ก็อย่างว่า...เมื่อโผล่เข้าไปเห็น คุณพี่ดี้-นิติพงษ์ ห่อนาค ท่านโพสต์ชวนใครต่อใครให้ไปร่วมเชียร์ทีมไทยใน เฟซบุ๊ก ของท่าน จะด้วย ความเป็นไทย ที่แฝงลึกอยู่ในสายเลือด หรือเพราะความอยากรู้ อยากดู ก็มิอาจสรุปได้ เลยตัดสินใจว่า ตาย-เป็ง-ตาย ยังไงๆ ขอให้มีโอกาสได้ดูนิดๆ หน่อยๆ ก็ยังดี...
และด้วยความที่ไม่เคยดูทีวี ไม่ได้ดูโทรทัศน์มาร่วมๆ เกือบสิบปีเข้าไปแล้ว เลยแทบไม่รู้ว่า ช่อง MONO 29 ที่คุณพี่ดี้ท่านแนะนำมันอยู่ตรงไหน ต้องเสียเวลาควานหาใน Google อยู่ซักพักใหญ่ๆ จนเมื่อได้พบ ได้ช่อง เกมการแข่งขันระหว่างไทย-จีน ก็ผ่านพ้นไปแล้ว 2 เซต แต่ก็ยังพอใจชื้น แม้ว่าจะตุ๊มๆ ต่อมๆ อยู่ตามสมควร ที่ทีมชาติไทยทำคะแนนเคียงคู่มากับทีมจีน ชนะไปคนละเซต และเมื่อขึ้นเซต 3 ทีมชาติจีนเขางัดเอาวิชากำลังภายในจากคัมภีร์นพเก้า หรือคัมภีร์อะไรก็มิอาจสรุปได้ ตบใส่ ทีมชาติไทยจนเกิดอาการคล้ายๆ ถูกจี้สกัดจุด จะเป็นจุด คีมิ้ง หรือจุดอะไรก็ยากที่จะวินิจฉัย แต่นั่นก็ได้ทำให้ อัตราเสี่ยง ต่อการ หัวใจวาย ของตัวเอง ค่อยๆ เพิ่มขึ้นไปตามลำดับ...
อย่างไรก็ตาม...ในเมื่ออายุ-อานามปาเข้าไป 70 ปีเข้าไปแล้ว สิ่งที่เคยลอกเลียนมาจากต้นฉบับ ขาเชียร์ อย่าง ป๋าไฉน ผ่องสุภา และ คุณป้าปทุมวดี โสภาพรรณ ผู้ที่วายชนม์ไปแล้วทั้งคู่ คือต้องออกท่า ออกทาง บิดไป-บิดมาส่งเสียงซู้ดๆ ซ้าดๆ หรือซี้ดๆ แบบเจ็บแทนนักมวย สะใจแทนนักมวย มันเลยเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยจะสอดคล้อง เหมาะสมกับตัวเองมากมายซักเท่าไหร่ มันเลยไม่ถึงกับเกิดอาการ กำเริบ หัวใจยังคงเต้นจังหวะ ชะ-ชะ-ช่า ไปตามปกติ หรือยังพออาศัย ยาละลายลิ่มเลือด ช่วยทะลุทะลวง ช่วยประคับประคอง ไม่ให้ถึงกับ ช็อก ตาตั้งเอาง่ายๆ ยังพอ ตั้งสติ จนเกิด ปัญญา-สมาธิ ที่จะเตือนตัวเองไปเป็นระยะๆ ว่ามันย่อมเป็นเช่นนั้นเอง...มันพรรค์นั้นแหละ เป็น ตถตา ด้วยกันทั้งสิ้น ทั้งปวง ไม่ว่าแพ้-ไม่ว่าชนะก็ตามที...
แต่แม้จะแพ้เซต 3 แบบอีลุ่ยฉุยแฉก พอขึ้นเซต 4 ไม่รู้ว่าทีมไทยไปรับประทานดีงูพิษพันปี หรือดีหมี-หัวใจเสือมาจากไหน??? เปล่งพลัง ฟาดฝ่ามือใส่ทีมจีน แถมยังอาศัยเคล็ดวิชา แยกเงาสลับร่าง ขณะเซต ขณะตบ จนบรรดาสาวๆ ทีมจีน ถึงกับไปไม่เป็น หรือไม่ไหวจะไป แพ้ทีมไทยไปอย่างแทบไม่น่าเชื่อ แต่ก็คงต้องเชื่อจนได้ กลายเป็นเสมอกัน 2 ต่อ 2 เซต ต้องไปวัดตัดสินกันในเซตที่ 5 ว่าใครจะเป็นแชมป์ ใครจะได้ตั๋วไปโอลิมปิก อันนี้...เลยทำให้จังหวะเต้นของหัวใจ เริ่มเปลี่ยนจากจังหวะ ชะ-ชะ-ช่า กลายมาเป็นรุมบา เป็นร็อก หรือบางครั้งเป็นแทงโก แบบต้องสะบัดไป-สะบัดมา อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธ...
เรียกว่า...เล่นเอาผู้ที่คอยให้การดูแล ต้องส่งเสียงเตือนว่าอย่าพยายาม อิน กับเกมโดยเด็ดขาด หรือระหว่างดูให้พยายามหายใจลึกๆ เข้าไว้ ไม่งั้น...อาจต้องเสียเวลาเรียกรถพยาบาล เหมือนกับที่เคยต้องใช้บริการช่วงถูกส่งเข้าห้อง ไอซียู เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ด้วยเหตุนี้...ระหว่างที่ทีมไทยกับทีมจีนผลัดกันทำแต้มแต่ละเม็ดในเซตตัดสิน ก็เลยต้องสูดอากาศเข้าไปทีละเฮือก-สองเฮือก บางครั้ง-บางคราถึงขั้นอ้าปากหายใจเอาเลยก็ยังมี จนกระทั่งใกล้ๆ จะถึงแต้มสุดท้ายที่ทีมไทยนำโด่ง ไม่น่าจะเกิดความผิดพลาดใดๆ อีกต่อไปแล้ว อันนั้นนั่นแหละ...ถึงได้กลับมาหายใจได้ตามปกติ และจังหวะเต้นของหัวใจกลับมาอยู่ในจังหวะ ชะ-ชะ-ช่า ตามเดิม...
สรุปรวมความแล้ว...ต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้ ว่าหลานๆ สาวไทยช่างเป็นอะไร เก่ง เอามากๆ และทั้งโค้ช ทั้งทีมงาน ทั้งนักวิเคราะห์ชาวญี่ปุ่น หรือภรรยาชาวจีนของ โค้ชอ๊อต ฯลฯ ต่างก็น่าจะมีส่วนในความเก่งของบรรดาสาวไทยไปด้วยกันทั้งนั้น น้ำตา ที่ไหลออกมาจากตาของนักกีฬา ของโค้ช และของใครต่อใคร รวมทั้งของ อันตัวข้าพเจ้าเอง อีกด้วย แม้ว่าจะแค่ซึมๆ ก็ตาม จึงกลายเป็นน้ำตาแห่งความสุข ความปลาบปลื้มยินดี ที่จะทำให้ทีมชาติไทยทีมนี้ได้รับการจดจำไปอีกตราบนานเท่านาน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'สื่อสาธารณะ' ที่อยากเห็น!
วันนี้ขอพักซองไว้ก่อนครับ มีเรื่องค้างจากวันก่อนที่อยากคุยต่อ
มิจฉาชีพ…ใครว่ารู้ทัน!
มีซองหนึ่งวางอยู่กับผมมาหลายวันแล้วครับ ตั้งใจว่าจะหยิบมาคุยหลายครั้ง แต่มีเรื่องนั้นเรื่องนี้แทรกเข้ามาเสียก่อน
'ลลิตา' รักครั้งนั้นกับลูกวันนี้
ตอนเริ่มเขียน “เปิดซองออนไลน์” ผมเคยบอกไว้ครับว่า เรื่องที่จะส่งมาคุยกันไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องการเมือง
น้ำก็มา ภาษีบาปก็มี…การเมืองก็ไม่เว้น
วันนี้วันอาทิตย์ครับ งานประจำวันก็ยังมีเหมือนเดิม แต่พอมีจังหวะเลยแวะเข้ามา
2 ด้านแห่งความเป็นไทย!!!
ถ้าดูจากตารางการสรุปเหรียญเอเชียนเกมส์ ณ วันที่ 29 ก.ย.ที่ผ่านมา...ประเทศไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮา ต้องเรียกว่า เอาเรื่อง อยู่พอสมควรทีเดียว คือผงาดขึ้นเป็นอันดับ
ยกเลิกใช้ 'ฟาร์ลังก์'
คึกคักต้อนรับปีงบประมาณใหม่ “สีกากี” มีการปรับเปลี่ยนหัวเรือระดับ “นายพล” หลายตำแหน่ง ตั้งแต่ “แม่ทัพใหญ่” บิ๊กราญ-พล.ต.อ.สำราญ นวลมา นั่งเก้าอี้ “ผบ.ตร.” คนใหม่ป้ายแดง

