รำลึก 129 ปี พระปิยมหาราช เสด็จประพาสสวีเดน

“พระนามจุฬาฯ สูงส่ง...”

 ในวันแสงแดดเป็นใจ อุณหภูมิเป็นมิตร ผู้ชมหลากวัย หลายร้อยคน อาภรณ์ที่แตกต่างกันไป บ้างสวมชุดสากล บางคนชุดลำลอง และจำนวนไม่น้อยแต่งชุดไทยโบราณ

“โหมโรงมหาจุฬาลงกรณ์” บรรเลงขึ้นในดินแดนที่อยู่ห่างจากประเทศไทยเกือบ 9พันกิโลเมตร ต่อหน้าพระบรมราชานุสรณ์องค์ผู้เป็นเจ้าของพระนามในบทเพลง และวงดนตรีนี้ก็ใช้พระนามและมาจากมหาวิทยาลัยในพระนาม

สถานที่แห่งนี้คือหมู่บ้านอูทาเนเด เทศบาลรากุนดา ราชอาณาจักรสวีเดน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2440 หนึ่งในสถานที่การเสด็จประพาสสวีเดน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ 1 ของพระองค์

โขนเรื่อง รามเกียรติ์ ตอน ยกรบ (Cr: พระทรงพล คุณชโย วัดอุบลมณี นอร์เวย์)

วงมหาดุริยางค์ไทยเยาวชนแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือวง ChulaThaiYo (Chulalongkorn University Thai Youth Orchestra) จำนวน 41 คน เดินทางมาร่วมงานรำลึกการเสด็จประพาสสวีเดนครบ 129 ปี นำคณะโดย ดร.สิริชัยชาญ ฟักจำรูญ ศิลปินแห่งชาติ (สาขาดนตรีไทย) และศิลปินแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้วางมาตรฐานวงและการฝึกซ้อม ผศ.ดร.วิชฏาลัมพก์ เหล่าวานิช ผู้ช่วยอธิการบดี ด้านส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม และ ศ.ดร.สถิรกร พงศ์พานิช ผู้ช่วยอธิการบดี ด้านกิจการพิเศษ อาจารย์กรรชิต จิตระทาน ผอ.สำนักบริหารศิลปวัฒนธรรม

การแสดงชุดมโนราห์บูชายัญ

การแสดงของวง ChulaThaiYowมี 8 ชุด ประกอบไปด้วย โหมโรงมหาจุฬาลงกรณ์,  รำลึกคุณ การุญสยาม, โขนเรื่อง รามเกียรติ์ ตอน ยกรบ, ระบำชุดไทยพระราชนิยม, มโนราห์บูชายัญ, เดี่ยวลาวแพนรอบวง, ประเพณีไทย และชุดพิเศษซึ่งได้เชิญชวนให้ผู้ชมได้มีส่วนร่วมเต้นรำด้วย คือ ลอยกระทง เซิ้งกระโป๋ และเพลงระบำกบน้อย Små Grodornaซึ่งเป็นเพลงพื้นบ้านของสวีเดน

ผศ.ดร.วิชฏาลัมพก์ กล่าวหลังการแสดงว่า สำหรับพวกเรา นี่ไม่ใช่เพียงการแสดง แต่คือการมาถวายราชสักการะ เราเคยเรียนเรื่องราวการเสด็จประพาสกันในหนังสือที่เมืองไทย แต่วันนี้นิสิตได้เห็นสถานที่จริง ได้เห็นพระวิริยะอุตสาหะของพระมหากษัตริย์ไทยที่เสด็จพระราชดำเนินไกลถึงเพียงนี้เพื่อทรงนำความเจริญกลับสู่บ้านเมือง นี่คือบทเรียนที่ไม่มีห้องเรียนใดสอนได้

วง ChulaThaiYo ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2567 มีสมาชิก 80 คน ประกอบด้วยนิสิตจากคณะครุศาสตร์และคณะศิลปกรรมศาสตร์ ถือเป็นวงดนตรีไทยขนาดใหญ่เทียบเท่าวงออเคสตราวงแรกในมหาวิทยาลัยไทย การเดินทางมาแสดงในงานรำลึก 129 ปีเสด็จประพาสสวีเดน เป็นภารกิจนานาชาติครั้งที่ 3 ต่อจากการเข้าร่วมงาน Thai Festival Tokyo 2025 กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และการแสดงเฉลิมฉลอง 60 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–เปรู กรุงลิมา สาธารณรัฐเปรู ถือเป็นการนำศิลปวัฒนธรรมไทยจากจุฬาฯ สู่ผู้ชมใน 3 ทวีปภายในระยะเวลาเพียง 2 ปี 

คณะผู้บริหารจุฬาฯ คณาจารย์ควบคุมวง และนิสิต ChulaThaiYo

ศูนย์รวมใจชาวไทย-สวีเดน

งานรำลึกการเสด็จประพาสสวีเดนของล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ณ จุฬาลงกรณ์มหาราชานุสรณ์ รากุนดา ในปีนี้มีความพิเศษกว่าปีก่อนๆ เพราะจัดขึ้นถึง 3 วัน ระหว่าง 17 – 19 กรกฎาคม 2569 โดยวันที่ 17 กรกฎาคม เป็นการออกร้านอาหารไทย ร้านเสื้อผ้า และร้านขายของที่ระลึก การพบปะสังสรรค์ของคนไทยในสวีเดน รวมถึงที่เดินทางไกลมาจากนอร์เวย์

พิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมถวายแด่สมเด็จพระพันปีหลวงและเจ้าฟ้าภา (Cr: พระทรงพล คุณชโย วัดอุบลมณี นอร์เวย์)

วันที่ 18 กรกฎาคม ในช่วงสายมีพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม อุทิศถวายแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยพระครูภาวนาวรสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสยามมินทร์มังคลาราม สวีเดน เป็นประธานสงฆ์ในพิธี มีพระสงฆ์จากทั้งสวีเดนและนอร์เวย์ร่วมพิธี 10 รูป ประสานงานโดยพระชัชใช ผลไกรเพชร ประธานสงฆ์วัดปิยธรรมาราม สวีเดน จัดขึ้นในพิพิธภัณฑ์การเสด็จประพาสสวีเดน ภายในพื้นที่ของจุฬาลงกรณ์มหาราชานุสรณ์ วง ChulaThaiYo บรรเลงดนตรีไทยขับกล่อมตลอดช่วงพิธีการ ต่อด้วยพิธีตักบาตรหน้าอาคารจุฬาลงกรณ์มหาราชานุสรณ์ 

พระครูภาวนาวรสิทธินำแถวภิกษุสงฆ์รับบิณฑบาต
ความเป็นไทยในต่างแดน

ในวันที่ 19 กรกฎาคม ช่วงเช้าผู้จัดงานได้แก่ สมาคมเพื่อจุฬาลงกรณ์มหาราชานุสรณ์ ประเทศสวีเดน, สมาคมวัดปิยธรรมาราม บิสพ์โกเดน สวีเดน, เทศบาลรากุนดา และสมาคมธุรกิจ Fors บิสพ์โกเดน สวีเดน ได้จัดพิธีถวายสักการะต่อพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ภายในอาคารจุฬาลงกรณ์มหาราชานุสรณ์ เอกอัครราชทูตอรุณรุ่ง โพธิ์ทอง ฮัมฟรีย์ เดินนำแถวเข้าวางแจกันดอกไม้ถวายสักการะ พร้อมด้วยมิสเตอร์อันทอน ฮัมเมอร์ นายกเทศมนตรีเมืองรากุนดา มิสเตอร์แอนเดอร์ส ยุง นายกสมาคมธุรกิจ For ต่อด้วยนิสิตจุฬาฯ จากวง ChulaThaiYo วางพานพุ่มดอกไม้และกราบถวายบังคมหน้าพระบรมรูปอย่างพร้อมเพรียง จากนั้นชาวไทยและชาวสวีดิชเข้าวางดอกไม้ถวายสักการะ นอกจากนี้ยังมีบรั่นดีและวิสกี้ชั้นยอดหลายยี่ห้อ เข้าใจว่าน่าจะเป็นของถวายสักการะโดยบรรดาท่านเขยสวีดิชที่ได้ศึกษาทำการบ้านมาเป็นอย่างดี ตอนเย็นเมื่อผู้เขียนกลับเข้าไปยังภายในพระบรมราชานุสรณ์ บรรดาสิ่งของสักการะเหลืออยู่แต่เพียงดอกไม้เท่านั้น

ชาวไทยและสวีเดนต่อแถวเข้าถวายสักการะพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยถวายบังคับสักการะพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
นางศิริพร พงษ์รักไทย เลขาสมาคมเพื่อจุฬาลงกรณ์มหาราชานุสรณ์ นำแถวเข้าถวายสักการะ
นายสมหมาย พงษ์รักไทย และกลุ่มนักธุรกิจท้องถิ่นจากสมาคม Fors

นางสมปอง เอ็ดวัลล์ นายกสมาคมวัดปิยธรรมาราม สวีเดน ประธานจัดงาน ให้สัมภาษณ์ว่า งานรำลึกในปีนี้มีความสำคัญและมีความพิเศษต่อชาวไทยในสวีเดน นั่นคือเมื่อ 129 ปีที่แล้วพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสสวีเดนในโอกาสมหามงคลของสวีเดน คือพิธีครองราชย์ครบ 25 ปีของสมเด็จพระเจ้าออสการ์ที่ 2 แห่งราชอาณาจักรสวีเดนและนอร์เวย์ ส่วนเมื่อปลายเดือนเมษายนถึงต้นพฤษภาคมที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือนสวีเดน เนื่องในโอกาสมหามงคลของสวีเดนเช่นกัน นั่นคืองานเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา สมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟ

“เราจึงคิดกันว่างานรำลึกการเสด็จสวีเดนของเสด็จพ่อ รัชกาลที่ 5 ในปีนี้จะต้องจัดให้พิเศษขึ้น ต้องขอขอบคุณคนไทยในสวีเดนที่เดินทางมาช่วยงานกันอย่างเต็มที่ ไม่เพียงจากเมืองใกล้เคียงอย่าง ซุนด์สวาลล์ ครัมฟอร์ส ซูเลฟติโอ เอิสเตอร์ซุนด์ ยังมีคนที่เดินทางมาไกลทั้งจากสตอกโฮล์ม อุปซอลา เยินเชิปปิง เยอเตอบอร์ย และอีกมาก คนไทยในสวีเดนล้วนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของเสด็จพ่อ ที่ทรงพัฒนาและรักษาประเทศไทยไม่ให้เป็นเมืองขึ้นของฝรั่ง ทำให้คนไทยอยู่ที่นี่อย่างมีศักดิ์ศรีและภาคภูมิใจในความเป็นไทย”

สาวไทยในสวีเดนต่อแถวเข้าถวายสักการะ

นางอ้อยทิพย์ ลือเดช อายุ 70ปี เคยเปิดร้านอาหารไทยและพิชซ่า เดินทางกว่า 400 กิโลเมตรมาจากเมืองเอ็นเชิปปิง มาเช่าที่พักอยู่ห่างจากจุฬาลงกรณ์มหาราชานุสรณ์ โดยใช้เวลาในการขับรถประมาณ 15 นาที เล่าให้ฟังว่าได้รู้จักกับนายสมหมายและนางศิริพร พงษ์รักไทย สองสามีภรรยาที่มาตั้งรกรากในสวีเดนอยู่ก่อนแล้วหลายปี เมื่อนายสมหมายมีความคิดจะสร้างพระบรมราชานุสรณ์ จึงได้ร่วมมือกันจนสำเร็จ

“ช่วงแรกๆ ทั้งคนไทยและสวีเดนมาร่วมงานกันเยอะมาก ป้าได้ชวนเพื่อนๆ คนไทยมาขายอาหารไทยให้คนต่างชาติได้ลิ้มลอง ซึ่งขายดีทุกร้านค่ะ รายได้ส่วนหนึ่งแบ่งมาช่วยเหลือกิจกรรมของพระที่นั่ง ช่วงหลังไม่ได้มาทุกปีเพราะทราบถึงความขัดแย้งบางอย่างระหว่างสมาคมชาวไทยและหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นในเรื่องการบริหารจัดการสถานที่ ความสัมพันธ์เพิ่งจะดีขึ้นใหม่เมื่อไม่นานมานี้ค่ะ”

นางสุภาวดี วาลล์-คงชื่นจิต เดินทางมาจากเมืองกริสลาลามเพื่อรำนาคีถวาย

นางวนิดา เคอร์โฮล์ม นักร้องอิสระและครูพี่เลี้ยงเด็ก อยู่สวีเดนเข้าปีที่ 14 ขับรถเกือบ 900 กิโลเมตรจากเมืองเยอเตอบอร์ย (โกเธนเบิร์ก) มางานรำลึกที่เมืองรากุนดาเป็นครั้งแรก บอกว่ามาด้วยความศรัทธาในพระองค์ท่านและอยากพา ดญ.ฟ้าใส (ลูกสาว) มากราบท่าน และอยากให้ ดญ.ฟ้าใส ได้เรียนรู้วัฒนธรรมไทยควบคู่กับวัฒนธรรมสวีเดน ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ และชื่นชมความสวยงามของพระบรมราชานุสรณ์

“ดิฉันเดินทางมากับพี่ๆ นางรำเพื่อมาช่วยงานนี้ด้วยใจศรัทธา มาช่วยเตรียมสถานที่ตั้งแต่วันที่16 กรกฎาคม ช่วงเย็นๆ รู้สึกประทับใจในความงามของพระที่นั่ง และมีความภาคภูมิใจที่ได้เกิดเป็นคนไทย อยากเห็นคนไทยในสวีเดนมีส่วนร่วมในทุกๆ กิจกรรมไม่ว่าจะทางศาสนา วัฒนธรรม หรือสังคม อยากเห็นทุกคนมีความสุข และมีที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ เพื่อให้เกิดความสามัคคีปรองดองกันค่ะ”   

ร้านค้าภายในงานรำลึกการเสด็จประพาสรากุนดา 129 ปี
ร้านค้าภายในงานรำลึกการเสด็จประพาสรากุนดา 129 ปี
มิสเตอร์นีลส์ โอลอฟ เบิร์ก ออกร้านหาทุนไปช่วยเหลือผู้ยากไร้ในไทย

สารจากเจ้าบ้านสวีเดน 

“เมื่อ 129 ปีก่อนพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวประทับยืนอยู่ ณ ผืนดินแห่งเดียวกับที่เรามารวมตัวกันในวันนี้ เมื่อ 129 ปีก่อนพระองค์ทรงเสด็จประพาสทางไกลอันน่าอัศจรรย์จากราชอาณาจักรไทยสู่ราชอาณาจักรสวีเดน ในปัจจุบันการเดินทางเช่นนี้กลายเป็นเรื่องปกติทั่วไป เราเดินทางด้วยรถยนต์ ขึ้นเครื่องบิน เพลิดเพลินกับอาหารระหว่างทาง ถึงที่หมายอย่างผ่อนคลายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง” ประโยคเริ่มต้นของมิสเตอร์อันทอน ฮัมเมอร์ นายกเทศมนตรีเมืองรากุนดา ที่กล่าวต่อผู้มาร่วมงาน

“การเสด็จประพาสในครั้งนั้นได้ทรงวางรากฐานสำหรับมิตรภาพมากกว่าหนึ่งศตวรรษระหว่างไทยและสวีเดน มิตรภาพที่สร้างขึ้นบนความเคารพซึ่งกันและกัน ความสนใจใฝ่รู้ ความร่วมมือ และในบางด้านคือค่านิยมที่มีร่วมกัน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเป็นผู้นำที่มีพระวิสัยทัศน์อย่างแท้จริง พระองค์ทรงนำพาประเทศไทยเข้าสู่ยุคใหม่ผ่านการปฏิรูปที่สำคัญ ทรงเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางการทูตกับนานาประเทศทั่วโลก ส่งเสริมการศึกษาและการเรียนรู้ และทรงเข้าพระทัยถึงความสำคัญของความร่วมมือระหว่างประเทศ พระราชกรณียกิจอันเป็นมรดกของพระองค์ยังคงสร้างแรงบันดาลใจให้พวกเรา ไม่เพียงแต่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่รวมถึงที่นี่ในสวีเดนด้วย

มิสเตอร์อันทอน ฮัมเมอร์ นายกเทศมนตรีเมืองรากุนดา

“พระบรมราชานุสรณ์แห่งนี้เป็นประจักษ์พยานแห่งพระวิสัยทัศน์อันยั่งยืนของพระองค์ ที่แห่งนี้เป็นมากกว่าสิ่งก่อสร้างที่งดงาม แต่คือสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพ เป็นสิ่งที่เตือนใจเราว่าประเทศของเราทั้งสองได้เชื่อมโยงกันผ่านทางการทูต การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม การศึกษา และการค้ามานานกว่าหนึ่งศตวรรษ และยังคงทำหน้าที่ตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ทุกประการ นั่นคือการนำผู้คนมารวมกัน สร้างความเข้าใจระหว่างวัฒนธรรม สร้างมิตรภาพใหม่ๆ และกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของเรา ความปรารถนาอันแท้จริงของข้าพเจ้าคือการได้เห็นศาลาไทยแห่งนี้ตระหง่านอยู่อย่างภาคภูมิใจสืบไปอีกหลายชั่วอายุคน

“การจะบรรลุความปรารถนานั้น จำเป็นต้องมีการลงทุนอย่างต่อเนื่อง การบูรณะดูแลด้วยความระมัดระวัง และการบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ นั่นไม่ใช่ภารกิจเล็กๆ สำหรับเทศบาลที่มีขนาดเล็กอย่างรากุนดา และข้าพเจ้ายอมรับตามตรงว่าภาระรับผิดชอบนี้ยิ่งใหญ่นัก แต่เมื่อผู้คนจำนวนมากร่วมมือกันเพื่อเป้าหมายเดียวกัน สิ่งที่ยิ่งใหญ่ก็สามารถเป็นไปได้…”

ความเป็นมาของมหาราชานุสรณ์

ในการเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ 1 เมื่อ พ.ศ. 2440 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จประพาสสวีเดนตามพระราชสาส์นเชิญจากพระเจ้าออสการ์ที่ 2 แห่งราชอาณาจักรสวีเดนและนอร์เวย์ เพื่อเป็นราชอาคันตุกะร่วมเฉลิมพระเกียรติการครองสิริราชสมบัติครบ 25 ปี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวประทับในกรุงสตอกโฮล์มระหว่างวันที่ 13 – 15 กรกฎาคม 2440 จากนั้นได้เสด็จประพาสทางเหนือของสวีเดนโดยเรือพระที่นั่งมหาจักรีเพื่อทอดพระเนตรการทำป่าไม้ที่ขึ้นชื่อ โดยก่อนหน้านั้น 1 ปี พระองค์ได้ทรงจัดตั้งกรมป่าไม้ขึ้นในราชอาณาจักรสยาม

วันอาทิตย์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2440 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสลึกเข้าไปในแม่น้ำโองเงอร์มานโดยเรือกลไฟสะเตริมคาร์ลเลน พร้อมด้วยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าจิรประวัติวรเดช กงสุลเอกเซล ยอห์นสัน และผู้ติดตาม ส่วนเรือพระที่นั่งมหาจักรีได้แล่นลงใต้ไปประมาณ 50 กิโลเมตร เพื่อรอรับเสด็จในตอนค่ำวันรุ่งขึ้นที่เมืองซุนด์สวาลล์ เรือกลไฟสะเตริมคาร์ลเลนใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง แล่นถึงเมืองซูลเลฟติโอ เข้าประทับที่โรงแรมแอปเปิลแบร์ก เป็นโรงแรมแห่งเดียวตลอดการเสด็จประพาสสวีเดนที่ประทับค้างคืน

วันจันทร์ที่ 19 กรกฎาคม 2440 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ โดยรถม้าพระที่นั่งไปยังสถานีรถไฟซูลเลฟติโอ (ปัจจุบันเป็นสถานีรถบัส) ขบวนรถไฟพระที่นั่งเคลื่อนเข้าจอดที่สถานีบิสพ์โกร์เดน (ปัจจุบันเลิกใช้งาน) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงแรมทูริส (เลิกกิจการไปแล้วเพราะถูกไฟไหม้) เพื่อเสวยพระกระยาหารกลางวัน จากนั้นเสด็จฯ ต่อไปยังท่าเรือเอ็ดเส็ตของแม่น้ำอินดอลโดยขบวนรถม้า ระยะทางประมาณ 11.5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 30 นาที

บริษัทแปรรูปไม้ของสวีเดนสาธิตการลำเลียงซุงถวายเมื่อ 129 ปีที่แล้ว

เรือกลไฟชื่อลีเดนถูกใช้เป็นเรือพระที่นั่ง กระแสน้ำเชี่ยวทำให้หัวเรือเบนไปทางโน้นทีทางนี้ที กัปตันเรือใช้ความชำนาญในการบังคับเรือ ต้องคอยระวังหินโสโครกซึ่งมีอยู่ทุกคุ้งน้ำ สิ่งที่น่าสนใจยิ่งในการเสด็จประพาสช่วงนี้คือการส่งท่อนซุงจากยอดเขาลงสู่แม่น้ำ บริษัทเจ้าของสัมปทานป่าไม้ได้สาธิตการส่งไม้ซุงให้ไหลลงมาตามรางไม้ยาว 653 เมตร เมื่อไม้ซุงตกถึงพื้นน้ำจะมีคนงานล่องซุงคอยรวบรวมผูกเป็นแพ แล้วจะมีเรือมาลากแพไปส่งยังโรงเลื่อยต่อไป ขบวนเสด็จได้เปลี่ยนเรือพระที่นั่งอีก 2 ลำเพื่อให้รับกับสภาพกระแสน้ำ เมื่อถึงอ่าวซุนด์สวาลล์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ สู่เรือพระที่นั่งมหาจักรี วันต่อมา 20 กรกฎาคม 2440เสด็จฯ ทอดพระเนตรกิจการโรงเลื่อย และในเวลาเย็นวันเดียวกันเรือพระที่นั่งมหาจักรีได้ถอนสมอแล่นลงใต้ ล่องไปในทะเลบอลติก มุ่งหน้าสู่กรุงโคเปนเฮเกน เมืองหลวงของเดนมาร์ก

สมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟ เสด็จฯ ถนนจุฬาลงกรณ์มหาราชา

ย้อนกลับไปยังช่วงการเสด็จประพาสโดยรถม้าจากบิสพ์โกร์เดนถึงท่าเรือเอ็ดเส็ต หมู่บ้านอุตาเนเด ช่วงระยะทาง 2 กิโลเมตรก่อนถึงท่าเรือนั้น ภายหลังการเสด็จของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ชาวเมืองได้ตั้งชื่อถนนว่า “Kung Chulalongkorns Väg” หรือ “ถนนจุฬาลงกรณ์มหาราชา”

ดร.อรรณพ คุณาวงษ์กฤต กลับมาเจอเพื่อนเก่า มิสเตอร์ฮันส์ ลุนควิช อดีตนายกเทศมนตรีเมืองรากุนดา

ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายสัตวแพทย์ ดร. อรรณพ คุณาวงษ์กฤต อดีตคณบดี คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ได้มาร่วมงานในวันนี้ด้วย) ขณะศึกษาระดับปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์แห่งเมืองอุปซาลา ได้ทราบเรื่องราวของถนนเส้นนี้จากอาจารย์ที่ปรึกษา และได้เดินทางมายังถนนเส้นนี้ในปี พ.ศ. 2526 เมื่อได้บอกกล่าวแก่นายสมหมาย พงษ์รักไทย ที่ตั้งรกรากอยู่ที่เมืองอุปซอลาตั้งแต่ พ.ศ. 2516 แนวคิดเรื่องการจัดสร้างพระบรมราชานุสรณ์จึงได้เกิดขึ้น เริ่มจากการตั้ง “สมาคมเพื่อจุฬาลงกรณ์มหาราชานุสรณ์ ประเทศสวีเดน” เมื่อ พ.ศ. 2536 

จากการร่วมแรงร่วมใจของทั้งชาวไทยในสวีเดน หน่วยงานภาครัฐและเอกชนของไทยและสวีเดน ส่งผลให้การสร้างจุฬาลงกรณ์มหาราชานุสรณ์แล้วเสร็จบางส่วนในปี พ.ศ. 2540 อันเป็นวาระครบรอบ 100 ปีการเสด็จประพาสสวีเดน.

ขอบคุณผู้สนับสนุนการเดินทาง

- คุณโชติวิทย์ ระจิตดำรงค์, ร้าน Phanat-Thai, ลูเซิร์น, สวิสเซอร์แลนด์

- บริษัท บางกอก ไปรเวท จำกัด, ประเทศไทย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ซาบีดา' เยือนโซล ชมนิทรรศการโบราณวัตถุไทย ตั้งเป้าผู้ชม 1 แสนคน

รมว.วัฒนธรรม ”ซาบีดา“ เยือนโซล ตรวจเยี่ยม “Amazing Thailand: Masterpieces of Thai Art” นำ 200 โบราณวัตถุไทย จัดแสดงในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเกาหลีใต้ นักท่องเที่ยวให้ความสนใจ ตั้งเป้ายอดผู้เข้าชมไม่ต่ำกว่า 1 แสนคน

ครม.ไฟเขียวแยก 'กีฬา' ออกจากท่องเที่ยว ควบรวมวัฒนธรรม ลุ้นโครงสร้างใหม่เสร็จต้นปี 70

“สุรศักดิ์” เผย ครม.เห็นชอบร่างกฎหมายปรับโครงสร้างกระทรวง เตรียมส่งสภาฯ พิจารณา แยกกระทรวงการกีฬา พร้อมปรับภารกิจ

จุฬาฯ ส่งวงมหาดุริยางค์ฯ รำลึก 129 ปี ร.5 เสด็จสวีเดน

จุฬาฯ เตรียมส่งวงมหาดุริยางค์ไทยเยาวชนเดินทางไปแสดงดนตรีและนาฏศิลป์ไทยที่เมืองรากุนดา ประเทศสวีเดน ร่วมงานรำลึก 129 ปี ร.5 เสด็จประพาสสวีเดน วันที่ 19 ก.ค. 25

เอาแล้ว! เชียงใหม่กังวลภูมิทัศน์เมืองฉุดมรดกโลก หวั่นไม่พร้อมรับประเมิน ICOMOS

สภาเมืองเจียงใหม่ส่งสัญญาณห่วงความพร้อมเสนอ “เชียงใหม่ นครหลวงแห่งล้านนา” เป็นมรดกโลก หลังพบปัญหาภูมิทัศน์เมืองเก่ายังไม่ได้รับการแก้ไข โดยเฉพาะป้ายโฆษณาและป้ายสถานประกอบกา

บี้ 'อนุทิน' สร้างตำนาน! หั่นสิทธิประโยชน์เกินจำเป็น 'สส.-สว.'

นักวิชาการรุกต่อ! จี้ยกเลิกสิทธิประโยชน์เกินความจำเป็นสมาชิกรัฐสภาไทย กระทุ้ง 'อนุทิน' สร้างตำนานโชว์หั่นรายจ่ายประจำที่ฟุ่มเฟือย