ใครบีบพี่ไมค์!

อ้าว...ไหนหลังประชุม ก.ตร. วันที่มีการโหวต บิ๊กราญ-พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. อาวุโสลำดับ 3 เกษียณอายุราชการอีก 7 ปีข้างหน้า ขึ้นเป็น ผบ.ตร.คนที่ 16

"เลขาฯ ก.ตร." ออกมายืนยันการันตี...ทุกฝ่ายไม่ต้องเป็นกังวลเรื่องความสามัคคีในองค์กรตำรวจ ทั้งนายกรัฐมนตรีและ ก.ตร.ทุกคน ต่างเชื่อมั่นว่าข้าราชการตำรวจจะยังคงรักสามัคคีและร่วมมือกันทำงานเพื่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ก้นหม้อไม่ทันดำ!!!

รอยร้าวภายใน "กรมปทุมวัน" ก็เริ่มปริ เริ่มแตก ขยะใต้พรมก็เริ่มส่งกลิ่นตลบอบอวล

จู่ๆ "รองไมค์" กับ "ผบ.ต่าย" ก็ออกมาร้องเพลงกันคนละคีย์

เมื่อมีหนังสือบันทึกข้อความที่ถูกระบุมาจาก รองไมค์-พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร. อาวุโสลำดับ 1 ที่เพิ่งชวดนั่งเก้าอี้ ผบ.ตร.คนใหม่ ส่งถึง ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ผ่าน ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล

เรื่อง "ไม่สมัครใจโอนไปรับราชการยังส่วนราชการอื่น"

พร้อมยกข้อกฎหมาย...มาตรา 93 แห่ง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 การโอนข้าราชการตำรวจไปรับราชการในส่วนราชการหรือหน่วยงานอื่น จะกระทำได้เมื่อเจ้าตัวสมัครใจและส่วนราชการหรือหน่วยงานต้องการจะรับโอนผู้นั้น โดยให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานที่ขอรับโอนทำความตกลงกับ ตร.

แถมเท้าความ...มีอายุราชการเหลืออีก 2 ปีงบประมาณ ตลอดระยะเวลาการรับราชการใน ตร. รวม 37 ปี มีความเจริญก้าวหน้ามาตามลำดับถึงตำแหน่ง รอง ผบ.ตร. มีความรู้ความเข้าใจด้านต่างๆ มาใช้ในงานตำรวจได้เป็นอย่างดี

ยืนยันเจตจำนง...ไม่เคยมีประสบการณ์ทำงานในส่วนราชการอื่นใดมาก่อนเลยและระยะเวลาการรับราชการที่เหลืออยู่หากโอนไปรับราชการในส่วนราชการอื่น ไม่น่าจะก่อให้เกิดประโยชน์ได้มากกว่าการรับราชการในสังกัด ตร. ต่อไป

พอมาฟัง ผบ.ต่าย ให้สัมภาษณ์กลายเป็นหนังคนละม้วน บอกไม่เคยทาบทามหรือพูดคุยกับ พล.ต.อ.นิรันดรให้โยกหรือเสนอให้ตัดโอนไปดำรงตำแหน่งในหน่วยอื่น รวมถึงนายกฯ อนุทินก็ยังไม่เคยคุยในเรื่องนี้

"มีเพียงแต่เคยคุยกับรอง ผบ.ตร.และจเรตำรวจแห่งชาติ ในเรื่องของการสร้างความสามัคคีให้เป็นหนึ่งเดียว"

เอ๊ะ! อิหยังวะ...ไผเว้าเท็จ ไผเว้าแท้?

เห็นที รองไมค์ ผู้เชี่ยวชาญหลายๆ ด้านในงานตำรวจ แต่ไม่มีประสบการณ์ทำงานในส่วนราชการอื่นใดมาก่อน ต้องออกมากระชากหน้ากาก "ไอ้โม่ง"

ใครบีบ ใครบังคับ ใครกดดัน ให้โอนย้ายไปอยู่หน่วยงานอื่น ถึงขนาดต้องทำหนังสือแสดงเจตจำนง ไม่ไป ไม่ขยับ ไม่ย้าย

ก่อนที่ "องค์กรตำรวจ" อันเป็นที่รัก เป็นที่ทำงานมากว่า 37 ปี จะเสียหายไปมากกว่านี้.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปรับทัพจัดทิศสีกากี

ทิศทาง "กรมปทุมวัน" ในยุค บิ๊กราญ-พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ว่าที่ ผบ.ตร.คนใหม่ ที่จะเริ่มทำงานอย่างเต็มตัว ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

'ผบ.ตร.' ระวังตาอยู่!

ใครจะได้เป็น "ผบ.ตร." คนใหม่? คำถามยอดฮิตที่น่าจะติดเทรนด์ช่วงนี้ หลัง "นายกฯอนุทิน" เคลียร์คิวนัดวันประชุม ก.ตร. หรือคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ วันพุธที่ 22 ก.ค. 2569 เวลา 13.00 น. ห้องประชุมศรียานนท์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ส่งประวัติชิง 'ผบ.ตร.'

งวดเข้ามาทุกที ศึกชิงเก้าอี้ "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" หรือ "ผบ.ตร." และการแต่งตั้ง "นายพล" ตำแหน่ง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ลงมาถึง ผู้บังคับการ (ผบก.) วาระประจำปี 2569

เอ๊ะ! เลิกเออร์ลีฯ กลางปี

แหม...แหม "กรมปทุมวัน" ในยุค ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ กุมบังเหียนแม่ทัพใหญ่สีกากี ที่เพิ่งชงวงประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. ไฟเขียวยกเลิกโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด หรือ เออร์ลีรีไทร์ ในรอบกลางปีเดือนเมษายน ให้เหลือเพียงรอบเดียวเดือนตุลาคม

อย่าขยันแค่ชิงเก้าอี้!

เมื่อตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ไม่ได้กำหนดกฎ กติกา "ล็อกสเปก" คุณสมบัติผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่ง "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" หรือ "ผบ.ตร." แบบยึดเรียงลำดับอาวุโส หรือยึดแค่ความรู้ความสามารถ

นักวิ่งตาเป็นมัน!

โหมโรงแต่งตั้ง “นายพลสีกากี” รวดเร็วปานกามนิตหนุ่ม กันตั้งแต่ต้นเดือน มิ.ย. หลัง ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ แม่ทัพใหญ่สีกากี ขยับปากกาลงนามประกาศลำดับอาวุโสระดับ ผู้ช่วย ผบ.ตร.และรอง จตช. ลงมาถึง รอง ผบก. ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นในแต่ละระดับครั้งที่ 1