
เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ความว่า มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา พ้นจากตำแหน่ง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ประกาศ ณ วันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี
เข้าสู่เดือนสิงหาคม ตามปฏิทิน "กรมปทุมวัน" เริ่มต้นสู่โหมดแต่งตั้งระดับ "นายพล" ตำแหน่ง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) หรือเทียบเท่า ลงไปถึง ผู้บังคับการ (ผบก.) วาระประจำปี 2569 ตามไทม์ไลน์ที่ ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เคาะเอาไว้ วันที่ 7 สิงหาคม ระดับกองบังคับการ (บก.) ต้องส่งบัญชีรายชื่อผู้เหมาะสม และวันที่ 10 สิงหาคม ระดับกองบัญชาการ (บช.) ต้องส่งบัญชีรายชื่อผู้เหมาะสมถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผ่านกองทะเบียนพล) โดยเกณฑ์คัดกรองให้เรียงลำดับตามอาวุโส ความรู้ ความสามารถ หาก บช. เห็นต่างจาก บก. เรื่องผู้ไม่เหมาะสมให้พิจารณาทบทวนจนเป็นข้อยุติ ก่อนที่ฝ่ายทะเบียนพลตรวจสอบคุณสมบัติความถูกต้อง และคาดว่าจะเสนอบัญชีแต่งตั้ง "นายพล" เข้าสู่วงประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ที่มี นายกฯ อนุทิน นั่งหัวโต๊ะเป็นประธาน ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม ซึ่งตามกฎ ตามกติกา ผบ.ต่าย ในฐานะ ผบ.ตร. ยังมีอำนาจเต็มในการจัดทำบัญชีรายชื่อแต่งตั้ง ส่วน บิ๊กราญ ว่าที่ ผบ.คนใหม่ ไม่มีกฎ กติกาเขียนไว้เรื่องการจัดทำบัญชี แต่ตามธรรมเนียมปฏิบัติ ผบ.เก่า-ผบ.ใหม่ จะปรึกษาหารือกัน เพื่อวางขุมกำลังขับเคลื่อนสำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อไป ๐
การแต่งตั้ง “นายพล” ปีนี้ มีตำแหน่งว่าง 156 เก้าอี้ แบ่งเป็น รอง ผบ.ตร. 3 เก้าอี้, ผู้ช่วย ผบ.ตร. 6 เก้าอี้, ผู้บัญชาการ (ผบช.) 18 เก้าอี้, รอง ผบช. 40 เก้าอี้ และผู้บังคับการ (ผบก.) 89 เก้าอี้ รวมโยกระนาบก็น่าจะอยู่ประมาณกว่า 200 ตำแหน่ง ตอนนี้หลายตำแหน่ง หลายเก้าอี้ เริ่มมีสัญญาณฝุ่นตลบ โดยเฉพาะเก้าอี้ “ผบช.ไซเบอร์” หรือผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ที่ บิ๊กกบ-พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. มีคิวต้องขยับขึ้นผู้ช่วย ผบ.ตร.ตามอาวุโส แต่เจ้าตัวเลือกสมัครใจเข้าโครงการเออร์ลีรีไทร์ หรือเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด วาระเดือนตุลาคม เพื่อขยับยศเป็น พล.ต.อ. ตอนนี้มีทั้งข่าวคนในขยับขึ้นแทน และระดับ ผบช.โยกมากุมบังเหียน อีกตำแหน่งที่หลายคนลุ้น หลายคนจับตา ตำแหน่ง จเรตำรวจแห่งชาติ เทียบเท่า รอง ผบ.ตร. ที่ตามธรรมเนียมปฏิบัติ บิ๊กแมน-พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ จเรตำรวจแห่งชาติ ต้องโยกมาอยู่ รอง ผบ.ตร.หลัก ส่วนคนที่จะมาเป็นจเรตำรวจแห่งชาติแทนต้องลุ้น 3 น้องใหม่ป้ายแดงที่ขยับขึ้น รอง ผบ.ตร.หรือเทียบเท่าครั้งนี้ ทั้ง บิ๊กซันเดย์-พล.ต.ท.ณพวัฒน์ อารยางกูร ผู้ช่วย ผบ.ตร. บิ๊กเสือ-พล.ต.ท.ธนพล ศรีโสภณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ และ บิ๊กเก่ง-พล.ต.ท.กฤษฎา สุรเชษฐพงษ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ใครจะไปนั่งเป็น “จเรตำรวจแห่งชาติ” แทน “บิ๊กแมน” ๐
เกิดอะไรขึ้นในรั้ว "กรมปทุมวัน" หลังมีข่าวหนังสือด่วน บิ๊กไมค์-พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ส่งถึง ผบ.ตร. ผ่านผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล (ผบช.สกพ.) ยืนยัน "ไม่สมัครใจโอนไปรับราชการยังส่วนราชการอื่น" ด้วยเหตุผลไม่เคยมีประสบการณ์ทำงานในส่วนราชการอื่นใดมาก่อนเลยและระยะเวลาการรับราชการที่เหลืออยู่หากโอนไปรับราชการในส่วนราชการอื่น ไม่น่าจะก่อให้เกิดประโยชน์ได้มากกว่าการรับราชการในสังกัด ตร.ต่อไป แต่พลันหนังสือดังกล่าวถูกเผยแพร่ “ผบ.ต่าย” ก็ออกมายืนยันไม่เคยทาบทามหรือพูดคุยกับ พล.ต.อ.นิรันดร ให้โยกหรือเสนอให้ตัดโอนไปดำรงตำแหน่งในหน่วยอื่น รวมถึงนายกฯ อนุทินก็ยังไม่เคยคุยในเรื่องดังกล่าวเลย หลายคนก็เลยสงสัย หลายคนก็เลยข้องใจ หนังสือแสดงเจตจำนงครั้งนี้ของ “บิ๊กไมค์” มีอะไรในก่อไผ่มากกว่าหน่อไม้หรือไม่ คนที่จะตอบคำถามนี้ได้มีคนเดียว และคงต้องรอฟังจากปาก “บิ๊กไมค์” เท่านั้น ๐
ในส่วนของ “โผทหาร” ดีเดย์ส่งรายชื่อกันกลางเดือน ส.ค.นี้ แต่ระหว่างเหล่าทัพ กับสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม และกองบัญชาการกองทัพไทย มีการพูดคุยกันในเรื่องการส่งออกคนแลกเปลี่ยนโควตาแล้ว ในครั้งนี้ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม นั่งเป็นประธานบอร์ดปรับย้ายนายพลปลายปี “ไฮไลต์” คือการพิจารณาชื่อผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่ง 2 ใน 5 “บิ๊กไฟว์” ขึ้นมาดำรงตำแหน่งแทน พล.อ.ธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหม และ พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ที่จะเกษียณอายุราชการในปลายเดือนกันยายนนี้ และตาม “คอนเซปต์” ที่เห็นมาช่วงหลังคือ ปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “เหล่าทัพใครเหล่าทัพมัน การเมืองไม่ยุ่ง” ชื่อที่ ผบ.เหล่าทัพและปลัดกระทรวงกลาโหมคนปัจจุบันจะเสนอขึ้นมาแทน จึงไม่น่าจะมีการเปลี่ยนในระดับสูงขึ้นไปในขั้นตอนสุดท้าย และหากดูจากแคนดิเดตก็ล้วนอยู่ในไลน์ทั้งสิ้น ข้อโต้แย้งในเรื่องกฎเกณฑ์จึงอาจไม่มีผลเท่าใดนัก จึงฟันธงกันแบบไม่ต้องกลัว “พลิกล็อก" ว่าเตรียมทหารรุ่น 26 จะเข้าฮอร์สทั้ง “สนามไชย” และ “วังเดิม”
ที่เฝ้าติดตามกันคือการโยกย้ายในระนาบ 5 เสือ “กองทัพบก" โดยมีผู้ที่เกษียณเพียงคนเดียวคือ "รองรุ่ง" พล.อ.ชิษณุพงศ์ รอดศิริ รองผู้บัญชาการทหารบก จึงยังเหลือแคนดิเดตที่จะขึ้นมาเป็น ผบ.ทบ.ในปี 2570 ถึง 2 คนคือ คือ พล.อ.อมฤต บุญสุยา และ พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ สองผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ส่วน พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก จะเกษียณอายุราชการในปี 2570 เช่นกัน จึงมีกระแสข่าวว่าอาจถูกส่งออกไปนอก ทบ. หรืออาจจะต้องขยับขึ้นมาในอัตราพลเอกพิเศษ ในตำแหน่งรอง ผบ.ทบ. แต่สมการรุ่น และ การจัดทัพของหน่วยอื่นที่อยู่นอกการควบคุมบังคับบัญชา ยังเป็นตัวแปรที่ต้องนำมาใช้กำหนดคนใน 5 เสือ ทบ.อย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก คาดการณ์ว่า พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก จะมองทุกองค์ประกอบเพื่อความเข้มแข็งขององค์กรต่อไป เพราะภารกิจและงานของกองทัพบก ที่ต้องรับมือกับภัยคุกคามรอบด้าน ถือเป็นงานหนักที่คนรับไม้ต่อต้องมีศักยภาพพอตัว
กระแสข่าวการขึ้นมาของเตรียมทหารรุ่น 28 ของ "แม่ทัพไก่" พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 1 ในแผง 5 เสือ ทบ.รอบนี้ ถือเป็นไฟต์บังคับในเรื่องระยะเวลา ที่จะได้เปรียบมวยกับ “คู่แคนดิเดต” ทั้งสองคน แต่กระแสข่าวที่ว่าจะมีเตรียมทหารรุ่น 28 อีกคนที่เคยดำรงตำแหน่งเจ้ากรมยุทธการมาก่อนอาจเป็นไปได้ยาก ที่สำคัญคือ การหาคนนั่งในตำแหน่งเสนาธิการทหารบก ซึ่งจะทำหน้าที่เป็น เลขาธิการ กอ.รมน. จึงเป็นประเด็นที่ ผบ.ทบ.คงพิจารณาอย่างถี่ถ้วน เพื่อเลือกคนที่ทำงานสนองกองทัพบก และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรได้อย่างเต็มร้อย เพราะหน้าที่หลักในเรื่องความมั่นคงชายแดนรอบด้านยังหนักหนา และน่าจะลากยาว คนเก่งที่ครบเครื่องน่าจะมีอยู่ในใจแล้ว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ว่าด้วย'สงคราม'และ'สันติภาพ'
ตอนคุณพ่ออเมริกากับคุณปู่อิหร่านกลับมา รบ กันใหม่...เห็นว่า ราคาน้ำมัน พุ่งปรู๊ด พรวดเดียวขึ้นไปถึง 100 ดอลลาร์กว่าๆ ต่อบาร์เรล ทั้ง Brent ทะเลเหนือ และ WTI เท็กซัสของอเมริกา
'สุ-จิ-ปุ-ลิ'กับกระบวนการเรียนรู้และพัฒนา
คุณ โสภณ ซารัมย์ ท่านประธานรัฐสภาคนปัจจุบัน...คงต้องสารภาพว่าไม่เคยรู้จัก ไม่เคยมีโอกาสพบปะแบบเป็นตัวเป็นๆ แม้ว่าท่านคงต้องคลุกคลีกับชีวิตทางการเมืองจนบารมีแก่กล้าพอที่จะดำรงตำแหน่ง
เปลี่ยน 'มทภ.4' ก็ช่วยไม่ได้
การช่วงชิงเก้าอี้ "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" หรือ "ผบ.ตร." คนที่ 16 ต่อคิวจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.ที่จะเกษียณอายุราชการวันที่ 30 ก.ย. 2569 แม้จะถูกจุดประเด็นให้มีคู่เทียบให้น่าตื่นเต้น
ขิงก็รา...ข่าก็แรง
คำพังเพยไทยที่บอกว่า “ขิงก็รา ข่าก็แรง” เราจะใช้พูดถึงคนที่ขัดแย้งกัน ด่ากันไปด่ากันมา แต่พิจารณาจริงๆ แล้วก็แล้วร้ายทั้งคู่ ขิงที่ขึ้นราก็ใช้ไม่ได้ ข่าที่กลิ่นแรงเกินไปก็ใช้ไม่ดี รัฐบาลก็ทำหลายอย่างที่ไม่ดี
เตรียมพร้อม!!!...ด้วยการ 'คิดนอกกรอบ'
เห็นว่า...กลับมารบกันอีกแล้ว!!! อิหร่านกับอเมริกา โดยจะมีอิสราเอลเข้ามาร่วมด้วย-ช่วยกัน แบบ 2 รุม 1 หรือไม่? อย่างไร? คงต้องคอยติดตามไปเป็นระยะๆ
'สีกากี' ฝุ่นตลบ!
โฟกัสแวดวง "สีกากี" สัปดาห์นี้ ไม่น่าจะมีอะไรเหนือกว่าศึกชิงเก้าอี้ "ผบ.ตร." หรือ "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" คนที่ 16 ต่อจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.

