บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด ผลการตรวจสอบการทุจริตข้อสอบกรมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เป็นที่ยุติแล้ว โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย บอกว่า ในส่วนของรัฐบาลดำเนินการทุกอย่างที่ควรทำหมดแล้ว จบแล้ว ล่าสุดวันอังคารที่ผ่านมา นายปกรณ์ นิลประพันธ์รองนายก​ฯ ฝ่าย​กฎหมาย​ แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 นัดสุดท้าย ว่า "เรื่องนี้หนังยาว ไม่จบง่าย แต่ต้องจบ”

หลังจากนี้เตรียมส่งรายงานให้นายกฯ สั่งการต่อ โดยมีข้าราชการและผู้เกี่ยวข้องนับร้อยเกี่ยวข้อง ซึ่งต้องดำเนินการทางแพ่ง อาญา วินัย และจริยธรรมต่อไป ก็เป็นอันว่าคนทุจริตมีบุคคลภายนอกและข้าราชการ สูงสุดแค่ระดับอธิบดี ไม่มีนักการเมือง ซึ่งเป็นไปตามที่คาดกันว่าจะ "ตัดตอน" ไม่ให้ถึงนักการเมือง ทั้งที่การทุจริตครั้งนี้มีขบวนการใหญ่โต ตรวจสอบพบผู้มีคะแนนผิดปกติกว่า 5 พันราย เชื่อว่ามีผู้รับรู้นับหมื่นคน หากฝ่ายการเมืองคือ รมว.มหาดไทย และ รมช.มหาดไทย ที่กำกับดูแล สถ.ไม่รับรู้อะไรเลย ก็ถือว่าบกพร่องในหน้าที่ เมื่อเกิดเหตุเสียหายก็มาแถลงผลการตรวจสอบแล้วจบแค่นั้นหรือ ต้องแสดงความรับผิดชอบมากกว่านี้ด้วย!...0

เช่นเดียวกับคดี "ไอ้ป๋อง-ไอ้ธง" ฆ่า 2 พี่น้องชาวรัสเซีย และ 3 พ่อแม่ลูก เป็นคดีสะเทือนขวัญ กระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ ตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี บก.ภ.จว.ชลบุรี บช.ภ.2 แถลงการจับกุมแก๊งอุ้มฆ่าฝังดินเป็นผลงานคงไม่พอ เพราะเคส 3 พ่อแม่ลูก ญาติแจ้งความตั้งแต่วันที่ 7 ก.ค. ว่าหายไปตั้งแต่วันที่ 27 มิ.ย. แต่ตำรวจมองว่าอาจไปกับกิ๊ก ซึ่งหากติดตามอย่างจริงจังอาจจะไม่เกิดเหตุฆ่าชาวรัสเซีย ที่สำคัญ "เมียเก่าไอ้ป๋อง" ซึ่งถูกจับขืนใจเอาเป็นเมีย ออกมาแฉว่า ไอ้ป๋องเป็นคนขายยาให้ "ดาบ ศ." ตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่ หรือที่เรียกว่า "นิ้วตำรวจ" เป็นมูลเหตุสำคัญทำให้ไอ้ป๋องก่ออาชญากรรมโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย เพราะมีลูกพี่ที่สามารถลบประวัติออกจากระบบได้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.สั่งสอบสวนแล้ว แต่ต้องตรวจสอบ "นิ้วตำรวจ" ซึ่งมีแทบทุกโรงพักด้วย โดยมี "แม่บ้าน" แต่ละโรงพักคอยดูแลผลประโยชน์จาก "ธุรกิจสีเทา" ให้ผู้บังคับบัญชาทั่วประเทศ การเก็บส่วยจากธุรกิจสีเทาที่ผิดกฎหมายคือต้นเหตุที่ทำให้อาชญากรเหิมเกริม ก่ออาชญากรรมทำลายสังคมไทย ส่วนโทษประหารชีวิตเป็นแค่ปลายเหตุ เป็นโจทย์ของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ว่าที่ ผบ.ตร. หากจะปราบอาชญากรรม ต้องปราบ ตร.รับส่วยให้หมดก่อน...0

พรรคส้ม เผชิญศึกภายในอีก กรณี น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส.กรุงเทพฯ พรรคประชาชน (ปชน.) เปิดเผยต่อสาธารณะว่าถูกละเมิดทางเพศโดย สส.พรรคก้าวไกล (ในขณะนั้น) แต่ถูกพรรคบังคับให้เงียบ เพราะพรรคเลือกที่จะปกป้องภาพลักษณ์องค์กรมากกว่าผู้ถูกกระทำ และเพิ่งตื่นตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ส่วนที่พรรคออกคำชี้แจงกลับเป็นหนังคนละม้วน เมื่อ น.ส.ธิษะณา ตอบโต้ว่า "ได้แจ้งเรื่องดังกล่าวต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องภายในพรรค และเปิดเผยตัวตนของผู้ถูกกล่าวหาอย่างชัดเจนกับคุณพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ (รองหัวหน้าพรรคในขณะนั้น) ภายใน 24 ชม.หลังเกิดเหตุ หากไม่มีหลักประกันคุ้มครองผู้เสียหาย ก็เป็นเรื่องยากที่จะคาดหวังให้ผู้เสียหายจำนวนมากกล้าออกมาเปิดเผยความจริง" นอกจากนี้ยังมีข่าวสะพัดว่ามีเรื่องข่าวคาวอีกหลายคู่ อาทิ สส.หญิงเป็นชู้กับ สส.ชาย สามีซึ่งเป็นผู้สมัคร สส.จับได้ ถึงเวลาต้องปฏิรูปภายในก่อน ค่อยฝันจะเปลี่ยนแปลงประเทศ...0 

ศึกภายในคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ยังไม่จบ เมื่อ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ที่ถูกคณะกรรมการสรรหา กสทช.มีมติว่ามีลักษณะต้องห้ามหรือขาดคุณสมบัติ ถือว่าได้สละสิทธิ์เข้ารับตำแหน่งกรรมการ กสทช.แล้ว ได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครองกลาง ศาลเห็นว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องสั่งโดยเร่งด่วน จึงมีคำสั่งยกคำร้อง ส่วนความคืบหน้าในคดียังไม่ออกคดีหมายเลขแดง ยังอยู่ในกระบวนการพิจารณาว่าจะรับฟ้องหรือไม่รับฟ้อง ซึ่งหากรับฟ้องก็ต้องใช้เวลาอีกนาน ประธานวุฒิสภาก็คงไม่กล้าส่งเรื่องให้นายกฯ นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ว่ากันว่างานนี้เป็นศึกทุนใหญ่ 2 ค่าย เลื่อยขาเก้าอี้ นพ.สรณ ซึ่งสุดท้ายต้องจบที่ศาล...0.

 

แซมซาย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด การเมืองไฮไลต์จับตากับผลการวินิจฉัยของ กกต. คดีฮั้ว สว. ว่าจะส่งดำเนินการ 229 คนในวันที่ 14 ก.ย. หรือไม่ นอกจากการต่อสู้กันในเรื่องพยานหลักฐานแล้ว ยังมีการปั่นกระแสเพื่อกดดันการทำหน้าที่ขององค์กรอิสระด้วย ทั้งในแง่การตีความกฎหมายกดดันและปล่อยข่าวลือต่างๆ เพื่อหวังผลทางการเมือง

บันทึกหน้า 4

เริ่มบันทึกวันนี้ขอหยิบยกเทศนาคำสอนของ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป. อ. ปยุตฺโต) ..จากสุขในบ้าน สู่ความเกษมศานติ์ทั่วสังคมมา “กระตุกต่อมสติ” ของพุทธศาสนิกชนที่กำลังรู้สึกผิดหวัง และเหนื่อยระอากับเรื่องราวอื้อฉาวของ “เหลือบผ้าเหลือง” มาเป็นหลักคิด..ความว่า ..โยมจะต้องไม่มองว่าเป็นพระประพฤติชั่ว โยมจะต้องมองว่าคนชั่วเข้ามาทำลายพระศาสนา พระไม่ดี พระเสียหาย พระหลอกลวง พระเหลวไหล ไม่น่านับถือ

บันทึกหน้า 4

ยิ่งยื้อยิ่งเดือด! ถึงจะเข้าทางรัฐบาลที่อุตส่าห์ลากถกร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ปี 2570 วาระ 2 และ 3 มาถึงวันพฤหัสฯ เบียดวาระการพิจารณาผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำปี 2567

บันทึกหน้า 4

ต้องถือว่าการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท และกำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวาระ 2-3 ที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 7-9 ก.ย.

บันทึกหน้า 4

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ที่อาคารรัฐสภา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม เป็นประธานการประชุม ครม.แทนนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ไปปฏิบัติหน้าที่ผู้แทนพระองค์ เข้าร่วมพระราชพิธีพระบรมศพสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5

บันทึกหน้า 4

ภาพสะท้อนการเมืองไทย เต็มไปด้วยความเคลื่อนไหวที่เข้มข้น ทั้งในมิติของการบังคับใช้กฎหมายขั้นเด็ดขาดต่อชาวต่างชาติ การวางรากโครงสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลผ่านคณะกรรมการชุดใหม่ ไปจนถึงการปรับทัพการสื่อสารท่ามกลางกระแสข่าวลือเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรีที่ยังคงเป็นคำถามคาใจสังคม