ตามรสสงขลา ท่องเที่ยวเชิงอาหาร

การท่องเที่ยวถือว่าเป็นหนึ่งในเครื่องจักรสำคัญที่สร้างรายได้ให้กับประเทศ ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลคลอดมาตรการต่างๆ ออกมาจูงใจนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวเมืองไทย แต่ต้องยอมรับภายในช่วงต้นปี 2569 ที่ผ่านมานั้น อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยแม้ความเชื่อมั่นผู้ประกอบการจะปรับตัวดีขึ้นตามสัญญาณการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ยังต้องเผชิญกับบททดสอบหลายอย่าง ส่งผลให้ภาพรวมการท่องเที่ยวไทยยังคงเป็นภาวะฟื้นตัวแต่เปราะบาง

โดยจากการประเมินสถานการณ์ล่าสุด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. ได้ปรับตัวเลขคาดการณ์เพื่อให้สอดคล้องกับปัจจัยเสี่ยง คาดว่าทั้งปีจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 30-34 ล้านคน ลดลงจากเป้าหมาย 18% และสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวรวมราว 2.58 ล้านล้านบาท

ซึ่ง ณัฐ ครุฑสูตร รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. ระบุว่า ช่วงครึ่งหลังของปี 2569 มีเป้าหมายกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวตลอดทั้งปี หรือ 365 วัน ซึ่ง ททท.จะเข้าไปสนับสนุนการจัดกิจกรรมและงานประเพณีต่างๆ ทั้งของภาครัฐและเอกชน เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางไปยังเมืองหลักและเมืองรอง เป็นการต่อยอดสินค้าและบริการของไทย เน้นการเพิ่มมูลค่าสินค้าท่องเที่ยว โดยชูจุดขายด้านการฟื้นฟูสุขภาพ (Wellness & Healing) ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพสูง

ขณะเดียวกัน ททท.ยังเดินหน้า จักกิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดร่วมกับ Thailand Gastronomy Network (TGN) หรือ เครือข่ายวัฒนธรรมอาหารประเทศไทย และ HUG (Hatyai University Gastronomy Lab) หรือห้องปฏิบัติการวิทยาการอาหาร มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ เปิดตัวโครงการ The Bold Flavor | ตามรสสงขลา” เพื่อยกระดับจังหวัดสงขลาสู่จุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) ผ่านการออกแบบประสบการณ์ที่สะท้อนอัตลักษณ์อาหาร วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น พร้อมขยายโอกาสสู่ตลาดนักท่องเที่ยวอาเซียน โดยมี บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ “เคทีซี” ร่วมสนับสนุนสิทธิประโยชน์ด้านการใช้จ่าย เพื่อส่งเสริมการเดินทางและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่

โดยข้อมูลเบื้องต้นจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า ในปี 2568 จังหวัดสงขลาสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว 50,660.14 ล้านบาท จากจำนวนผู้เยี่ยมเยือน 6.97 ล้านคน/ครั้ง ขณะที่ช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 สร้างรายได้แล้ว 27,506.21 ล้านบาท จากผู้เยี่ยมเยือน 3.84 ล้านคน/ครั้ง โดยเป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 15,092.59 ล้านบาท สะท้อนศักยภาพของสงขลาในฐานะเมืองท่องเที่ยวสำคัญและประตูเชื่อมโยงสู่ประเทศเพื่อนบ้าน

อย่างไรก็ตาม โครงการ The Bold Flavor | ตามรสสงขลา มุ่งเพิ่มมูลค่าการท่องเที่ยวผ่านวัฒนธรรมอาหาร สอดคล้องกับแนวทาง Value over Volume ของ ททท. โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาประสบการณ์ที่ช่วยเพิ่มการใช้จ่าย ยืดระยะเวลาพำนัก และกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการและชุมชนในพื้นที่ ทั้งนี้ ข้อมูลที่โครงการอ้างอิงจาก UN Tourism ระบุว่า ค่าใช้จ่ายด้านอาหารคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 1 ใน 3 ของงบประมาณการเดินทางของนักท่องเที่ยว

ทั้งนี้ ภายใต้โครงการ ผู้ประกอบการและผู้สร้างสรรค์ประสบการณ์ จำนวน 47 ราย ประกอบด้วย เชฟ ผู้ผลิต เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการคาเฟ่ ช่างฝีมือ และเจ้าบ้านทางวัฒนธรรม จะร่วมกันพัฒนาและคัดเลือกประสบการณ์เด่นด้านอาหารจำนวน 10-15 รายการ หรือ Signature Gastronomy Experiences เพื่อนำเสนอสู่นักท่องเที่ยว

ประสบการณ์ดังกล่าวครอบคลุมเส้นทางอาหารบริเวณลุ่มน้ำทะเลสาบและชายฝั่ง การท่องเที่ยวอาหารฮาลาล เวิร์กช็อปอาหารและเครื่องแกงพื้นถิ่น งานคราฟต์ คาเฟ่ และกิจกรรมเชิงวัฒนธรรม โดยโครงการตั้งเป้าสร้างรายได้เพิ่มให้แก่ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมไม่น้อยกว่า 10% ผ่านกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์และทดลองตลาดอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ ณัฐ ครุฑสูตร รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. กล่าวว่า สงขลามีศักยภาพทั้งด้านทรัพยากรอาหาร วัฒนธรรม และทำเลที่ตั้งซึ่งเชื่อมโยงประเทศเพื่อนบ้าน การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงอาหารจะช่วยเพิ่มคุณค่าของการเดินทาง กระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการและชุมชน พร้อมสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนตามแนวทาง Value over Volume ของ ททท.”

และ จุฑามาศ วิศาลสิงห์ ผู้ก่อตั้งและประธาน Thailand Gastronomy Network และ Strategic Lead, HUG กล่าวว่า โครงการมุ่งยกระดับองค์ความรู้ด้านอาหารและภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เป็นประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ตลาด ผ่านกระบวนการวิจัย การออกแบบ และการทดลองตลาด เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ผู้ประกอบการและชุมชนในระยะยาว

โครงการยังมุ่งขยายตลาดสู่กลุ่มนักท่องเที่ยวจากมาเลเซียและอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นตลาดสำคัญของภาคใต้ โดยต่อยอดจากจุดแข็งของจังหวัดสงขลาในฐานะประตูการท่องเที่ยวชายแดน ตลอดจนอัตลักษณ์ด้านอาหารฮาลาลและเส้นทางเครื่องเทศ ควบคู่กับความร่วมมือกับเครือข่ายการท่องเที่ยวเชิงอาหารระดับนานาชาติ เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และขยายโอกาสทางการตลาดในภูมิภาคอาเซียน.

 

บุญช่วย ค้ายาดี

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

การตลาดแบบสุขภาพดี-ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ไม่กี่เดือนที่ผ่านมา หากสังเกตให้ดีจะพบว่า “การวิ่ง” ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมออกกำลังกายอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “สกุลเงิน” รูปแบบใหม่ที่หลายแบรนด์นำมาใช้สร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภค จะเห็นได้ว่าเริ่มเห็นแคมเปญแปลกตาเกิดขึ้นมากมายในตลาด วิ่งครบระยะแลกรับแว่นตา วิ่งสะสมกิโลเมตรแลกนวดสปา วิ่งแลกบริการความงาม วิ่งแลกอาหารสัตว์เลี้ยง หรือแม้แต่วิ่งแลกสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพ คำถามที่น่าสนใจคือ ทำไมธุรกิจที่อยู่กันคนละโลก ตั้งแต่ร้านอาหาร คลินิกความงาม โรงแรม ร้านแว่น ไปจนถึงธุรกิจสัตว์เลี้ยง กลับเลือกใช้ “การวิ่ง” เป็นเงื่อนไขเดียวกันในการมอบรางวัล

‘AI’ กำลังเปลี่ยนตลาดแรงงานโลก

ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเปลี่ยนภูมิทัศน์ของโลกการทำงานเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้ จากเดิมที่ความกังวลมุ่งไปที่การเข้ามาแทนที่แรงงานของเทคโนโลยี วันนี้โจทย์สำคัญกลับขยับไปสู่คำถามว่า ‘คนทำงาน’ จะต้องปรับตัวอย่างไรเพื่อให้ยังคงมีบทบาทในตลาดแรงงานที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่องค์กรทั่วโลกต่างเร่งนำ AI มาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ ทำให้คุณสมบัติและทักษะที่นายจ้างมองหาจากบุคลากรก็เริ่มเปลี่ยนไปพร้อมกัน

ความภูมิใจของคนไทย

ประเทศไทยสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่บนเวทีโลก หลัง “วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร” จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น แหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม แห่งใหม่ของไทย ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 48 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-29 กรกฎาคม 2569 ณ นครปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี นับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับคุณค่ามรดกทางวัฒนธรรมของประเทศสู่การยอมรับในระดับสากล

แบตเตอรี่กำลังจะมีมอก.ควบคุม!

จากข่าวที่กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมเสนอร่างกฎกระทรวงเพื่อบังคับใช้มาตรฐาน มอก.ใหม่กับแบตเตอรี่และพาวเวอร์แบงก์ (อิงมาตรฐานสากล IEC 62133) โดยมีผลกลางปี 2570

รู้ทันกลโกงจองที่พักออนไลน์

ปัจจุบันเทคโนโลยี หรือปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามามีบทบาทในการดำเนินชีวิตประจำวันของเราแทบทุกการกระทำ ตั้งแต่ตื่นนอนจนถึงตอนหมดวัน ทุกๆ ย่างก้าวของเราได้ใช้งานสิ่งประดิษฐ์ หรือการพัฒนาเทคโนโลยีไม่ด้านใดก็ด้านหนึ่งที่ถูกคิดค้นเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่มนุษย์จนเราแทบจะเรียกได้ว่าเคยชินกับการใช้งานเทคโนโลยีจนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต โดยเทคโนโลยีหนึ่งที่กำลังถูกพัฒนาและนำมาสู่ชีวิตประจำวันมากขึ้นคือการประยุกต์ใช้ AI