บังคับนายกฯ!

กระหึ่ม!

"น้องเนเน่" ทำได้

เป็นแชมป์ America’s Got Talent Season 21

ใครๆ ก็พากันแสดงความยินดี

วานนี้ (๒๔ กันยายน) ตั้งแต่นายกรัฐมนตรี ยันชาวบ้านร้านช่องดีใจกันถ้วนหน้ากับความสำเร็จในครั้งนี้

สมราคาครับ ความสำเร็จนี้นอกจาก Talent (พรสวรรค์) แล้ว "น้องเนเน่" ยังต้องฝึกฝนอย่างหนักจนแทบจะเกินขีดความสามารถที่มนุษย์ทั่วไปจะทำได้

จะบอกว่า ๑ ในล้านก็คงจะได้

นี่คือแบบอย่างสำหรับเยาวชนรุ่นหลังจากนี้ ความสำเร็จต้องมาคู่กับการทำงานอย่างหนัก

ความสำเร็จมิได้ลอยมาในอากาศแล้วคว้าเอามาง่ายๆ

ที่จริงมีการเทียบกับโชว์เต้นหุ่นยนต์จากจีน ซึ่งเต็มไปด้วยความตื่นตาตื่นใจเช่นกัน

แต่นั่นคือการโชว์เทคโนโลยี โชว์ความสามารถของ AI มิใช่ Talent แต่อย่างใด

ครับ...ข่าวดีนี้คงจะทำให้คนไทยมีเรื่องคุยกันสนุกออกรสไปอีกหลายวัน

กลับมาเรื่องการบ้านการเมือง

ฝ่ายค้านชุดนี้คุณภาพคับแก้วครับ ตรวจสอบรัฐบาลแทบจะทุกช่องทาง ถ้าเป็นอวนก็ติดหมดไม่ว่าจะเป็นลูกปลาซิวหลานปลาสร้อย

ตัวเล็กตัวน้อยไม่มีเหลือ

มาอีก ๑ ช่องทาง "รังสิมันต์ โรม" สวมเสื้อประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร แถลงข่าวว่า กรรมาธิการฯ มีมติเสียงข้างมากใช้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อำนาจเรียก

๑.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

๒.นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.)

๓.นายชลวิทย์ เจียรจิตต์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว)

เข้าชี้แจง กมธ.กรณีการทุจริตสอบท้องถิ่น วันที่ ๘ ตุลาคมนี้

คนส่วนใหญ่แทบไม่รู้จัก พ.ร.บ.อำนาจเรียก เพราะไม่ค่อยถูกนำมาใช้บ่อยนัก

กฎหมายฉบับนี้มีขึ้นเพื่อเสริมเขี้ยวเล็บให้กับคณะกรรมาธิการทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ทำให้ดูน่าเกรงขามขึ้น

อำนาจเรียก เรียกใครบ้าง

 “เรียกเอกสาร” จากบุคคลใดๆ ได้

 “เรียกบุคคล” มาแถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความเห็นได้

คือ...กฎหมายให้คณะกรรมาธิการฯ มีอำนาจออกหนังสือเรียก เพื่อให้บุคคลใดๆ ส่งเอกสาร หรือมาแถลงข้อเท็จจริงและแสดงความคิดเห็นในเรื่องที่อยู่ภายในกรอบหน้าที่และอำนาจได้

บุคคลที่ได้รับหนังสือเรียกจะต้องมาแถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความเห็นด้วยตนเอง

หากมีเหตุจำเป็นอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ จะต้องทำหนังสือขอเลื่อนหรือมอบหมายให้บุคคลอื่นมาแทน โดยต้องชี้แจงเหตุผลอย่างชัดเจนต่อคณะกรรมาธิการฯ ภายใน ๓ วันทำการ นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ

แล้วใครต้องปฏิบัติตามบ้าง

ครอบคลุมทั้งข้าราชการประจำทุกระดับชั้น และข้าราชการเมือง คือ รัฐมนตรี และนายกรัฐมนตรี

มีข้อยกเว้นห้ามเรียก ผู้พิพากษา ตุลาการ องค์กรอิสระ

ถ้าเรียกแล้วไม่ไปชี้แจงกับกรรมาธิการฯ ต้องเจออะไรบ้าง

มาตรการบังคับสำหรับฝ่ายบริหารและเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อแก้ปัญหาในอดีตที่หน่วยงานรัฐหรือรัฐมนตรีมักไม่ส่งเอกสารหรือไม่มาตอบคำชี้แจง กฎหมายฉบับนี้ได้วางกลไกการเอาผิดทางวินัยและการตรวจสอบไว้ดังนี้

หากนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรี ไม่สั่งการให้เจ้าหน้าที่รัฐในสังกัดส่งเอกสารหรือมาแถลงข้อเท็จจริงตามที่เรียก ประธานคณะกรรมาธิการฯ จะแจ้งต่อประธานสภาฯ เพื่อให้ส่งต่อนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีผู้นั้น มาแถลงหรือชี้แจงเหตุผลต่อที่ประชุมสภาโดยตรง

พูดง่ายๆ คือถ้าข้าราชการในสังกัดเบี้ยว รัฐมนตรี หรือนายกรัฐมนตรี ต้องไปชี้แจงกับสภา

หากเจ้าหน้าที่ของรัฐจงใจฝ่าฝืน ไม่ยอมส่งเอกสารหรือไม่มาส่งคำชี้แจงโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร จะถือว่าเป็นการ "กระทำความผิดวินัย"

โดยคณะกรรมาธิการฯ สามารถส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการลงโทษทางวินัยได้ทันที

ดูเหมือนน่ากลัว แต่...เปล่าเลยครับ

เพราะกฎหมายฉบับนี้มันไปไม่สุด

กลไกการบังคับของอำนาจเรียกของคณะกรรมาธิการฯ มีข้อบกพร่องที่สำคัญหนึ่งประการที่จะทำให้กลไกการบังคับของอำนาจเรียกของคณะกรรมาธิการฯ ไม่มีประสิทธิภาพในทางความเป็นจริงเมื่อกฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้

นั่นคือกฎหมายกำหนดเพียงแต่ให้การฝ่าฝืนอำนาจเรียกของคณะกรรมาธิการฯ เป็นความผิดทางวินัยหรือฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมเท่านั้น

มิได้มีการกำหนดฐานความผิดวินัยจากการฝ่าฝืนอำนาจเรียกของคณะกรรมาธิการฯ เอาไว้ให้ชัดเจนว่าเป็นการกระทำที่มีลักษณะเป็นความผิดทางวินัยไม่ร้ายแรงหรือความผิดทางวินัยร้ายแรง

รวมถึงฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมไม่ร้ายแรงหรือฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรงเอาไว้ให้ชัดเจน

บทลงโทษทางวินัยราชการ ๕ สถานที่มีความรุนแรงน้อยไปมากแตกต่างกันไป ได้แก่

ภาคทัณฑ์

ตัดเงินเดือน

ลดเงินเดือน

ปลดออกจากราชการ

และไล่ออกจากราชการ

กฎหมายไม่ได้บอกว่าการไม่ไปตามกรรมาธิการฯ เรียกนั้น เป็นความผิดสถานใด

การลงโทษโดยเจ้ากระทรวงจึงอาจเป็นเพียงภาคทัณฑ์เท่านั้น

เพราะจะกลายเป็นเรื่องดุลพินิจ

ส่วนนายกฯ อนุทิน ถ้าไม่ไปตามหนังสือเรียก ก็ต้องไปชี้แจงกับสภา แต่กฎหมายไม่ระบุเวลาว่าต้องไปในกี่้วัน

เว้นกฎกรณีนอกสมัยประชุมสภา นายกฯ ต้องทำคำชี้แจงเหตุผลเป็นลายลักษณ์อักษรส่งกลับไปยังประธานสภาฯ ภายใน ๑๕ วัน

สรุปแล้วแทบไม่ต่าง "เสือกระดาษ"

บทลงโทษไม่ชัด!

แต่ก็ต้องขอบคุณ "รังสิมันต์ โรม" ที่มีส่วนสำคัญในการเข็นกฎหมายฉบับนี้ออกมา.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สถาบันนอกรีต

จะว่าไปแล้วการเมืองไทยก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร หากเทียบกับการเมืองอเมริกาวันนี้ คงผ่านหูผ่านตาไปแล้วกับการกล่าวสุนทรพจน์ของ "โดนัลด์ ทรัมป์" ในที่ประชุมใหญ่สหประชาชาติ ที่มหานครนิวยอร์ก

ความลับที่ห้องจูปิเตอร์

สุดจริงๆ ครับฝ่ายค้านยุคนี้ ไร้เอกภาพอย่างสิ้นเชิง แต่นั่น ไม่ใช่สิ่งที่พรรคส้มเขาต้องการอยู่แล้ว เสียงในสภาฯ ไม่ใช่สิ่งที่พรรคส้มคาดหวังมาตั้งแต่แรก เพราะโหวตอย่างไรก็แพ้

จะยุบภูมิใจไทย

การบ้านการเมืองช่วงนี้ เหมือนค็อกเทลกำลังถูกเขย่าให้กลมกล่อม ถ้าส่วนผสมพอดี ท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพทันที แต่หากขาดๆ เกินๆ คงได้เห็นภาพหนีเสือปะจระเข้

กูไม่กลัวมึง

ช่วงนี้สภาสูงประเทศไทยฮอตครับ “...ดิฉันอยากจะกระซิบดังๆ ว่า กูไม่กลัวมึง...” นั่นคือคำพูดของ สว.พันธุ์ใหม่ “นันทนา นันทวโรภาส”

ถ้าแก้ได้...อยู่ยาว

ประเทศต้องเดินหน้าต่อไปครับ วานนี้ (๑๘ กันยายน) มีประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรป ครั้งที่ ๒/๒๕๖๙ ที่นายกฯ อนุทิน เป็นประธาน

สว.สีส้ม

เรื่องฮั้ว สว.ยิ่งกว่าหนังยาว ไม่จบง่ายๆ ครับ นี่...เรารู้จัก สว.สีน้ำเงินไปแล้ว ยังมี สว.กลุ่มอื่นๆ เช่น สว.พันธุ์ใหม่ แต่ตอนนี้ถกเถียงกันว่า แล้ว สว.สีส้มมีหรือเปล่า