มีคนถามผมว่า “มาตรา 5 ของ NATO” ที่มีการกล่าวถึงบ่อยๆ ในช่วงสงครามยูเครนนี้คืออะไร และมีผลอย่างไรกับการรุกรานยูเครนของรัสเซีย
มีคำถามต่อว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน บอกว่าจะ “ปกป้องทุกตารางนิ้วของนาโต แต่จะไม่เข้าไปสู้รบกับทหารรัสเซียในยูเครน เพราะอาจจะนำไปสู่สงครามโลกครั้งที่ 3” นั้นเกี่ยวกับมาตรา 5 นี้หรือไม่อย่างไร
ฝ่ายสหรัฐฯ ได้ยืนยันว่ากองทหารอเมริกันจะไม่มีส่วนร่วมโดยตรงกับการทำศึกกับทหารรัสเซีย
สมาชิกของนาโตได้ปฏิเสธการเรียกร้องให้มีการจัดตั้งเขตห้ามบิน (No-Fly Zone) ในยูเครน เพราะกลัวว่าจะนำไปสู่ "สงครามเต็มรูปแบบในยุโรป"
แต่เมื่อสถานการณ์อาจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และหากทหารรัสเซียขยายการสู้รบออกไปจากยูเครนไปกระทบประเทศใดประเทศหนึ่งที่เป็นสมาชิกนาโต จะนำไปสู่สงครามระหว่างนาโต (ที่มีสมาชิก 30 ประเทศ) กับรัสเซียหรือไม่
ต้องกลับไปหาคำถามที่ว่า มาตรา 5 คืออะไร และมีผลอย่างไรกับสงครามที่กำลังดำเนินอยู่ในยูเครน
มาตรา 5 คืออะไร?
มาตรา 5 เป็นหลักการที่ว่าการโจมตีสมาชิกคนหนึ่งของนาโตจะถือเป็นการโจมตีสมาชิกทั้งหมด
นับเป็นรากฐานที่สำคัญของพันธมิตร 30 รายวันนี้นับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นในปี 1949 เพื่อถ่วงน้ำหนักให้กับสหภาพโซเวียต
หลักการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อยับยั้งผู้อาจเป็นปฏิปักษ์จากการโจมตีสมาชิกของนาโต
มาตรา 5 รับประกันว่าทรัพยากรของพันธมิตรทั้งหมดสามารถใช้เพื่อปกป้องประเทศสมาชิกเดียว
นี่เป็นประเด็นสำคัญสำหรับประเทศเล็กๆ ที่ไม่สามารถป้องกันตัวเองได้หากไม่มีพันธมิตร
ตัวอย่างเช่น ไอซ์แลนด์ไม่มีกองทัพประจำการของตัวเอง
และเพราะสหรัฐฯ เป็นสมาชิกนาโตที่ใหญ่ที่สุดและมีอำนาจมากที่สุด รัฐใดๆ ในพันธมิตรจึงอยู่ภายใต้การคุ้มครองของสหรัฐฯ อย่างมีประสิทธิภาพ
ตามเว็บไซต์ของ NATO มาตรา 5 ระบุไว้โดยเฉพาะ:
Article 5
“The Parties agree that an armed attack against one or more of them in Europe or North America shall be considered an attack against them all and consequently they agree that, if such an armed attack occurs, each of them, in exercise of the right of individual or collective self-defence recognised by Article 51 of the Charter of the United Nations, will assist the Party or Parties so attacked by taking forthwith, individually and in concert with the other Parties, such action as it deems necessary, including the use of armed force, to restore and maintain the security of the North Atlantic area.
“Any such armed attack and all measures taken as a result thereof shall immediately be reported to the Security Council. Such measures shall be terminated when the Security Council has taken the measures necessary to restore and maintain international peace and security”
ซึ่งแปลได้ว่า
“คู่ภาคีตกลงว่าการโจมตีด้วยอาวุธต่อสมาชิกใดสมาชิกหนึ่งหรือมากกว่าในยุโรปหรืออเมริกาเหนือจะถือเป็นการโจมตีต่อพวกเขาทั้งหมด และด้วยเหตุนี้จึงตกลงว่าหากการโจมตีด้วยอาวุธเกิดขึ้น แต่ละสมาชิกสามารถใช้สิทธิของการป้องกันตนเองส่วนตนหรือส่วนรวมที่ยอมรับโดยมาตรา 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติ จะช่วยภาคีหรือภาคีที่ถูกโจมตีโดยการดำเนินการเป็นรายบุคคลและร่วมกับภาคีอื่นๆ ทันที การดำเนินการดังกล่าวตามที่เห็นสมควร รวมทั้งการใช้กองกำลังติดอาวุธเพื่อฟื้นฟูและรักษาความมั่นคงของพื้นที่แอตแลนติกเหนือ
“การโจมตีด้วยอาวุธใดๆ และมาตรการทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากการโจมตีดังกล่าวจะต้องรายงานไปยังคณะมนตรีความมั่นคงทันที มาตรการดังกล่าวจะสิ้นสุดลงเมื่อคณะมนตรีความมั่นคงได้ดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อฟื้นฟูและรักษาสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ”
ในช่วงสงครามเย็น ความกังวลหลักคือสหภาพโซเวียต
แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แนวทางของรัสเซียในยุโรปตะวันออกได้กลายเป็นประเด็นที่สร้างความกังวล เช่นเมื่อรัสเซียบุกจอร์เจียในปี 2008 และผนวกไครเมียจากยูเครนในปี 2014
มาตรา 5 เคยถูกนำมาใช้ก่อนหน้านี้หรือไม่?
เคยเพียงครั้งเดียว นั่นคือหลังจากวันที่ 11 กันยายน พ.ศ.2001 ซึ่งเป็นการโจมตีของผู้ก่อการร้ายในสหรัฐฯ
แต่หลักการในมาตรานี้ครอบคลุมมากกว่าการโจมตีในประเทศของสมาชิกเท่านั้น
พันธมิตรนาโตยังได้ใช้มาตรการป้องกันร่วมกันหลายครั้ง รวมถึงการติดตั้งขีปนาวุธแพทริออตในปี 2555 ที่ชายแดนซีเรีย-ตุรกี
และสนับสนุนกองกำลังในเอสโตเนีย ลัตเวีย ลิทัวเนีย และโปแลนด์ ภายหลังการผนวกไครเมียของรัสเซียในปี 2014
พันธมิตรของนาโตยังได้เข้าร่วมกับสหรัฐฯ ในสงครามอัฟกานิสถาน อิรัก และซีเรีย
คำถามต่อมาก็คือ มาตรา 5 จะใช้ในกรณีการโจมตีของรัสเซียในยูเครนอย่างไร
ข้อแรกคือยูเครนไม่ใช่สมาชิกของนาโต แต่เพื่อนบ้านของยูเครนจำนวนมากเป็นสมาชิกนาโต
หากรัสเซียขยายวงสงครามจากยูเครนไปสู่ประเทศใดประเทศหนึ่งที่เป็นสมาชิกนาโต ประเทศนั้นก็อาจจะขอใช้มาตรา 5 เพื่อให้สมาชิกนาโตอื่นๆ มาร่วมรบกับรัสเซีย
มีคำถามอีกว่า อย่างไรจึงจะถือว่าเป็นการ “โจมตี” ประเทศสมาชิกนาโต
ภาษามาตรา 5 ระบุว่า "การโจมตีด้วยอาวุธ" ต่อประเทศสมาชิกคือสิ่งที่ก่อให้เกิดการดำเนินการร่วมกันได้
ถ้าเป็นการ “โจมตีทางไซเบอร์” ล่ะ?
ส.ว.มาร์ก วอร์เนอร์ แห่งรัฐเวอร์จิเนีย จากพรรคเดโมแครต ให้สัมภาษณ์เดอะวอชิงตันโพสต์เมื่อไม่นานนี้ว่า การโจมตีทางอินเทอร์เน็ตของรัสเซียในยูเครนอาจนำไปสู่ผลที่ตามมาเกิน "ขอบเขตทางภูมิศาสตร์" ที่ตั้งใจไว้ และส่งผลกระทบต่อสมาชิกนาโตได้
“การโจมตีทางไซเบอร์อาจจะขยายวงเกินกว่าคำจำกัดความทางภูมิศาสตร์ เพราะนอกจากยูเครนจะถูกโจมตีทางไซเบอร์แล้ว
“ผลกระทบก็อาจไปถึงโปแลนด์ โรมาเนีย หรือไปยังรัฐบอลติก และสร้างความเสียหายจนต้องปิดโรงพยาบาล และอาจเป็นไปได้ว่ามีทหารอเมริกันอยู่ที่นั่นด้วย นั่นก็ใกล้คำนิยามของมาตรา 5 มาก" วอร์เนอร์ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการข่าวกรองของวุฒิสภาตั้งข้อสังเกต
นี่คือประเด็นอ่อนไหวที่ท้าทายการตีความ “มาตรา 5 ของนาโต” อย่างน่าสนใจยิ่ง
เพราะหากประเมินผิดหรือตีความตามเทคโนโลยีที่เกิดหลังการก่อตั้งนาโต สงครามโลกก็อาจจะเกิดขึ้นได้ง่ายกว่าที่คิด!.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยุค‘ประโยชน์นิยม’ ชัยวุฒิซัดข้ามขั้วแบ่งเค้ก ยศชนันโอดกาสิโนหลอน
“อนุทิน" โต้เดือด "หยุ่น-วีระ" ลั่นชัดเจน "สีหศักดิ์-ศุภจี-เอกนิติ" คนของ "ภูมิใจไทย"
สื่ออาวุโสลืมหน้าที่ ‘หยุ่น-วีระ’ มาตรฐานที่หายไปในดงส้ม
การวิจารณ์นักการเมืองไม่ใช่เรื่องผิด และการตั้งคำถามกับพรรคการเมืองก็เป็นหน้าที่ปกติของสื่อมวลชน
แชร์สนั่นโซเชียล ลุกโชนเป็นไฟลามทุ่ง! ‘อนุทิน’ บุกเพจ ‘สุทธิชัย’ แจงกรณีคุยกับ ‘ทรัมป์’
ภายหลัง เพจ Suthichai Yoon โพสต์ข้อความว่า‘ทรัมป์‘ ให้สัมภาษณ์ Wall Street Journal ว่าเขาได้ใช้ tariff กดดันให้ไทยกับกัมพูชายุติการสู้รบ!
มีแม้วไม่มีเรา! วัดใจจุดยืน 'พรรคส้ม' หลังทักษิณขีดเส้นแบ่งข้างทุกเวทีแล้ว
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่า "พรรคส้มกล้าไหม? มีแม้วไม่มีเรา!
ประเทศเดียวในโลก ‘นายกฯทับซ้อน’ มหันตภัยปี 2568
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่าสำนักวิจัยต่าง ๆ กำลังวิเคราะห์เพื่อพยากรณ์ว่าประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความท้าทายสาหัสอะไรบ้างใน


