ต้องเรียกว่า “พี่ป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่มักตอบคำถามว่าไม่รู้ ไม่เห็น แต่เมื่อพลิกมาเป็นผู้ทำนายทายทักเรื่องการยุบสภาผู้แทนราษฎรก็เล่นเอา “น้องตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ถึงกับกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเลย ทีเดียว ก่อนที่จะประกาศว่าขึ้นอยู่กับสถานการณ์ว่าจะเป็นอย่างไร...๐
ในขณะที่บรรดาแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลต่างก็ไม่กล้าที่จะฟันธงอะไรมาก เพราะหนึ่งก็คือ “นายกฯ” อีกหนึ่งก็คือ “ผู้มากบารมี” ในรัฐบาล จะมีก็แต่พรรคเพื่อไทยของ “นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว” ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเงาของ “ทักษิณ ชินวัตร” ที่เชื่อว่า “พล.อ.ประวิตร”
น่าจะพูดจากการประเมินสถานการณ์ทั้งหมดแล้ว โดยเฉพาะหลังจากการจัดประชุมเอเปก ซึ่งตอนนี้ก็ต้องบอกว่าการประชุมยังต้องลุ้นกันเหนื่อยว่าจะมีการจัดขึ้นหรือไม่อย่างไร ซึ่งไม่ใช่ติดปัญหาจากไวรัสมรณะแต่ประการใด แต่มาจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนนั่นแล ที่ยิ่งยืดเยื้อเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้ การจัดประชุมเอเปกเห็นเค้าลางว่าจะเกิดอาการเลื่อนหรืองดประชุมเสียมากกว่า...๐
แล้วถ้าหวยออกว่าเอเปกไม่มีการจัดประชุมขึ้นมาก็ไม่รู้ “บิ๊กตู่” ยังจะใช้อำนาจในมือยุบสภาหรือไม่อย่างไร หรือจะอยู่กันจบครบวาระมีนาคม 2566 กันไปเลย แต่ที่แน่ๆ วงนี้ต้องเรียกว่าเป็น “ขาขึ้น” ของบรรดาพรรคเล็ก และ ส.ส.ปัดเศษทั้งหลาย เพราะมีอำนาจในมือที่สามารถทำให้รัฐนาวาบิ๊กตู่ไปก่อนถึงประชุมเอเปกหรืออยู่ยาวจนครบวาระก็ได้ จึงไม่แปลกที่ทั้ง “พี่ป้อม” และ “น้องตู่” จะเริ่มเอาใจบรรดาพรรคต่างๆ เหล่านี้ ขณะเดียวกันก็ดูเหมือนพรรคเล็กก็รู้ถึงเพาเวอร์ตัวเอง จึง ได้เห็น “พิเชษฐ สถิรชวาล” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และหัวหน้ากลุ่ม 16 ถึงออกมาให้ข่าวแทบจะรายวัน ทั้งก่อนที่จะมีดินเนอร์ที่ราชพฤกษ์ในวันที่ 17 มี.ค.นี้ รวมทั้งยังนัดล่วงหน้าหลังดินเนอร์อีกว่านัดประชุมท่าทีของพรรคเล็กอีกรอบ สงสัยจะเอาประเด็นดินเนอร์ไปต่อยอดต่อรองนั่นแล...๐
หันมาดูความเคลื่อนไหวของนักร้องอย่าง “เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ” กันบ้าง เพราะกรณีล่าสุดที่ลุกไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้งให้สอบ ส.ส.ยุครัฐบาล “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” นั้นต้องเรียกว่าอาจทำให้ใครต่อใครตกม้าตายง่ายๆ กันเลยทีเดียว ซึ่งไม่ใช่มีแค่บรรดาทั่นผู้ทรงเกียรติที่ “เรืองไกร” ได้แพลมชื่อออกมาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็หนาวๆ ร้อนๆ ตามไปด้วย เพราะ ข้อมูลที่ “นักร้องเรืองไกร” ระบุนั้นก็บอกว่าสำนวนในเรื่องสนามฟุตซอลของ ป.ป.ช.ดูเหมือนจะเลือกที่รักมักที่ชัง ปล่อยผีไปจำนวนมาก ทั้งที่มีชื่อ ส.ส.ถึงกว่า 10 พรรคและมากกว่า 300 คนที่อาจจะเจอลูกหลงในการแปรงบประมาณของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในปีงบประมาณ 2555 วงเงิน 4,159.42 ล้านบาท...๐
ยิ่งได้เห็นรายชื่อที่ "เรืองไกร" ปูดออกมาเบื้องต้นได้แต่ซู้ดปากกันเลยทีเดียว เพราะอภิมหาบิ๊กเนมทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น “ยิ่งลักษณ์ ชันวัตร” “วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล” ชลน่าน ศรีแก้ว” “บุญทรง เตริยาภิรมย์” “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์” “วรงค์ เดชกิจวิกรม” “ชัย ชิดชอบ” “พรทิวา นาคาศัย” และ “ชวรัตน์ ชาญวีรกูล” งานนี้เลยบอกได้คำเดียวว่า “เรืองไกร” เล่นใหญ่ก็ระวังจะเจอแรงบวกกลับที่ไม่น้อยพอกัน...๐
หันกลับมาเรื่อง “โควิด-19” กันบ้าง เพราะในวันศุกร์ที่ 18 มี.ค.นี้จะมีการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ที่ “พล.อ.ประยุทธ์” จะเป็นประธาน ซึ่งวาระที่สำคัญที่ถูกจับตามองอย่างมากในการประชุมคราวนี้ นอกเหนือจากการยืนยันว่าจะดีเดย์ให้โควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่นในวันที่ 1 ก.ค.นี้หรือไม่แล้ว ที่ต้องลุ้นอย่างมากคือ บรรดาสถานบันเทิงทั้งผับ บาร์ คาราโอเกะทั้งหลายจะได้กลับมาลืมตาอ้าปาก หรือเปิดให้บริการหรือไม่อย่างไร ที่สำคัญจะให้มีการดื่มแอลกอฮอล์ หรือดริงก์กันมากน้อยเพียงใด เพราะหากให้เปิด แต่กำหนดให้ดื่มแค่ 2-3 ทุ่ม ก็ดูเหมือนจะลักลั่นกันอยู่ แต่ หากเปิดให้เหมือนเดิมก็เตรียมตัวเป็น "เกาหลีใต้ 2" ได้เลย แต่ในความจริงทุกวันนี้สถานบันเทิงหลายแห่งก็ใช้ช่องว่าเป็นร้านอาหารเปิดให้ดื่มอยู่แล้ว งานนี้ ศบค.ก็ควรทำอะไรให้มันเบ็ดเสร็จเด็ดขาดไปเลยดีกว่ามานั่งกั๊กไปกั๊กมาอยู่นั่นแล…๐
ท.ศักดิ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
แม้รัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล จะก้าวขึ้นสู่อำนาจด้วยเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นในสภา แต่เส้นทางการบริหารประเทศจากนี้ไป ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หากเต็มไปด้วย “โจทย์ใหญ่” และ “ปมเสี่ยง” ที่อาจกลายเป็นแรงสะเทือนทางการเมืองได้ทุกเมื่อ
บันทึกหน้า 4
บันทึกท่ามกลางอากาศร้อน แต่ยังร้อนไม่เท่ากับบรรยากาศด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในบ้านเรา เพราะ "หน้าตา ครม.ชุดใหม่" ทำท่าว่ามิได้ไฉไลไปกว่าเก่า เพราะยังคงยึดโยงอยู่กับวัฒนธรรม "แบ่งโควตา" เก้าอี้สนองก๊วนแก๊งบ้านเล็กบ้านใหญ่เหมือนเดิม .
บันทึกหน้า 4
ท่วมท้น! 293 เสียง "อนุทิน ชาญวีรกูล" ฉลุยนายกฯ สมัย 2 ถึงจะโดนฝ่ายค้านรุมอภิปรายกังขาปมจริยธรรมในเรื่องคดีฮั้ว สว. ก็ตาม "
บันทึกหน้า 4
ต้องบอกว่าการเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ได้ถึงทางแยกที่สำคัญประการหนึ่ง เมื่อศาล รัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 รับคำร้องที่ “ผู้ตรวจการแผ่นดิน” ขอให้พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ในการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่งหรือบาร์โค้ดและรหัสคิวอาร์ ที่จะทำให้การออกเสียงลงคะแนนไม่ได้เป็นไปโดยลับตามรัฐธรรมนูญ
บันทึกหน้า 4
สงครามสหรัฐ-อิสราเอลบุกอิหร่าน ส่งผลกระทบไปทั่วโลก โดยเฉพาะการขนส่งน้ำมันดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซไม่ได้ ประเทศไทยก็โดนกันทั่วหน้า ประชาชนแตกตื่นแห่ไปเติมน้ำมัน แต่ปั๊มไม่มีน้ำมันพร้อมขึ้นป้าย "อยู่ระหว่างการขนส่ง" และในวันที่ 18 ส.ค.
บันทึกหน้า 4
ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กำลังส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานทั่วโลก หนึ่งในประเด็นที่เริ่มถูกจับตาในประเทศไทยคือ ความเสี่ยงเรื่องการขาดแคลนน้ำมัน ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รัฐบาลจึงเริ่มออกมาตรการประหยัดพลังงานในภาครัฐ เช่น การให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจทำงานที่บ้าน หรือ Work from Home (WFH) ลดการเดินทาง รวมถึงชะลอการดูงานต่างประเทศ


