
ต้องถือว่าการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท และกำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวาระ 2-3 ที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 7-9 ก.ย.นี้ ถือเป็นไม่กี่ครั้งที่มีความดุเดือดมากกว่าปกติ เรียกว่า เป็นการซ้อมอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 และ 152 กันล่วงหน้าก็ว่าได้ แม้จะไม่มีการลงลึกพาดพิงกันถึงเรื่องความผิดพลาดก็ตามที ทั้งที่การพิจารณางบประมาณวาระ 2-3 ส่วนใหญ่แล้วก็เป็นแค่ “พิธีกรรม” ปกติเท่านั้น เพราะสุดท้ายเมื่อยกมือโหวตก็มักเป็นไปตามที่กรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ได้แก้ไขกันไปแล้ว ...๐
นอกจากปรากฏการณ์ดุเดือดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนแล้ว การอภิปรายครั้งนี้ยังสะท้อนคำกล่าวไทยๆ ที่ว่า “สำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล” ชัดเจน โดยเฉพาะกรณี “ไอซ์-รักชนก ศรีนอก” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่ตั้งใจพูดคำว่า “พล่าม” ออกมาในการอภิปรายเมื่อช่วงค่ำวันที่ 8 ก.ย. ในการอภิปรายมาตรา 17 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวกับโครงการน้ำบาดาล ...๐
ที่สำคัญลักษณะการใช้คำพูดแบบนี้ไม่ได้เกิดครั้งแรกกับ สส.ส้ม เพราะก่อนหน้านี้ในการประชุม พ.ร.บ.อากาศสะอาด “ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์” สส.เชียงใหม่ พรรค ปชน. ก็พูดคำว่า “แม่ง ทุเรศฉิบหาย” ออกมาแล้วในเวทีสภา แต่ที่น่าคิดและน่าสนใจเข้าไปอีก คือ การเปิดวอร์ของ “ไอซ์-บังซุป” ศุภชัย ใจสมุทร แห่งค่ายภูมิใจไทยในโลกโซเชียลนั้น จากคำ “You baseborn bastard!” และ “สลิ้งแตก” นั้น “ไอซ์” กลับมีการแปลงสารในคำของ สส.ตี๋โดยตัดคำว่า “แม่ง” ออกเหลือแค่ “ทุเรศฉิบหาย” ให้โลกโซเชียลวิจารณ์ถึงการใช้คำของ สส.รุ่นใหญ่ เล่นเอาสภากาแฟถึงกลับต้องย้อนไปคิดว่า ลักษณะ ช่างคล้ายคลึงกับพรรคฝ่ายค้านในอดีตที่ชอบเอาดีเข้าตัวเอาชั่วให้คนอื่นอย่างไรอย่างนั้น ...๐
แล้วที่ “คอกาแฟ” ขำไม่ออกเข้าไปอีกคือ ก่อนหน้านี้ “รังสิมันต์ โรม” สส.บัญชีรายชื่อ ปชน. เคยเล่นบทพระเอกอบรม “มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช” รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ที่หลุดเรียกชื่อเล่น “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” ว่าเท้งในการประชุม ว่าไม่เหมาะสมนั้น แต่ กลับเงียบฉี่กับการใช้คำพูดต่ำตมแบบนี้ในการประชุมสภา งานนี้เลยมีคำถามว่า พอเป็นคนของตัวเองทำไม “โรม” ไม่ออกมาอบรมสั่งสอนให้รู้จักเรื่องกาลเทศะ บ้างเล่า ...๐
นี่ยังไม่นับ “ภัณฑิล น่วมเจิม” สส.กรุงเทพมหานคร พรรคส้มโวยวายว่าประชุมดึกไม่มีข้าวกิน และเรียกร้องให้สภาจัดสวัสดิการอาหารรองรับ สส.ในช่วงประชุมดึกอีก ตกลงว่านักการเมืองไทยที่มีผู้ช่วยถึง 8 คนไม่มีปัญญาหารับประทานเองได้ ทั้งที่มีเงินเดือนระดับเป็นแสนบาท และ เงินเดือนของผู้ช่วยทั้ง 8 รวมกันก็ระดับกว่าแสนบาทเหรอ ที่สำคัญแค่เรื่อง “หิว” แค่นี้ยังต้องไปยืนบนโพเดียมแถลงเป็นวรรคเป็นเวรไม่อายคนหาเช้ากินค่ำ หรือคนไม่มีข้าวสารกรอกหม้อกันบ้างหรืออย่างไร แบบนี้น่ะเหรอที่บอกว่าเป็นนักการเมืองยุคใหม่ เป็นอนาคตของประเทศ บอกได้คำเดียวว่า “เวรกรรม” พี่น้องเอ๋ย ...๐
เมื่อพูดถึงการอภิปรายแล้วก็ต้องไล่ยาวให้จบไปเลย เพราะดูแนวโน้มก็เชื่อว่า 3 วันไม่น่าจะรอดไปได้ เพราะแต่ละคนเรียกว่าอยากโชว์ออฟตั้งข้อสังเกตสังกากันเสียเหลือเกิน ขนาด สส.พรรคส้มด้วยกันเองอย่าง “นนท์ ไพศาลลิ้มเจริญกิจ” สส.นนทบุรี พรรคประชาชน ยังลุกขึ้นหารือให้ประธานความคุมเนื้อหาในการอภิปรายเลย เพราะแค่มาตรา 20 กระทรวงมหาดไทย ยังใช้เวลาไปกว่า 4 ชั่วโมง ซึ่งกฎหมายมีทั้งหมด 41 มาตรา แต่ไทมไลน์ที่กำหนดไว้นั้นจะหมดลงแล้ว ...๐
โดยงานนี้ “ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตัวแทนวิปฝ่ายค้านก็ระบุว่า 2 ทางเลือก โดยถ้าไม่จบวันนี้ 10 ก.ย. ก็ประชุมตามวาระปกติ และมาต่อ พ.ร.บ.งบในวันที่ 11 ก.ย.หรือเลิกนัดวันพรุ่งนี้ แล้วต่อ พ.ร.บ.งบประมาณ นี่ถ้าถามชาวบ้านชาวช่องเขาจะบอกว่า จะผลาญภาษี เปลืองค่าน้ำค่าไฟกันไปถึงไหน เพราะสุดท้ายแล้วก็รู้กันอยู่ในการลงมติจะออกอย่างไร หรือจะเป็นแบบที่ “สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ” รมช.คมนาคมบอกไว้ว่า คนที่ต้องการยื้อญัตติรายงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่ใช่ใครที่ไหน ก็ฝ่ายค้านเอง เพราะ เล่นอภิปรายซ้ำซ้อนกันไปมา ที่สำคัญบางรายก็ออกแนวเลอะเทอะที่จะเป็นไปได้ โดยเฉพาะการเสนอให้ตัดงบระดับหมื่นล้านแสนล้านบาท ...๐
ท.ศักดิ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่เริ่มคลี่คลายลงตามลำดับ ล่าสุด “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
บันทึกหน้า 4
พร้อมมากถึงมากที่สุด “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เตรียมแสดงบทบาทนำของประเทศไทยบนเวทีการเงินระดับสากล ผ่านการเข้าร่วมเสวนาบนเวทีสำคัญใน 4 เวที
บันทึกหน้า 4
ดุเดือดเลือดพล่านแน่! ศึกซักฟอกส้ม-ฟ้าแท็กทีมไล่บดขยี้น้ำเงิน แค่เปิดเนื้อหาญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ "อนุทิน ชาญวีรกูล" ฝ่ายค้านตั้งข้อหาฉกาจฉกรรจ์ หนักกว่านายกฯ ทุกยุคที่ผ่านมา
บันทึกหน้า 4
ต้องบอกว่าเป็น “ระเบิดลูกใหญ่” ที่ถูกหย่อนโดย “ปิยบุตร แสงกนกกุล” เลขาธิการคณะก้าวหน้าลงกลางวงน้ำเน่าจากภาวะน้ำท่วมเสียจริงๆ และที่โดนไปเต็ม 100 แบบไม่ต้องหักก็คือพรรคประชาชน ภายใต้บังเหียนของ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ
บันทึกหน้า 4
วันที่ 6 ตุลาคม 2569 ครบรอบ 50 ปี เหตุการณ์ 6 ตุลา 19 ที่ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ มีการจัดงานรำลึกเป็นประจำทุกปี ตัวแทนองค์กรต่างๆ ร่วมรำลึก ฝ่ายค้านนำโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ
บันทึกหน้า 4
ความคิด สถานการณ์อุทกภัยในหลายภูมิภาคของประเทศไทย รวมถึงพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ยังคงเป็นวิกฤตการณ์ที่ต้องการการบริหารจัดการอย่างทันท่วงที การที่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมากำชับให้เร่งเยียวยาผู้ประสบภัยภายในสัปดาห์นี้

