ด่าไป ช้อปไป

วันนี้ขอพักเปิดซองอีกสักวัน

จดหมายจากผู้อ่านยังมีรออยู่อีกหลายซอง ไม่ได้หายไปไหน

พอดีเรื่องกะเพราแก้วจุรีของบริษัทซีพีแรมที่ผมเคยเขียนถึงไปแล้ว ดูท่าจะยังไม่จบง่ายๆ

จากเรื่องการจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ 4 สายพันธุ์ ตอนนี้ขยายวงไปถึงทุนผูกขาด อำนาจเหนือตลาด เกษตรพันธสัญญา ความเหลื่อมล้ำ และโครงสร้างเศรษฐกิจที่ไม่เป็นธรรม

โดยเฉพาะในเฟซบุ๊ก บรรดาผู้รู้ทั้งหลายออกมาแสดงความคิดเห็นกันคึกคัก

อ่านแล้วก็ได้ความรู้เพิ่มขึ้นไม่น้อย

ซีพีเป็นทุนยักษ์ใหญ่ของเมืองไทย เรื่องนี้คงไม่มีใครเถียง ธุรกิจครอบคลุมตั้งแต่การเกษตร อาหาร ไปจนถึงค้าส่ง ค้าปลีก และโทรคมนาคม

จะวิจารณ์เรื่องการผูกขาด อำนาจเหนือตลาด หรือผลกระทบต่อเกษตรกรและผู้ประกอบการรายเล็ก ก็เป็นเรื่องที่ทำได้ มีอะไรไม่ชอบมาพากลก็ต้องตรวจสอบกันไป

แต่ผมอ่านความเห็นเหล่านั้นแล้วก็นึกถึงอีกด้านหนึ่งของซีพีขึ้นมา

ทุกวันนี้ถ้าอยากซื้อของกินของใช้ ใกล้บ้านก็มักมีเซเว่นอยู่สักแห่ง จะซื้อข้าวกล่อง น้ำดื่ม หรือของใช้เล็กๆ น้อยๆ ก็เดินเข้าไปซื้อได้

ไม่อยากออกจากบ้านก็เปิดแอปสั่งให้มาส่งถึงประตู

ผมเองก็ใช้บริการอยู่บ่อยๆ

นึกย้อนกลับไปเมื่อก่อน อยากกินข้าวสักกล่องตอนดึกๆ ก็ต้องออกไปหาร้านที่ยังเปิดอยู่ เดี๋ยวนี้หยิบมือถือขึ้นมากดไม่กี่ครั้งก็เรียบร้อย

อาหารพร้อมรับประทานก็มีให้เลือกสารพัด ไม่ใช่แค่ข้าวกล่องไม่กี่เมนูอย่างสมัยก่อน

ทั้งหมดนี้ต้องมีทั้งการลงทุน การพัฒนาสินค้า ระบบขนส่ง เทคโนโลยี และคนทำงานอีกจำนวนมาก

แน่นอนว่าซีพีทำธุรกิจเพื่อแสวงหากำไร ไม่ได้ทำบุญแจกของฟรีให้ชาวบ้าน

แต่ในเมื่อเขาลงทุนพัฒนาสินค้าและบริการจนคนใช้กันแพร่หลาย จะพูดถึงประโยชน์ที่ผู้บริโภคได้รับบ้างก็คงไม่เสียหายอะไร

ความสะดวกเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ข้อวิจารณ์เรื่องอำนาจตลาดหมดความสำคัญ

เพียงแต่เวลาพูดถึงทุนใหญ่กันอย่างเผ็ดร้อน ผมอยากให้มองเห็นด้านนี้อยู่ในภาพด้วย

พูดถึงซีพีแล้วก็นึกถึงบางคนในเฟซบุ๊ก

โพสต์วิจารณ์ซีพีกันเผ็ดร้อน ถึงขั้นรณรงค์บอยคอต ไม่ซื้อสินค้า ไม่เข้าเซเว่น

แต่ตกดึกหิวขึ้นมา เผลอแป๊บเดียวเข้าเซเว่นซื้อข้าวกล่องเสียแล้ว

อ้าว! ไหนว่าบอยคอต?

จะว่าไปก็ไม่ใช่เรื่องแปลกนักหรอก

เพราะในชีวิตประจำวัน คนเราต้องการทั้งของที่ซื้อได้สะดวก บริการที่ใช้ได้จริง และราคาที่พอจ่ายไหว

ไม่ได้มีแต่เซเว่นเท่านั้น ทุกวันนี้ยังมี Shopee, Lazada และแอปสั่งอาหารอีกสารพัด

ธุรกิจเหล่านี้มีทั้งเรื่องที่คนชอบและเรื่องที่คนบ่น พ่อค้าแม่ค้าก็บ่นเรื่องค่าธรรมเนียม ลูกค้าก็บ่นเรื่องค่าส่ง แต่ถึงเวลาก็ยังมีคนใช้บริการกันอยู่ทุกวัน

เพราะมันช่วยให้ชีวิตสะดวกขึ้นจริงๆ

ผมไม่ได้จะบอกว่าพอธุรกิจไหนมีคนใช้บริการมากแล้ว ห้ามใครวิจารณ์

ตรงกันข้าม ยิ่งธุรกิจใหญ่ มีอิทธิพลต่อชีวิตผู้คนมากเท่าไร ก็ยิ่งควรถูกตรวจสอบมากเท่านั้น

แต่ก็ไม่จำเป็นต้องพูดถึงกันราวกับว่าทุนใหญ่ไม่เคยทำอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนเลย

ที่น่าสนใจคือบรรดาผู้รู้บางท่านในเฟซบุ๊ก

เวลาพูดถึงทุนผูกขาดหรือความเหลื่อมล้ำ ก็มักแสดงตัวเป็นผู้ปกป้องชาวบ้านตัวเล็กตัวน้อยกันอย่างจริงจัง

ฟังแล้วก็อดทึ่งไม่ได้ แต่ละท่านมีคุณธรรมสูงส่ง พูดจาเสียหล่อเชียว

เสียดายที่มองโลกกันอยู่ด้านเดียว

เพราะชาวบ้านที่กำลังเป็นห่วงกันนั้น ไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่แต่ในคำอธิบายเรื่องโครงสร้างเศรษฐกิจ

เขาต้องทำงาน ต้องกินข้าว ต้องซื้อของ ต้องหาทางประหยัดทั้งเงินและเวลา

ถ้ามีบริการอะไรช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น เขาก็ใช้

ส่วนเรื่องบริษัทไหนมีอำนาจเหนือตลาด ทำอะไรไม่เป็นธรรม ก็ตรวจสอบกันต่อไป ไม่เห็นต้องเอามาปนกันจนพูดถึงข้อดีไม่ได้

ผมว่าแค่นี้ก็พอแล้ว

ชักหิวขึ้นมาแล้วสิ

เปิดแอปเซเว่นสั่งข้าวกะเพรามากินดีกว่า

ง่ายดี!

เสมอต้น
26 ตุลาคม 2569
📌เขียนถึงเสมอต้น: มีเรื่องอะไรอยากเล่า หรืออยากส่งมาคุยกัน เขียนมาได้ที่ [email protected] หรือ Inbox เพจ “เปิดซองออนไลน์” ไม่ต้องเป็นเรื่องใหญ่โตอะไรครับ เรื่องใกล้ตัว หรือเรื่องที่ค้างอยู่ในใจ เขียนมาเถอะ วันไหนซองมาถึง เราค่อยเปิดอ่านไปด้วยกัน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อนุทินกับเทา'

ไม่เพียงยุโรป..... ตอนนี้ “คนรวย” ทั่วโลกเหมือน “นกแตกรัง” จากสัญญาณเศรษฐกิจและสงคราม! ในหลายๆ ประเทศ

ดร.ประกาศิต รองผู้จัดการ สสส. งบกองทุน 4,000 ล้านต่อปี คุ้มค่า-ตรวจสอบได้

จากกรณีพรรคภูมิใจไทย โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ร่วมกับ สส.ของพรรคลงชื่อเสนอ "ร่างพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....หรือกฎหมายกองทุน สสส." ที่เป็นการเสนอแก้ไขกฎหมาย สสส.ฉบับปัจจุบันที่ออกมาเมื่อปี พ.ศ. 2544

อุทาหรณ์สอนใจจาก'จลาจลฝรั่งเศส'

เมื่อช่วงปีที่แล้ว...รองประธานาธิบดีอเมริกา นาย JD Vance ซึ่งยังคงหนุ่มๆ แน่นๆ และออกจะเป็นประเภท ปากแจ๋ว อยู่พอสมควร ถึงกับโดดขึ้นธรรมาสน์ เทศนา

สแกน 'โฆษก' ชายแดนใต้

การแต่งตั้ง “นายพัน” ตำแหน่ง รองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) ลงมาถึง สารวัตร (สว.) วาระประจำปี 2569 แม้ตามกฎ ตามระเบียบ ต้องเสร็จสิ้นภายในวันที่ 30 พ.ย. 2569 เพื่อให้คำสั่งมีผลพร้อมกันวันที่ 7 ธ.ค. 2569