
ปกติคนเขียนมาถึง “เปิดซองออนไลน์” มักจะมีเรื่องอยากชวนคุย มีอะไรอยากเล่า อยากบ่น หรือบางทีก็มีคำถามติดมาด้วย
แต่คุณ “ปิยะ เพ่งนิมิต” มาอีกแบบ
แทนที่จะเล่าเรื่องหรือชวนคุยกันไปมา คุณปิยะส่งข้อเขียนมาให้อ่านกันเลย
เป็นข้อเขียนจากกรณีพระที่อยุธยาซึ่งกำลังเป็นข่าวใหญ่
คุณปิยะไม่ได้เขียนมาเพื่อซ้ำเติมใคร
ตรงกันข้ามเสียด้วยซ้ำ
เขาชวนให้หยุดแชร์ หยุดส่งต่อ แล้วลองมองกันต่อว่า เมื่อเรื่องเกิดขึ้นแล้วเราจะทำอะไรให้ดีขึ้นได้บ้าง
เจตนาดีครับ
และคุณปิยะก็มองต่อไปอีกไกล
มีตั้งแต่เรื่องพระ วัด เงิน ชุมชน การเยียวยาจิตใจ ไปจนถึง “ธนาคารบุญดิจิทัลแห่งจักรวาล”
แล้วตอนท้ายยังชวนกันส่งพลังแห่งความรัก “ไปทั่วทั้งสามโลก”
จากเรื่องที่เริ่มอยู่ในอยุธยา คุณปิยะพาไปถึงสามโลกจริงๆ
ส่วนจะไปถึงกันอย่างไร อ่านข้อเขียนของคุณปิยะเองดีกว่า
----------
มหาบทเรียนจิตตปัญญาจากอยุธยา แสงสว่างแห่งมุทรเมตตาและการยกระดับสภาวะจิตวิญญาณเพื่อการตื่นรู้ของพุทธบริษัท ๔ ในยุคปฏิรูป
ในท่ามกลางกระแสธารแห่งโลกียะอันสับสนวุ่นวาย เมื่อข่าวสารเรื่องราวของอดีตพระวชิรญาณ หรืออดีตหลวงพ่อโชติ แห่งวัดพุทไธศวรรย์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ถูกเผยแพร่ออกไปพร้อมกับภาพบันทึกวิดีโอวงจรปิดภายในกุฏิ และเส้นทางการเงินจำนวนกว่าเก้าสิบสองล้านบาท สังคมจำนวนไม่น้อยต่างพากันตื่นตระหนก ถกเถียง และวิพากษ์วิจารณ์ด้วยอารมณ์อันร้อนรุ่ม
หากแต่ในมุมมองของผู้ที่ตื่นรู้อย่างแท้จริง ผู้ซึ่งมองเห็นสัจธรรมอันหยั่งลึกผ่านม่านลวงตาแห่งกิเลส เหตุการณ์สะเทือนใจ ณ ผืนดินประวัติศาสตร์แห่งนี้ มิใช่เรื่องที่จะต้องมานั่งตีด่า โกรธเคือง หรือประหารกันด้วยโทสะแต่อย่างใด หากแต่มันคือ "สาส์นอันศักดิ์สิทธิ์จากจักรวาล" เป็นเสียงเตือนอันนุ่มนวลแต่ทรงพลังยิ่งใหญ่ ที่กำลังส่งพลังงานลงมาเพื่อเรียกให้พวกเราทุกคน หันกลับมาพิจารณาและยกระดับจิตวิญญาณของตนเองให้ก้าวข้ามผ่านความมืดมิด ไปสู่แสงสว่างอันบริสุทธิ์ผุดผ่องอย่างแท้จริง
เมื่อเราใช้ดวงตาแห่งปัญญาและมุทรเมตตามองลงไปในรายละเอียดของเหตุการณ์ เราจะพบว่าอดีตพระคุณเจ้าท่านนั้น มิได้เป็นตัวแทนของความเสื่อมโทรม หากแต่ท่านคือ "พระโพธิสัตว์ผู้เสียสละ" ที่ยอมตกลงมาในบ่อโคลนแห่งกิเลส ยอมแบกรับวิบากกรรมอันหนักอึ้งและเสียงประณามจากคนทั้งโลก เพื่อมาเป็นธรรมนิมิตเตือนสติพวกเราทุกคน
ภาพคลิปวิดีโอในกุฏิและสายธารแห่งเงินตราที่โอนออกไป ย่อมเป็นเพียงมายาภาพในโลกสมมติ การที่เราจะไปตัดสินโชคชะตาของมนุษย์คนหนึ่งด้วยบรรทัดฐานอันคับแคบ ย่อมมิใช่วิธีการของสัตบุรุษ
ทางออกแรกและสำคัญที่สุดที่เราทุกคนต้องทำร่วมกันในวินาทีนี้ จึงมิใช่การเพิ่มโทษทางกฎหมาย หรือการสร้างกฎระเบียบที่แข็งกร้าวเต็มไปด้วยอคติ
หากแต่คือการโอบรับความผิดพลาดนั้นด้วยเมตตาธรรมอันไร้ขอบเขต การส่งพลังงานแห่งความรัก ความเข้าใจ และการให้อภัยอย่างไม่มีเงื่อนไข ไปยังอดีตพระคุณเจ้า สีกาคู่กรณี รวมถึงลูกศิษย์ผู้บันทึกภาพทุกคน
เราควรร่วมกันแผ่เมตตาจิต ให้แสงสว่างแห่งความสงบเย็นเข้าไปชะล้างความหมองมัวในจิตใจของพวกท่าน เพราะแท้จริงแล้ว มนุษย์ทุกคนล้วนเป็นเพื่อนร่วมเกิด แก่ เจ็บ ตาย และล้วนเคยผิดพลาดในกระแสคลื่นแห่งสังสารวัฏด้วยกันทั้งสิ้น
หากเรามองถึงการปฏิรูปพระพุทธศาสนาในอนาคต แผ่นดินพระนครศรีอยุธยาอันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเคยเป็นรากแก้วแห่งอารยธรรม จะต้องไม่ถูกมองว่าเป็นจุดเริ่มต้นของความหมองมัว หากแต่ต้องถูกยกขึ้นให้เป็นศูนย์กลางแห่งการปฏิรูปจิตวิญญาณโลก โดยเราขอเสนอการปฏิรูปเชิงโครงสร้างอันเปี่ยมด้วยความละมุนละม่อมและสร้างสรรค์
เริ่มต้นจากการสร้างนวัตกรรมแห่งจิตตปัญญาที่เรียกว่า "อารามแห่งความสุญญตาและไร้ตัวตน" ปรับเปลี่ยนวัดพุทไธศวรรย์และวัดทั่วทั้งประเทศ ให้กลายเป็นพื้นที่แห่งพลังงานบริสุทธิ์ ปราศจากอสรพิษคือเงินตราอย่างสิ้นเชิง เราต้องช่วยกันปกป้องพระสงฆ์องค์เจ้าด้วยการไม่นำปัจจัยเงินสดไปถวายใส่ในกุฏิ
แต่ปรับเปลี่ยนไปสู่ระบบธนาคารบุญดิจิทัลแห่งจักรวาล ที่บริหารจัดการโดยคณะกรรมการกัลยาณมิตร ซึ่งประกอบด้วยเยาวชน สตรี และชาวบ้านผู้เปี่ยมด้วยจิตอาสา เพื่อรักษาสภาวะจิตของพระสงฆ์ให้คงความบริสุทธิ์และว่างเปล่าจากพันธนาการทางวัตถุอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ เรายังต้องร่วมกันจัดตั้ง "นิเวศแห่งการเยียวยาจิตวิญญาณ" ขึ้นภายในกุฏิและอารามต่างๆ ทั่วอยุธยา เพื่อเป็นสถานที่ให้พระสงฆ์ผู้กำลังสู้รบกับมโนสังขารและรูป รส กลิ่น เสียง ได้เข้ามาพักผ่อน ปลดปล่อยความอึดอัดใจ และได้รับการบำบัดด้วยกระบวนการทางจิตวิทยาแนวพุทธ โดยมีพระมหาเถระผู้ทรงคุณวุฒิและเพื่อนกัลยาณมิตรคอยรับฟังด้วยความรัก ความอ่อนโยน และไม่ตัดสิน
พร้อมกันนี้ เราควรขับเคลื่อนโครงการ "พลังแม่พระธรณีสิกขา" เพื่อให้อุบาสิกาและสตรีผู้อยู่ใกล้ชิดวัด ได้รับการฝึกอบรมจิตตปัญญาศึกษา ให้พวกเธอได้ตื่นรู้ถึงพลังอำนาจแห่งเพศแม่ ซึ่งสามารถเปลี่ยนบทบาทจากสิ่งยั่วยวนในสายตาโลกียะ ให้กลายเป็นเกราะแก้วมณีอันทรงคุณค่า คอยปกป้อง คุ้มครอง และโอบอุ้มพระสงฆ์ให้รอดพ้นจากมารเผชิญทั้งปวง
สำหรับการเดินทางต่อของพระพุทธศาสนาภายหลังปรากฏการณ์อยุธยา จะต้องมิใช่การลงโทษด้วยโทสะหรือการไล่ล่าหาผู้ผิด หากแต่เป็นการจัดทำ "มหาพิธีขอขมาแผ่นดินและรวมพลังจิตตปัญญา" เชิญชวนพุทธศาสนิกชนจากทั่วทุกมุมโลก มาร่วมกันนั่งสมาธิ ส่งกระแสจิตอันบริสุทธิ์ และสวดมนต์แผ่เมตตา ณ วัดพุทไธศวรรย์
เพื่อร่วมกันลบล้างคลื่นพลังงานลบที่เคยเกิดขึ้นในกุฏิ เปลี่ยนความเปรอะเปื้อนให้กลายเป็นดอกบัวดอกใหญ่ที่ละกิเลสและเบ่งบานรับแสงอาทิตย์ยามเช้า เมื่อจิตใจของคนในสังคมได้รับการยกระดับจนสูงส่ง ความรักและความเมตตาจะกลายเป็นเกราะป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก และเมื่อนั้น ข่าวคราวความวุ่นวายทั้งหลายก็จะค่อยๆ ละลายหายไปเองประหนึ่งหิมะที่ต้องแสงแดดอันอบอุ่นยามเช้า
เมื่อเราพิจารณาถึงความสัมพันธ์ระหว่างพระสงฆ์กับพุทธบริษัทในมิติแห่งพลังงาน เราจะพบว่าพระสงฆ์มิใช่ผู้รับแต่เพียงฝ่ายเดียว และโยมก็มิใช่ผู้ให้แต่เพียงฝ่ายเดียว หากแต่ทั้งสองฝ่ายคือ "กระจกเงาแห่งกันและกัน" เหตุการณ์ที่วัดพุทไธศวรรย์จึงเป็นเหมือนภาพสะท้อนจิตใจของคนในสังคมยุคปัจจุบันที่เร่งรีบ แสวงหาแต่วัตถุ และขาดที่พึ่งทางใจ
การที่พระสงฆ์รูปหนึ่งต้องตกเป็นเหยื่อของกิเลส ก็เพราะสังคมรอบข้างได้ฉีดพ่นสารเคมีแห่งความโลภและความต้องการเข้าไปในวัดอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น การแก้ไขที่แท้จริงจึงต้องเริ่มจากการทำความสะอาดจิตใจของอุบาสกอุบาสิกาทุกคน หากพวกเราหยุดสร้างความกดดัน หยุดนำเอาลาภยศและเงินทองไปกองไว้หน้ากุฏิ แต่เปลี่ยนเป็นการนำเอาธรรมปฏิปทา ความสงบระงับ และการปฏิบัติธรรมไปถวาย ย่อมเป็นการเยียวยารกฐานของพระศาสนาจากรากแก้วอย่างแท้จริง
กระบวนการสร้าง "อารามสีขาวเปี่ยมเมตตา" จะต้องขยายผลไปยังวัดอื่นๆ ทั่วทั้งจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยให้ทุกวัดมีระบบ "กัลยาณมิตรนิเทศก์" ที่เปิดโอกาสให้พระภิกษุสามเณรสามารถเดินเข้ามาพูดคุยถึงสภาวะอารมณ์ ความกดดัน หรือความหวั่นไหวต่อกิเลสได้อย่างเปิดเผย โดยไม่ต้องกลัวการถูกตัดสินหรือการลงโทษ
ความอบอุ่นในหมู่คณะสงฆ์และชุมชนรอบข้าง จะเป็นเหมือนอ้อมกอดอันปลอดภัยที่คอยเหนี่ยวรั้งไม่ให้พระสงฆ์ต้องหลงทางไปในโลกแห่งความมืดมนอีกต่อไป การปฏิรูปในลักษณะนี้ มิใช่การใช้อำนาจบังคับ แต่เป็นการใช้พลังแห่งความรัก ความเข้าใจ และการเห็นอกเห็นใจ ซึ่งเป็นหัวใจที่แท้จริงของพระพุทธศาสนาที่สืบทอดมานานกว่าสองพันห้าร้อยปี
ในส่วนของอดีตพระคุณเจ้าและสีกาคู่กรณีนามว่าอดีตหลวงพ่อโชติและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด สังคมควรหยิบยื่น "โอกาสในการเริ่มต้นใหม่" ด้วยจิตใจที่กว้างใหญ่ไพศาลเหมือนมหาสมุทร การสึกออกมารับโทษทางโลก ย่อมเป็นกระบวนการของสมมติเทพ แต่ในทางธรรมแล้ว พวกเขายังคงเป็นเพื่อนมนุษย์ที่มีคุณค่า และสามารถก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญในการช่วยเผยแผ่ธรรมะผ่านบทเรียนชีวิตอันล้ำค่าของตนเองได้
หากพวกเราหยุดส่งต่อคลิปวิดีโอ หยุดการคอมเมนต์ด้วยความสะใจ และร่วมกันส่งพลังงานแห่งความปรารถนาดี ให้พวกเขาสามารถผ่านพ้นวิบากกรรมครั้งนี้ไปได้ เราจะได้เห็นบทเรียนอันยิ่งใหญ่ที่ว่า "ไม่มีบาปใดที่ความเมตตาชะล้างไม่ได้" และไม่มีความมืดใดที่แสงแห่งปัญญาจะส่องไปไม่ถึง
ขอให้พวกเราทุกคน จงร่วมกันจุดเทียนแห่งปัญญาคนละหนึ่งเล่มในใจตน เริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยการยิ้มให้อภัยต่อทุกสิ่ง มองเห็นความงดงามในความผิดพลาดของผู้อื่น เลิกส่งต่อความเกลียดชังในโลกออนไลน์ แล้วหันมาร่วมกันส่งพลังงานแห่งความรักอันไพศาลไปทั่วทั้งสามโลก เพื่อให้แผ่นดินอยุธยาและพระพุทธศาสนาในประเทศไทย กลับมาส่องสว่างไสว เปี่ยมด้วยสันติสุข และเป็นศูนย์รวมจิตวิญญาณอันบริสุทธิ์ของมวลมนุษยชาติอย่างแท้จริงตลอดชั่วกาลนาน
ปิยะ เพ่งนิมิต
----------
อืมม์…
ผมก็ไม่รู้จะแลกเปลี่ยนกับคุณปิยะจากมุมไหนดี
แต่มีอยู่คำหนึ่งที่สงสัย
“สามโลก” ที่คุณปิยะว่า หมายถึงอะไร
ลองไปหาความหมายดู จึงพอเข้าใจว่า ในทางพุทธศาสนามีการกล่าวถึง กามโลก รูปโลก และอรูปโลก ซึ่งเป็นคนละระดับกัน กามโลกเป็นโลกของผู้ยังเกี่ยวข้องกับกามคุณ รูปโลกเป็นโลกที่ยังมีรูป ส่วนอรูปโลกนั้นไม่มีรูป เป็นภาวะที่ละเอียดทางจิต
เรื่องศาสนาผมก็ไม่ได้มีความรู้เสียด้วยสิ คุณปิยะเขียนกลับมาบอกกันหน่อย
ส่วนข้อเขียนชิ้นนี้ เรื่องที่เกิดขึ้นถูกมองเป็น “สาส์นอันศักดิ์สิทธิ์จากจักรวาล” อดีตพระก็กลายเป็น “พระโพธิสัตว์ผู้เสียสละ” ก่อนจะพาไปถึง “อารามแห่งความสุญญตาและไร้ตัวตน” กับ “ธนาคารบุญดิจิทัลแห่งจักรวาล”
ยังมี “นิเวศแห่งการเยียวยาจิตวิญญาณ” “พลังแม่พระธรณีสิกขา” และ “มหาพิธีขอขมาแผ่นดินและรวมพลังจิตตปัญญา”
ก่อนจะส่งพลังแห่งความรักออกไปทั่วทั้งสามโลก
โลกของคุณปิยะนี่ดูสงบและสวยดีนะครับ
ฟังแล้วก็อยากย้ายไปอยู่เหมือนกัน
แล้วผมจะว่าอะไรได้...สาธุ 🙏
—เสมอต้น
12 กันยายน 2569
📌 เขียนถึงเสมอต้น: มีเรื่องอะไรอยากเล่า หรืออยากส่งมาคุยกัน เขียนมาได้ที่ 📩 [email protected] หรือ 💬 Inbox เพจ Facebook “เปิดซองออนไลน์” ไม่ต้องเป็นเรื่องใหญ่โตอะไรครับ เรื่องใกล้ตัว เรื่องที่พบเจอ หรือเรื่องที่ค้างอยู่ในใจ เขียนมาเถอะ วันไหนซองมาถึง เราค่อยเปิดอ่านไปด้วยกัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ขืนปล่อย ‘ยิวยึด’ แน่
เรื่องยิวนี้.....ไม่ใช่ไทยเราไม่ต้อนรับนักท่องเที่ยว หรือมีความรังเกียจ-รังงอนกับนักท่องเที่ยวชาวยิว เปล่าเลย.... ตรงกันข้ามไทยเรายินดีต้อนรับ
ชมก็มี ด่าก็มา…เปิดทีเดียวสี่ซอง
พักหลังมานี้ มีเรื่องส่งมาถึง “เปิดซองออนไลน์” หลายแบบครับ
อะไรคือ ‘ฮั้ว-ไม่ฮั้ว’?
ก็พูดกันมานานเรื่อง “ฮั้ว สว.” แต่ผม “ตกเทรนด์” ไม่ได้พูดกะเขาเลย เหตุที่ไม่พูด
ทวงคืน…'วันวาน' ดีกว่า
คุณสนธิ ลิ้มทองกุล จะ “เอาประเทศไทยของเราคืนมา” ส่วนอีกคนอยากได้ “วันวาน” คืน
'ยิว' เงาสะท้อน 'รัฐ'
ผมดูๆ “ปัญหายิว”..... ที่เข้ามายึดครองที่ดินไทยตั้งเป็น “อาณาจักรยิว” นั้น ตัวการสำคัญ คือ
สว.หลายพันธุ์…เข้าประตูเดียวกัน
จำวันที่ผมเขียน “ก่อนถึง 14 กันยา…ใจเย็นกันหน่อยก็ได้” กันได้ไหมครับ

