
ผมดูๆ “ปัญหายิว”.....
ที่เข้ามายึดครองที่ดินไทยตั้งเป็น “อาณาจักรยิว” นั้น
ตัวการสำคัญ คือ
เจ้าหน้าที่ “ฝ่ายปกครอง” ในแต่ละพื้นที่
ไล่ลงไปตั้งแต่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. ปลัดอำเภอ
เรื่อยไปถึง “ระดับจังหวัด” นั่นแหละ
ถ้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง “เคร่งครัด-สัตย์ซื่อ”
พวกยิวมันจะมาซื้อที่ดิน ซื้อเกาะ
สร้างโรงแรม สร้างบ้านจัดสรร ตั้งเป็น “ชุมชนยิว”
มี ชาบัด เฮาส์ หรือ “โบสถ์ยิว”
กระจายไปทั่วทุกภาคในประเทศได้อย่างไร?!
ที่พูดกันมากตอนนี้ ที่สุขุมวิท ๒๒ เขตคลองเตย
อนุญาตให้สร้าง “โบสถ์ยิว” เป็นอาคาร ๕ ชั้น
แถมมี “ชั้นใต้ดิน” อีก ๓ ชั้น!
นี่มันเป็น “โบสถ์” หรือ “แหล่งซ่องสุม” กันแน่?
ทั้งราคาที่ดิน, ค่าก่อสร้าง ตกหลายพันล้าน
นี่เฉพาะแห่งเดียว ยังไม่นับอีกเป็นสิบแห่ง
เหล่านี้ บอกอยู่ในตัวว่า...
พวกยิวมี “เงินสนับสนุน” มหาศาล!
ทั้งหมดนี้ ก็เพราะมันมี “เป้าหมาย”
ยิวจึงใช้ “ผีโม่แป้ง” ได้สบายๆ
ซื้อที่ดินไทยได้ มีบัตรประชาชนได้
อีกหน่อย ก็ลงสมัคร สส.เป็นนายกฯ ได้
เพราะคนไทย ไม่มีอะไรสามารถซื้อได้
นอกจาก “เงิน”!
การที่ยิวกระจายไปตั้งชุมชนทั่วทุกภาค
มันบ่งบอกอะไร....
ถ้าไม่มีแผน “ค่อยๆ เขมือบก่อนกลืน”!
นี่แค่ขั้นค่อยๆ เขมือบ
มันยังโอหัง “ที่นี่ของยิว ห้ามคนไทยเข้า”
ถ้าปล่อยให้มันเข้ามาอยู่กันเป็นแสนๆ
มันก็คงประกาศ...ที่นี่ “แผ่นดินพันธสัญญา”
แล้วมันก็ขับไล่คนไทยออกไป
เหมือนที่ยิวทำกับ “ชาวปาเลสไตน์”
เร่ร่อนมา ปาเลสไตน์สงสาร ก็ให้อาศัย
พอได้ไออุ่น...ยิวก็ไล่ฆ่าชาวปาเลสไตน์
แล้ว “ยึดกาซา” เป็นแผ่นดิน “พันธสัญญา”!
แต่ไทยเรา...
แผ่นดินนี้ “แม่พระธรณี” เฮี้ยนนัก
เมื่อข้าราชการและคนไทยส่วนหนึ่ง
ตกเป็นทาสเงินชาวต่างชาติ
โดยเฉพาะชาวยิว
รวมหัวกัน “ทำผิดให้เป็นถูก”
ต่างชาติ “ซื้อที่ดิน” ไม่ได้
ก็ทำให้ซื้อได้.....
โดยทนาย, นักบัญชีและคนรัฐ
แต่เพราะแม่พระธรณี...เฮี้ยน
ท่านไม่ยอม...
จึงปลุกให้ชาวบ้านแต่ละชุมชน
ต่อต้านสกัดกั้นก่อนมันจะฮุบหมด
ตอนนี้...ที่ภูเก็ต
“หัวเด็ดตีนขาด” ต้านยิวนับพัน
ไม่ให้เข้ามาจัดงาน “ปีใหม่ยิว”!
ที่บางคล้า ฉะเชิงเทรา
ตั้งบริษัทบังหน้าซื้อที่ทำ “สุสานยิว”
ถ้าชาวบางคล้าไม่ลุกขึ้นมาต่อต้าน
“บางคล้า” ก็จะเป็น “ป่าช้า” ฝังผียิว
เห็นผู้ว่าฯ ให้เวลา ๗ วัน...
ต้องย้ายศพที่มีอยู่ ๔ ศพ ออกไป
เส้นตาย ๑๔ กันยา.
ก็คอยดูซิว่า...ยิวจะขุดผีจากหลุมหรือไม่
เรื่องนี้ ต้องชมท่าน “สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” รองนายกฯ และรัฐมนตรีต่างประเทศ
วานซืน (๘ ก.ย.)
"ดร.อะโลนา ฟิชเชอร์-คัมม์” เอกอัครราชทูตอิสราเอล ประจำประเทศไทย
ได้เข้าหารือถึงความขัดแย้งระหว่างคนไทยกับชาวอิสราเอล ที่กระทรวงการต่างประเทศ
เมื่อเสร็จสิ้นการหารือ
ท่านสีหศักดิ์ให้สัมภาษณ์นักข่าวแบบ “เหล็กหุ้มกำมะหยี่”
โดยท่านเริ่มต้นว่า....
“ได้พูดคุยอย่างตรงไปตรงมา ถึงเหตุการณ์ต่างๆ
เกี่ยวข้องกับคนอิสราเอลที่ส่งผลกระทบต่อคนไทย
การกระทำบางอย่าง...
ที่กระทบต่อความรู้สึกของคนไทย
กระทบต่อวัฒนธรรมประเพณี
และความเป็นอยู่ของคนไทยในพื้นที่
โดยเฉพาะในพังงา ภูเก็ต
ที่ชาวอิสราเอลรวมตัวเป็นชุมชน
ประเด็นเหล่านี้ ผมได้เรียนกับท่านทูตว่า
เป็นเรื่องที่เราจะนิ่งนอนใจไม่ได้”
ท่านกล่าว เนิบๆ ช้าๆ แต่หนักแน่นและชัดเจน
ก่อนที่จะเอ่ยคำกับนักข่าวต่อว่า...
“ประเทศไทยยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยว
แต่ไม่ได้หมายความว่า
นักท่องเที่ยวจะสามารถทำได้ตามอำเภอใจ
ชาวอิสราเอลควรจะเคารพประเพณี
และวิถีชีวิตของคนไทยมากกว่านี้
และหากเกิดการกระทำที่ผิดกฎหมาย
ทางการไทย.....
จำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด”
“นาบหนักๆ” ด้วยยิ้มสไตล์ “สีหศักดิ์” แล้ว
ท่านก็ “นวดนิ่มๆ” ต่อ
“ไทยและอิสราเอลมีความร่วมมือกันหลายด้าน
ทั้งความมั่นคง การเกษตร
และการส่งแรงงานไทยไปอิสราเอลกว่า ๖ หมื่นคน
จึงควรจะป้องกัน
ไม่ให้มีเรื่องที่กระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
วันนี้ ผมได้พูดคุยอย่างตรงไปตรงมา
และขอให้ทูตอิสราเอลอย่าได้นิ่งนอนใจ
และได้อธิบายให้เข้าใจถึงความรู้สึกของคนไทย
เราให้ความสำคัญเรื่องการท่องเที่ยว
แต่ว่า...ไม่ใช่เรื่องรายได้อย่างเดียว
ต้องเคารพในศักดิ์ศรีเกียรติภูมิของประเทศไทยด้วย”
ตรงนี้ ผมขอเว้นวรรค เพื่อ “ซี้ดดดด” แล้วฟังต่อนะ
“ทูตอิสราเอลได้รับปากว่า
จะชี้แจงให้ชาวอิสราเอลได้รับทราบ
โดยทำเอกสารแนะนำ
เกี่ยวกับการท่องเที่ยวในประเทศไทย
แจกจ่ายที่สถานทูต, บริษัททัวร์ของอิสราเอล
และสายการบิน
ที่นำนักท่องเที่ยวอิสราเอลมาประเทศไทย”
ครับ...
นับว่า เบ็ดเสร็จ สะเด็ดน้ำ ในท่าทีของไทย
ส่วนท่านทูต “อะโลนา ฟิชเชอร์-คัมม์”
จบการสนทนาธรรมกับท่านสีหศักดิ์แล้ว
ก็กลับออกไปแบบ “ดวงตาเห็นธรรม”!
และไปให้สัมภาษณ์ PPTV ในประเด็น
คนไทยกับอิสราเอล ขัดแย้งกันในหลายพื้นที่
โดยเฉพาะ “พื้นที่ภาคใต้”
ท่านทูตอิสราเอล ยืนยันว่า
“นักท่องเที่ยวอิสราเอลส่วนใหญ่
เป็นนักท่องเที่ยวคุณภาพ
ได้รับการต้อนรับจากชาวไทยเป็นอย่างดี
แต่ก็ต้องยอมรับว่า....
มีชาวอิสราเอลบางคนที่มีความประพฤติแย่ๆ
เพราะไม่เข้าใจวัฒนธรรมและกฎหมายไทย”
แต่ท่านทูตมองว่า....
“ที่มีการเผชิญหน้าระหว่างคนทั้ง ๒ ชาติ
ไม่สามารถอธิบายได้ว่าเป็น 'ความขัดแย้ง'
น่าจะเกิดความ 'เข้าใจผิด' มากกว่า"
ก่อนหน้านี้ มีประเด็นร้อนแรง
จากที่ “นายพลพีร์ สุวรรณฉวี” รมช.มหาดไทย
ไปตรวจสอบ “ชาบัด เฮาส์” ที่ภูเก็ต
มีชาวอิสราเอลออกมาอ้างว่า...
“ที่ดินดังกล่าวเป็นพื้นที่ของอิสราเอล”
และกรณีพิพาทที่ดินกับชาวไทยหลายพื้นที่
“ดร.ฟิชเชอร์-คัมม์” ตอบคำถามประเด็นนี้ว่า
“คำพูดที่ว่า 'ที่นี่เป็นพื้นที่ของอิสราเอล'
ไม่ชัดเจนว่าใครเป็นคนพูดขึ้นมา?
แต่ไม่ว่าจะเป็น 'ชาบัด เฮาส์'
หรือสถานที่ใดก็ตาม
ล้วนตั้งอยู่ใน 'แผ่นดินไทย'
ไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับพื้นที่ของอิสราเอล”
และยืนยันว่า....
“อิสราเอลไม่ได้บุกไทยหรือล่าอาณานิคมไทย
เหมือนที่เล่ากันในโซเชียลมีเดีย
หรือนำความขัดแย้งจากตะวันออกกลางมาสู่ไทย"
และยังกล่าวว่า....
“ชาบัดเปิดต้อนรับคนไทยที่ต้องการเข้าไปดู”!?
ประเด็นการใช้ “นอมินี” ทำธุรกิจ
ซึ่งผิดกฎหมายไทย
ท่านทูตกล่าวว่า “จะไม่ปกป้องชาวอิสราเอลที่ทำผิดกฎหมาย”
แต่มองว่า....
“ไม่ควรเลือกปฏิบัติต่อชาวอิสราเอลเพียงอย่างเดียว”
ครับ....
ที่ท่านทูตกล่าวถ้อย ก็มีส่วนถูกในหลักการ
แต่ในทางปฏิบัติ กระเดียดไปทางตรงกันข้าม!
ฉะนั้น ทางการไทย...โดยรัฐบาล
ต้อง “ขึงตึง" และ “เคร่งครัด” ไว้
ถ้าปล่อยให้ “เงินยิว” ง้างได้เมื่อไหร่
“เชื้อชาติยิว สัญชาติไทย” จะครองเมือง!
อย่าให้ “ประวัติศาสตร์ยิว”....
“เกิดซ้ำรอย” ในประเทศไทย
ไทยนั้น “ระแวง” อย่างเดียวน้อยไป
ต้อง “ระวัง” ให้มากเข้าไว้ด้วย!
-เปลว สีเงิน
๑๐ กันยายน ๒๕๖๙
คนปลายซอย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สว.หลายพันธุ์…เข้าประตูเดียวกัน
จำวันที่ผมเขียน “ก่อนถึง 14 กันยา…ใจเย็นกันหน่อยก็ได้” กันได้ไหมครับ
'คุณแม่บุญเรือนฯ'
เพราะ “ฝนร้อน-คนแล้งใจ” ทำให้เหตุการณ์บ้านเมืองช่วงนี้กระเดียดไปทางวิปริต แถมมี “คนบ้า” ออกมาจับคู่ทะเลาะกัน
'รีดไขมัน' ระวัง 'เนื้อดี' หายไปด้วย
เมื่อวานพักซองไปคุยเรื่องปราบโกงกันเสียยาว วันนี้กลับมาเปิดซองตามที่บอกไว้ครับ
สนธิ “ทวงประเทศคืน”
“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ “นายอนุทิน ชาญวีรกูล”
ปราบโกง…จับคนแล้วต้องจับทาง
จดหมายที่รอเปิดยังมีอยู่หลายฉบับครับ แต่วันนี้ขอพักไว้ก่อนสักวัน พอดีเมื่อวาน 6 กันยายน เป็น “วันต่อต้านคอร์รัปชัน” ของไทย เลยมีเรื่องอยากชวนคุยเสียหน่อย
'ทำไมคนเกลียดยิว?'
“ยิว/อิสราเอล” นี่..... คงรู้ว่าประเทศไทยในศตวรรษที่ ๒๑ คนไทยจะกลายเป็น “คนส่วนน้อย” ในประเทศตัวเอง!

