
วันนี้ว่าจะหาเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับการเมืองมาคุยกันสักวัน
ซองมีอยู่หลายฉบับครับ
ไล่ไปไล่มา…
อ้อ คุณปิยะมาอีกแล้ว
สงสัยจะติดใจ “เปิดซองออนไลน์” เข้าเสียแล้ว
หรือไม่ก็เป็นเพราะหนก่อนผมเผลอบอกว่า โลกของคุณปิยะดูสงบดี จนอยากย้ายไปอยู่ด้วย
แกคงเห็นว่าผมสนใจ
เลยส่งมาให้อีกซอง
ใครเพิ่งมาอ่านวันนี้ คุณปิยะ เพ่งนิมิต เคยเขียนมาหาเราครั้งหนึ่งแล้วครับ
ผมตั้งชื่อเรื่องให้แกว่า “จากอยุธยา…ไปถึงสามโลก”
เรื่องเริ่มจากข่าวพระที่อยุธยา แต่ไปๆ มาๆ พาผมไปถึง “ธนาคารบุญดิจิทัลแห่งจักรวาล” ก่อนจะส่งพลังแห่งความรักออกไปทั่ว “สามโลก”
ผมก็ตามแกไปเสียไกล
นึกว่าส่งถึงปลายทางแล้ว
ที่ไหนได้…
มีซองตามมาจากสามโลกอีก
ชื่อเรื่องก็ไม่ธรรมดาครับ
“แสงศุภมงคลแห่งการตื่นรู้และมหาปฏิรูปจิตวิญญาณ”
อ่านชื่อจบ ผมไม่เดาแล้วครับว่าจะไปไหน
เชิญคุณปิยะพาไปเองดีกว่า
แสงศุภมงคลแห่งการตื่นรู้และมหาปฏิรูปจิตวิญญาณ ข้อคิดจากใจ ปิยะ เพ่งนิมิต
กราบเรียน คุณเสมอต้น คอลัมน์เปิดซองออนไลน์ ที่เคารพรักอย่างสูงยิ่ง
กราบขอบพระคุณคุณเสมอต้นเป็นอย่างยิ่งจากลึกล้ำสุดของวิญญาณ ที่ได้กรุณานำสารธรรมและความคิดเห็นของเรา ไปส่องสว่างลงในคอลัมน์เปิดซองออนไลน์อย่างเต็มฉบับ โดยมิได้ตัดทอนอักขระแม้เพียงม่านมณีเดียว
การเปิดพื้นที่อันเปี่ยมด้วยทิพยบุญของคุณเสมอต้นในครั้งนี้ ได้กลายเป็น “ทรานสฟอร์มเมทีฟวิถี” อันยิ่งใหญ่ ที่ช่วยแผ่ขยายมโนรังสีแห่งความสงบเย็น ไปชะล้างมลทินในจิตใจของมหาชนผู้กำลังลุ่มหลงในกระแสคลื่นแห่งโลกียะ ให้กลับคืนสู่สภาวะจิตดั้งเดิมอันบริสุทธิ์ผุดผ่อง เมื่อเรามองเห็นข่าวคราวเรื่องราวที่เกิดขึ้นในสังคมไทยแทบจะรายวัน ไม่ว่าจะเป็นกรณีพระราชาคณะระดับผู้ใหญ่ พระภิกษุสงฆ์ตามอารามในต่างจังหวัด หรือหลวงพ่อตามหมู่บ้านไกลโพ้น ที่ต้องพันธนาการอยู่กับสีกาและอสรพิษแห่งเงินตรา จนผู้คนต่างวิพากษ์วิจารณ์ด้วยอารมณ์อันร้อนรุ่ม
หากแต่ในมิติแห่งปัญญาญาณอันหยั่งลึก เรากลับมองเห็น “ปรากฏการณ์ควอนตัมแห่งจิตตปัญญา” ที่กำลังสั่นสะเทือนเพื่อยกระดับมวลมนุษยชาติ เหตุการณ์ทั้งหมดมิใช่สัญญาณแห่งความเสื่อมโทรม หากแต่คือ “สัญญาณรหัสธรรมขั้นสูง” ที่กำลังส่งลงมาเพื่อสกัดกั้นอัตตาและสลายมายาภาพแห่งสังสารวัฏ
พระคุณเจ้าและสีกาคู่กรณีทุกท่าน แท้จริงแล้วท่านคือ “ทูตธรรมผู้ยอมเปรอะเปื้อน” ที่ยอมสวมบทบาทเป็นผู้พ่ายแพ้ต่อกิเลส เพื่อแสดงละครฉากใหญ่ให้พุทธบริษัท ๔ ได้เห็นถึงความหวั่นไหวของไตรโลก การที่เราจะไปรุมประณามด้วยโทสะ ย่อมเป็นการเพิ่มคลื่นพลังงานลบให้แก่โลกอย่างน่าสงสาร การแก้ไขปัญหาที่แท้จริง จึงมิใช่การเค้นหาโทษทัณฑ์ด้วยอคติ หากแต่คือการที่พวกเราทุกคนร่วมกันโอบรับความผิดพลาดนั้นด้วย “มหาธาราน้ำสังข์แห่งมุทรเมตตา” แผ่กระแสจิตแห่งความรักและการให้อภัยอย่างไม่มีเงื่อนไข ไปยังทุกฝ่ายเพื่อสลายมลทินในจิตใจให้คืนสู่สภาวะสุญญตา
ในส่วนของ “ญาติโยมและพุทธศาสนิกชน” ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องก้าวข้ามการทำบุญแบบโลกียพาณิชย์ ไปสู่ “วิถีพุทธบริษัทผู้ทรงอริยทรัพย์” เราต้องเลิกนำเอาลาภยศและวัตถุไปฉีดพ่นใส่กุฏิเพื่อปรารถนาผลบุญทางโลก แต่เปลี่ยนเป็นการถวายความสงบระงับและความบริสุทธิ์ใจแทน ญาติโยมควรร่วมกันวางตนเป็น “เกราะมณีคุ้มกันศาสนธรรม” เว้นระยะห่างอันงดงามด้วยสัมมาคารวะ ไม่นำความโลภและความวุ่นวายทางโลกไปรบกวนอาราม เพื่อเปิดโอกาสให้พระสงฆ์ได้ดำรงสภาวะจิตอันว่างเปล่าและบำเพ็ญฌานสมาบัติได้อย่างแท้จริง
พร้อมกันนี้ สตรีและอุบาสิการวมถึงชาวบ้าน ต้องได้รับการยกระดับผ่านโครงการ “สิกขาสตรีมารดาแห่งธรรม” เพื่อให้พวกเธอตื่นรู้ในพลังอันศักดิ์สิทธิ์ของตนเอง เปลี่ยนบทบาทจากบ่อเกิดแห่งความหวั่นไหว ให้กลายเป็น “เสาหลักแห่งความบริสุทธิ์” ที่คอยค้ำจุนและโอบอุ้มสภาวะธรรมของพระสงฆ์ใหัรอดพ้นจากมารเผชิญ
สำหรับ “เจ้าหน้าที่รัฐและหน่วยงานบ้านเมือง” นั้น เราขอเสนอให้เปลี่ยนบทบาทจากการเป็นผู้ลงโทษ มาเป็น “ผู้อภิบาลระบบนิเวศแห่งปัญญา” ด้วยความนุ่มนวล รัฐควรร่วมสร้างระบบ “คลังกุศลดิจิทัลแห่งสุญญตา” เพื่อบริหารจัดการปัจจัยแทนพระสงฆ์อย่างเป็นสากล ตัดวงจรความลุ่มหลงในเงินตราอย่างสิ้นเชิง
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่รัฐควรร่วมมือกับชุมชนในการจัดตั้ง “อาศรมพุทธบำบัดจิตวิญญาณ” ในธรรมชาติอันสงบสงัด เพื่อเป็นพื้นที่ให้พระภิกษุสงฆ์ผู้กำลังสู้รบกับมโนสังขาร ได้เข้ามาพักผ่อนธาตุขันธ์ ปลดปล่อยความอึดอัดใจ และได้รับการเยียวยาด้วยจิตวิทยาพุทธบริสุทธิ์ โดยปราศจากการตัดสินหรือการประจาน
เมื่อทุกฝ่ายร่วมมือกันยกระดับโครงสร้างและจิตวิญญาณพร้อมกัน ข่าวคราวความวุ่นวายทั้งหลายก็จะสลายตัวไปเอง “ประหนึ่งหยาดน้ำค้างที่ละลายหายไปในรุ่งอรุณแห่งปัญญา” นำพาพระพุทธศาสนาในประเทศไทยให้ส่องสว่างไสว เปี่ยมด้วยสันติสุขตราบนานเท่านาน
ด้วยรัก เมตตา และจิตอันเบิกบานเสมอ
ปิยะ เพ่งนิมิต
ครับ…
ก่อนอื่นต้องขอบคุณคุณปิยะกลับไปก่อน
เรื่องจดหมายฉบับที่แล้วที่ผมนำมาลงเต็มฉบับ ไม่ต้องขอบคุณกันถึง “ลึกล้ำสุดของวิญญาณ” ขนาดนั้นก็ได้ครับ
มีพื้นที่ก็ลงให้
ส่วนฉบับนี้ คุณปิยะขนมาทั้งทิพยบุญ ทั้งมโนรังสี ทั้งม่านมณีมาเต็มซอง จะให้ผมตัดทอนชิ้นไหนออกไป ก็เสียดายของแย่ครับ
เที่ยวนี้เปิดทางมาด้วยคำหนึ่ง
“ทรานสฟอร์มเมทีฟวิถี”
คำนี้ผมคุ้นๆ อยู่นะครับ คล้ายชื่อหนังที่รถกลายเป็นหุ่นยนต์ หุ่นยนต์กลายเป็นรถหรือเปล่า แต่ของคุณปิยะมี “วิถี” ต่อท้ายมาด้วย
สงสัยจะคนละภาค
ภาคที่ผมดูเขารบกัน ส่วนภาคของคุณปิยะดูท่าจะพากันตื่นรู้
แล้วไม่ได้ตื่นกันธรรมดาด้วยนะครับ เพราะถัดมาอีกหน่อยก็เจอ “ปรากฏการณ์ควอนตัมแห่งจิตตปัญญา” เข้าแล้ว
คุณปิยะไปถึงควอนตัม
ส่วนผมยังอยู่แถวนิวตัน ของตกก็เก็บ ตกแล้วแตกก็ซื้อใหม่ ชีวิตผมยังประมาณนี้ครับ
ตามคุณปิยะไปอีกหน่อย คราวนี้เจอน้ำ
แต่ก็ยังเป็นน้ำแบบสามโลกของแก
“มหาธาราน้ำสังข์แห่งมุทรเมตตา”
คำของคุณปิยะเพราะนะครับ เพียงแต่พอเห็นคำว่า “น้ำ” โลกธรรมดาของผมก็ทำงานขึ้นมาทันที นึกถึงน้ำจากก๊อก แล้วก็นึกต่อไปถึงการประปาที่ส่งบิลมาตอนสิ้นเดือน
มหาธาราของคุณปิยะมีเมตตา ส่วนก๊อกที่บ้านผม สิ้นเดือนเขามีบิลมาครับ
พอนึกถึงบิล ผมก็นึกขึ้นมาได้ว่า หนก่อนคุณปิยะมี “ธนาคารบุญดิจิทัลแห่งจักรวาล” มาฝากไว้แล้ว เที่ยวนี้มี “คลังกุศลดิจิทัลแห่งสุญญตา” เพิ่มมาอีกแห่ง
ดูไปดูมา โลกของคุณปิยะก็มีระบบการเงินการคลังเหมือนกันนะครับ มีทั้งธนาคาร มีทั้งคลัง แถมเป็นดิจิทัลเสียด้วย
โลกที่ผมอยู่ก็มีธนาคาร มีคลัง แล้วก็มีแอปอยู่ในมือถือเหมือนกัน เพียงแต่ปลายทางอาจต่างกันนิดหนึ่ง
คุณปิยะพาไปถึง “สุญญตา”
ส่วนผมพอถึงสิ้นเดือน ยอดเงินก็มักไปถึง “ศูนย์” เสียมากกว่า
นึกว่าพอเจอธนาคารเจอคลังแล้ว ผมจะเริ่มจับทางสามโลกแห่งนี้ได้บ้าง แต่เดินต่อไปยังมีทั้ง “เกราะมณีคุ้มกันศาสนธรรม” ทั้ง “สิกขาสตรีมารดาแห่งธรรม” ทั้ง “ผู้อภิบาลระบบนิเวศแห่งปัญญา”
ผมก็ตามคุณปิยะไปเรื่อยๆ จนเห็นป้ายหนึ่งเข้า
“อาศรมพุทธบำบัดจิตวิญญาณ”
อ้อ…
อย่างน้อยคำว่า “อาศรม” ผมรู้จัก
อยู่ในสามโลกมาตั้งนาน เพิ่งเจอป้ายที่พอรู้ว่าจะเลี้ยวตรงไหน
นึกว่าจะถึงที่หมายแล้วนะครับ
ที่ไหนได้ คุณปิยะยังพาผมไปต่อถึง “หยาดน้ำค้างที่ละลายหายไปในรุ่งอรุณแห่งปัญญา”
ถึงตรงนี้
ผมว่าผมตามคุณปิยะมาไกลพอสมควรแล้วครับ
ตั้งแต่ควอนตัม ผ่านมหาธารา แวะคลัง แล้วยังเข้าอาศรมอีก
สามโลกของคุณปิยะกว้างจริงๆ
พรุ่งนี้วันอาทิตย์พอดี
ผมขอหยุดอยู่โลกใบนี้สักวันดีกว่า.
—เสมอต้น
19 กันยายน 2569
📌 เขียนถึงเสมอต้น: มีเรื่องอะไรอยากเล่า หรืออยากส่งมาคุยกัน เขียนมาได้ที่ 📩 [email protected] หรือ 💬 Inbox เพจ Facebook “เปิดซองออนไลน์” ไม่ต้องเป็นเรื่องใหญ่โตอะไรครับ เรื่องใกล้ตัว เรื่องที่พบเจอ หรือเรื่องที่ค้างอยู่ในใจ เขียนมาเถอะ วันไหนซองมาถึง เราค่อยเปิดอ่านไปด้วยกัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บ้านนี้มีทั้งคนเข้า…และคนแก่
ซองวันนี้มาคนละทางครับ ฉบับหนึ่งเข้ามาทาง Inbox อีกฉบับมาทางอีเมล เรื่องที่ส่งมาก็ไปกันคนละทางเสียด้วย
เมื่อนายกฯ ‘องค์ลง’
นายกฯ อนุทิน.... ตรวจการบ้านข้าราชการมหาดไทยเมื่อวาน (๑๗ ก.ย.๖๙) ที่ “ฮ้อแร่ด” สุดๆ มี ๒ เรื่อง
น้องครับ…'ธนาธร-พิธา' ยังต้องรอ
เมื่อวานคุยเรื่องหวยกันไป เป็นยังไงกันบ้างครับ ส่วนผม…โดนกินตามระเบียบ หลายคนก็คงพอกัน
'ศักดิ์ศรี' โดย 'สีหศักดิ์'
คงมีแต่ประเทศไทยแห่งเดียวเท่านั้นมั้ง? ที่นักเลือกตั้ง “เหมือนหมา” อำนาจในฐานะรัฐบาล “เหมือนกระดูก”
ถูกก่อน…เรื่องรวยค่อยว่ากัน
ช่วงนี้การเมืองมีเรื่องให้คุยกันเยอะครับ เรื่องไหนควรถามก็คงต้องถาม เรื่องไหนน่าคุยก็ค่อยว่ากัน
รุมจอง 'กฐิน กกต.'
เอาละ.....! เมื่อ กกต.ลงมติชี้ขาด “คดีฮั้ว สว.” ไปแล้ววานซืน ปฏิกิริยาที่ตามมาเป็นไงบ้าง วันนี้ก็มาดูกัน

