ศาลจบแต่ส้มไม่จบ

ตามคาด...

วานนี้ (๒๘ กันยายน) ศาลรัฐธรรมนูญลงมติคดี “บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด” บนบัตรเลือกตั้ง ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ไม่ละเมิดสิทธิประชาชน

ไม่มีเลือกตั้งใหม่

กกต.รอด!

คดีนี้ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งคำร้องของผู้ร้องเรียน เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญว่า การที่ผู้ถูกร้อง ๓ รายคือ

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผู้ถูกร้องที่ ๑

สำนักงาน กกต. ผู้ถูกร้องที่ ๒

และเลขาธิการ กกต. ผู้ถูกร้องที่ ๓

ได้กำหนดรูปแบบบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ โดยปรากฏรหัสคิวอาร์ (QR Code) บนบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และปรากฏรหัสแท่ง (Barcode) บนบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ หลายมาตราครับ

มาตรา ๕๐ (๗)            

มาตรา ๘๓ วรรคสอง

และมาตรา ๘๕ วรรคหนึ่ง

อันเป็นการละเมิดต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชนในการออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับหรือไม่

สาระสำคัญแห่งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ระบุว่าข้อเท็จจริงทางเทคนิคจากการไต่สวนพยานหลักฐานและพยานผู้เชี่ยวชาญจากโรงพิมพ์ผู้รับจ้างพิมพ์บัตรเลือกตั้ง พบว่าลักษณะทางกายภาพและการทำงานของรหัสทั้งสองประเภทมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่มีรหัส QR Code นั้น รหัสที่อยู่บนตัวบัตรเป็นชุดข้อมูลดิจิทัลที่ถูกเข้ารหัสไว้

เมื่อใช้อุปกรณ์ทั่วไปสแกนจะไม่ปรากฏข้อมูลโดยตรง

แต่จะต้องนำรหัสไปประมวลผลผ่านโปรแกรมเฉพาะทางของบริษัทผู้จัดทำ

ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นเพียง หมายเลขเล่ม ของบัตรเลือกตั้ง ไม่ใช่หมายเลขประจำบัตรรายใบ

บัตร ๑ เล่มมีจำนวน ๒๐ ใบ

การที่รหัส QR Code จะสามารถระบุชี้ชัดไปถึงตัวผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งเป็นรายบุคคลได้นั้น จะเกิดขึ้นได้เพียงกรณีเดียวคือผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้ง ๒๐ คนในเล่มดังกล่าวลงคะแนนให้แก่ผู้สมัครรายเดียวกันทั้งหมด

ซึ่งในทางปฏิบัติตามสภาพความเป็นจริงมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมาก

ศาลจึงวินิจฉัยว่ารหัส QR Code บนบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งไม่สามารถนำมาใช้สืบค้น เชื่อมโยง หรือตรวจสอบตัวตนและผลการลงคะแนนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้

กรณีนี้ศาลรัฐธรรมนูญลงมติเป็นเอกฉันท์

​ส่วนบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งปรากฏรหัสแท่งบาร์โค้ดอยู่ด้านล่างของตัวบัตร

ข้อเท็จจริงปรากฏว่าเมื่อใช้อุปกรณ์หรือสมาร์ตโฟนสแกน จะแสดงชุดตัวอักษรและตัวเลขอารบิกที่ตรงกับ หมายเลขบัตร บนต้นขั้วแบบหนึ่งสัญลักษณ์ต่อหนึ่งใบโดยตรง

ซึ่งหมายเลขดังกล่าวเป็นรหัสเฉพาะของบัตรแต่ละใบจากทั้งหมดกว่า ๕๕ ล้านใบ

ศาลจึงฟังได้ว่าในเชิงเทคนิคบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อมีความสามารถที่จะเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างตัวบัตรกับต้นขั้วได้

และหากนำข้อมูล ๓ ส่วนมาประกอบเข้าด้วยกัน อันได้แก่ บัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้ว ต้นขั้วบัตรเลือกตั้งที่มีลายมือชื่อและลำดับที่ของผู้ใช้สิทธิ และบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มีเลขประจำตัวประชาชน ย่อมจะสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปจนทราบถึงตัวตนของผู้ลงคะแนนและผลคะแนนที่เลือกได้

แต่...

ศาลมีแต่ครับ

นั่นคือในประเด็นข้อกฎหมายและกระบวนการจัดเก็บรักษา ความเป็นไปได้ในเชิงเทคนิคดังกล่าวจะต้องพิจารณาควบคู่ไปกับกำแพงกฎหมาย และมาตรการรักษาความปลอดภัยในทางปฏิบัติอย่างเป็นระบบ

มีการแบ่งกระบวนการจัดเก็บเอกสารออกเป็น ๓ ช่วงเวลาหลัก

ช่วงที่ ๑ เริ่มตั้งแต่ช่วงเวลาปิดหีบและนับคะแนน ณ หน่วยเลือกตั้ง

คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) จะต้องคัดแยกบัตรดี บัตรเสีย และบัตรไม่ประสงค์ลงคะแนน บรรจุลงในถุงพลาสติกใส ๓ ชั้นใน 

แล้วนำไปรวมใส่ในถุงชั้นนอก ที่ปิดรัดด้วยสายรัดเคเบิลไทร์

พร้อมลงลายมือชื่อ กปน.กำกับไว้อย่างแน่นหนา

ก่อนนำใส่ลงในหีบบัตรและส่งมอบให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งในทันที

ช่วงที่ ๒ ณ เขตเลือกตั้ง

มีการยุบรวมหีบบัตรและรัดเคเบิลไทร์ซ้ำอีกชั้นหนึ่ง

พร้อมแยกส่งบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปยังนายทะเบียนท้องที่หรือนายทะเบียนท้องถิ่นภายใน ๓ วัน

ช่วงเวลาที่ ๓ ณ จังหวัด

เอกสารทั้งหมดจะถูกส่งไปเก็บรักษาไว้ในสถานที่ราชการที่มีความมั่นคงปลอดภัย เช่น สำนักงาน กกต. ประจำจังหวัด สำนักงานเขต หรือสถานีตำรวจ เป็นเวลา ๒ ปี ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการทำลายเอกสารตามระเบียบ

การเปิดหีบบัตรเพื่อนำเอกสารออกมาตรวจนับใหม่หลังปิดหีบจะกระทำได้เฉพาะกรณีจำเป็นอย่างยิ่งตามกฎหมาย เช่น เกิดกรณีบัตรเขย่ง หรือมีหลักฐานการทุจริตจน กกต.มีมติสั่งการเท่านั้น

บุคคลภายนอกหรือเจ้าหน้าที่รัฐไม่สามารถเข้าถึงเอกสารทั้ง ๓ ส่วนพร้อมกันเพื่อตรวจสอบย้อนกลับได้ตามอำเภอใจ

จากการที่คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้เดินทางไปเผชิญสืบ ณ สถานที่จัดเก็บเอกสารจริงร่วมกับตัวแทนของผู้ร้องและผู้ถูกร้อง พบว่าสถานที่จัดเก็บมีความมั่นคงปลอดภัยและมีมาตรการควบคุมการเข้าออกที่รัดกุมเพียงพอ

ศาลระบุว่ามิใช่ความลับโดยบริบูรณ์ ที่ตัดขาดการตรวจสอบโดยสิ้นเชิงจนไม่อาจตรวจทานความถูกต้องได้  แต่เป็นความลับแบบมีเงื่อนไข 

ศาลรัฐธรรมนูญจึงมีคำวินิจฉัยว่า การกำหนดให้มีรหัสแท่งบาร์โค้ดและรหัสคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๕๐ (๗), มาตรา ๘๓ วรรคสอง และมาตรา ๘๕ วรรคหนึ่ง และไม่เป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้ร้องและประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

กรณีนี้ศาลมีมติ ๘ ต่อ ๑

โดยศาลได้มีข้อสังเกตและข้อเสนอแนะแนบท้ายคำวินิจฉัยไปยัง กกต.ว่า แม้การกระทำดังกล่าวจะไม่ผิดกฎหมาย แต่รูปแบบการใช้รหัสที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้นั้นได้ส่งผลกระทบต่อความไว้วางใจและความเชื่อมั่นของสาธารณชนต่อกระบวนการเลือกตั้ง

ดังนั้น ในการจัดการเลือกตั้งครั้งต่อไป กกต.ควรพิจารณากำหนดรูปแบบบัตรเลือกตั้งโดยใช้มาตรการทางเทคนิคอื่นเพื่อป้องกันการทุจริต เช่น การพิมพ์ลายน้ำบนเนื้อกระดาษ หรือเทคนิคที่ไม่ปรากฏเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ที่อาจนำไปสู่การเชื่อมโยงข้อมูลระบุตัวตนของผู้ลงคะแนน

พร้อมทั้งกำชับให้ กกต.บังคับใช้มาตรการเก็บรักษาบัตรเลือกตั้ง ต้นขั้ว และบัญชีรายชื่อในคดีนี้อย่างเข้มงวดเป็นพิเศษต่อไปจนกว่าจะครบกำหนดเวลาทำลายตามกฎหมาย

เป็นอันจบนะครับ

แต่ดูเหมือนจะไม่จบเพราะ “ทั่นรังสิมันต์ โรม” ไม่ยอม

เอาความคิดตัวเองไปขยายความในโซเชียล

"...ศาลรธน.ชี้บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งไม่ผิด อ้างกัน ปลอม-กาข้ามเขต เก็บอย่างดีใครมาดู = ผิดกฎหมาย (แล้วคนจะโกงเขาสนกฎหมายไหมล่ะ?...)

ถ้าเป็นไปได้อยากให้ กกต.อนุญาตให้ “โรม” ไปนั่งจับคู่บัตรเลือกตั้งให้ดูหน่อย

ขอแค่ใบเดียว ให้เวลา ๑ เดือนถ้าเจอ เลือกตั้งคราวหน้าจะกาให้เป็นรัฐบาลเลย

เอาจริงนะ.

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ต้องโค่นล้มทำลาย

"ทักษิณ" ถูกโค่นได้ "อนุทิน" ก็ต้องถูกโค่นได้เช่นกัน การเมืองกำลังจะวนกลับไปสู่ที่เก่า นี่คือยุทธศาสตร์การเมืองของพรรคการเมืองบางพรรค กลุ่มการเมืองบางกลุ่ม

บังคับนายกฯ!

กระหึ่ม! "น้องเนเน่" ทำได้ เป็นแชมป์ America’s Got Talent Season 21 ใครๆ ก็พากันแสดงความยินดี

สถาบันนอกรีต

จะว่าไปแล้วการเมืองไทยก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร หากเทียบกับการเมืองอเมริกาวันนี้ คงผ่านหูผ่านตาไปแล้วกับการกล่าวสุนทรพจน์ของ "โดนัลด์ ทรัมป์" ในที่ประชุมใหญ่สหประชาชาติ ที่มหานครนิวยอร์ก

ความลับที่ห้องจูปิเตอร์

สุดจริงๆ ครับฝ่ายค้านยุคนี้ ไร้เอกภาพอย่างสิ้นเชิง แต่นั่น ไม่ใช่สิ่งที่พรรคส้มเขาต้องการอยู่แล้ว เสียงในสภาฯ ไม่ใช่สิ่งที่พรรคส้มคาดหวังมาตั้งแต่แรก เพราะโหวตอย่างไรก็แพ้

จะยุบภูมิใจไทย

การบ้านการเมืองช่วงนี้ เหมือนค็อกเทลกำลังถูกเขย่าให้กลมกล่อม ถ้าส่วนผสมพอดี ท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพทันที แต่หากขาดๆ เกินๆ คงได้เห็นภาพหนีเสือปะจระเข้