
โหมโรงศึกซักฟอก...
วานนี้ (๒๑ ตุลาคม) นายกฯ อนุทินไปเสาหลักเมือง
ไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ๕ จุดสำคัญ ได้แก่ หอพระพุทธรูป ศาลาจำลองเสาหลักเมือง องค์พระหลักเมือง ศาลเทพารักษ์ทั้ง ๕
และเติมน้ำมันตะเกียงเพื่อสะเดาะเคราะห์ เสริมความเป็นสิริมงคล
ไปถามใครร้อยทั้งร้อยคงได้คำตอบตรงกัน
ไปเอาฤกษ์เอาชัย ก่อนพบศึกหนักสัปดาห์หน้า ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ล้านเปอร์เซ็นต์
ว่าด้วยเรื่้องสายมู นายกฯ อนุทิน ย่างเท้าเข้าศาลหลักเมืองเวลา ๑๑.๑๑ น.
ตีความได้ ๒ ทาง
ด้านจิตวิญญาณ ศาสตร์แห่งตัวเลขและเลขเทวดา เชื่อว่าเป็นสัญญาณจากจักรวาลหรือการเริ่มต้นใหม่
ในแง่การตลาด ช็อปปิ้งออนไลน์รู้ดี วันที่ ๑๑ เดือน ๑๑ เทศกาลช็อปปิ้งออนไลน์ระดับโลก หรืออีกความหมายคือ วันคนโสด
มีส่วนลด ดีลพิเศษเพียบ
ก็คงจะเป็นอย่างแรก เวลา ๑๑.๑๑ น. เป็นช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดในการขอพร เป็นสัญญาณที่ทรงพลังที่สุด
แล้วแต่คนเชื่อไม่เชื่อครับ
แต่ศาลหลักเมืองมีอิทธิพลต่อบ้านเมืองมาแต่โบราณกาล
ตามประวัติที่บันทึกไว้ ศาลหลักเมือง สร้างขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช ๒๓๒๕ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธียกเสาหลักเมืองขึ้น เป็นเสาไม้ชัยพฤกษ์มีไม้แก่นจันทน์ประกับนอก ยอดเสารูปบัวตูม เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๑ เมษายน ๒๓๒๕ ณ ชัยภูมิใจกลางพระนครใหม่ที่พระราชทานนามว่า “กรุงรัตนโกสินทร์อินท์อโยธยา”
เรียกต่อกันมาว่า “กรุงเทพมหานคร”
เพื่อสถิตสถาพรเป็นมิ่งขวัญประชาชนชาวไทย
ประเพณีไทยแต่โบราณ เมื่อจะมีการสร้างเมืองใหม่ขึ้น ณ ที่ใดก็ตาม สิ่งที่จะต้องทำเป็นประการแรกก็คือการหาฤกษ์ยามดี สำหรับฝังเสาหลักเมือง
หลังจากนั้นจึงจะดำเนินการสร้างบ้านสร้างเมืองกันต่อไป
เสาหลักเมือง ที่ได้รับการฝังไว้เป็นปฐมนั้น ไม่ว่าที่เมืองไหนๆ ก็ตาม เมื่อสร้างเมืองเสร็จแล้วก็มักจะเป็นที่เคารพบูชาของชาวเมืองนั้นๆ ตลอดไป
เสาหลักเมืองนั้นส่วนใหญ่จะสร้างด้วย ไม้มงคล เช่น ไม้ชัยพฤกษ์ ไม้ราชพฤกษ์
ความพิเศษของ เสาหลักเมืองของกรุงเทพฯ คือ เป็นแห่งเดียวที่มีเสาหลักเมือง ๒ ต้น และวางอยู่ใกล้กัน โดยการฝังเสาหลักเมืองเมื่อครั้งรัชกาลที่ ๑ นั้น ได้เกิดอวมงคลนิมิตขึ้น
คือเมื่อถึงมหาพิชัยฤกษ์อัญเชิญเสาลงสู่หลุม ปรากฏว่ามีงูเล็ก ๔ ตัวเลื้อยลงหลุมในขณะเคลื่อนเสา จึงจำเป็นต้องปล่อยเลยตามเลย
โดยปล่อยเสาลงหลุมและกลบงูทั้ง ๔ ตัวตายอยู่ภายในก้นหลุม
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงทำนายชะตาเมืองว่า จะอยู่ในเกณฑ์ร้ายนับจากวันยกเสาหลักเมืองเป็นเวลา ๗ ปี ๗ เดือน จึงสิ้นพระเคราะห์
ยังทรงทำนายว่า จักดำรงวงศ์กษัตริย์สืบไปเป็นเวลา ๑๕๐ ปี
ชะตาแผ่นดินที่ร้ายถึงเจ็ดปีเศษนั้น เป็นช่วงที่ไทยติดพันศึกพม่าจนถึงศึกเก้าทัพ ซึ่งสิ้นสุดการพันตูหลังครบห้วงเวลาดังกล่าว
ส่วนคำทำนายว่าจักดำรงวงศ์กษัตริย์สืบไป ๑๕๐ ปีนั้น ไปครบเอาปี พ.ศ. ๒๔๗๕ ซึ่งเป็นปีที่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองพอดี
กรณี คำทำนายการดำรงวงศ์กษัตริย์เป็นเวลา ๑๕๐ ปี ไม่เป็นไปตามคำทำนาย เพียงเปลี่ยนจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข กรณีนี้โหราจารย์ให้ความเห็นว่า คงเนื่องด้วยพระบารมีของรัชกาลที่ ๔ ที่ทรงแก้อาถรรพณ์ถอนเสาหลักเมืองและวางดวงชะตาพระนครขึ้นใหม่
รัชกาลที่ ๔ ทรงตรวจดวงพระชะตาและพบว่า เป็นอริกับลัคนาดวงเมือง ประกอบกับเสาหลักเมืองต้นเดิมชำรุดทรุดโทรม จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเสาหลักเมืองขึ้นใหม่ โดยมีแกนเป็นไม้สัก และประกับนอกด้วยไม้ชัยพฤกษ์ ส่วนยอดเป็นทรงมัณฑ์
ทำพิธีในวันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๓๙๕
พร้อมกันนั้นได้บูรณะ “ศาลหลักเมือง” ขึ้นมาใหม่ นับตั้งแต่นั้นมา เสาหลักเมืองของกรุงเทพฯ จึงมี ๒ ต้น โดยต้นเดิมจะสูงกว่าต้นใหม่
เสาเดิมครั้งรัชกาลที่ ๑ คือต้นสูง ที่ได้ทำพิธีถอนเสาแล้ว แต่หาที่เก็บที่เหมาะสมไม่ได้ จึงคงไว้ แกนในเป็นเสาไม้ชัยพฤกษ์ มีไม้จันทน์ประกับนอก ลงรักปิดทอง หัวเสาเป็นทรงบัวตูม ภายในกลวงสำหรับบรรจุชะตาพระนคร ดวงนี้อยู่ใจกลางยันต์สุริยาทรงกลด จารึกในแผ่นทอง เงิน นาก
ในการตั้งเสาหลักเมืองของไทยทุกเมืองนั้น มิใช่ว่าจะเป็นเพียงเสาหลักเมืองหรือเสาไม้ เสาหิน ธรรมดาต้นหนึ่งเท่านั้นก็หาไม่
แต่ความจริงนั้นในปลายเสาหลักเมือง ซึ่งมักจะทำเป็นหัวเม็ดทรงมัณฑ์นั้น จะบรรจุดวงชะตาของเมืองที่จะสร้างขึ้นใหม่ไว้ด้วย
การวางชะตาเมืองนี้เป็นเรื่องสำคัญทีเดียว ซึ่งโหรหลวงจะต้องผูกชะตาเมืองถวาย พร้อมกับทำนายเหตุการณ์บ้านเมืองล่วงหน้าได้
มีเรื่องเล่ากันมาว่า เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดเกล้าฯ ให้โหรผูกชะตาเมืองกรุงเทพฯ ที่จะสร้างขึ้นใหม่นั้น โหรหลวงได้ทูลเกล้าฯ ถวายดวงเมือง ๒ แบบ
คือดวงเมืองแบบหนึ่ง บ้านเมืองจะเจริญรุ่งเรือง ไม่มีเหตุวุ่นวาย แต่ทว่าจะต้องมีอยู่ระยะหนึ่ง ที่ประเทศไทยต้องตกเป็นเมืองขึ้นของต่างชาติ
ส่วนอีกดวงเมืองหนึ่งนั้น ประเทศไทยจะมีแต่เรื่องยุ่งวุ่นวายไม่มีที่สิ้นสุด แต่ทว่าจะสามารถรักษาเอกราชได้ตลอดไป
ปรากฏว่า พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงเลือกดวงเมืองตามแบบหลัง
เพราะพระองค์คงมีพระวิสัยทัศน์ว่า การที่จะต้องตกไปเป็นเมืองขึ้นของชาติอื่นนั้น แม้บ้านเมืองจะเจริญรุ่งเรืองแค่ไหนก็ไม่มีความหมายอันใด เมื่อสิ้นความเป็นไทย
เป็นเรื่องน่ามหัศจรรย์อยู่ไม่น้อย ที่ในสมัยรัชกาลที่ ๔-๕ นั้น บ้านเมืองต่างๆ โดยรอบประเทศไทย ไม่ว่าลาว เขมร พม่า มลายู ต่างตกเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศสและอังกฤษจนหมดสิ้น
แม้แต่ประเทศใหญ่อย่างอินเดีย ก็ยังตกเป็นของอังกฤษ
มีเพียงแต่ประเทศไทยเท่านั้นที่รักษาเอกราชคงมาได้
ครับ...นั้นคือความเป็นมา และความหมายที่เกี่ยวข้องกับความเป็นประเทศไทย
แล้วเกี่ยวอะไรกับศึกซักฟอกรัฐบาล?
ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ
แต่พรที่นิยมไปขอกัน มีทั้งเรื่องการเงิน การงาน ความรัก
รวมทั้งทางออกในยามติดขัด ไปขอให้ช่วยมองเห็นทางออก เวลาเจออุปสรรคหรือปัญหาชีวิต
ศึกซักฟอกเที่ยวนี้คงถล่มกันเละ นายกฯ อนุทิน คงจะโดนไม่น้อย เพราะแค่อ่านญัตติยื่นซักฟอกก็พอสรุปได้แล้วว่าสภาฯ วุ่นแน่นอน
ถึงประเทศไทยจะมีแต่เรื่องยุ่งวุ่นวายไม่มีที่สิ้นสุด แต่ทว่าจะสามารถรักษาเอกราชได้ตลอดไปตามคำทำนาย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ประตูสู่หายนะ
๒๑ ตุลาคม ๒๕๖๙ ครบรอบ ๓๐ ปี ก้าวสู่ปีที่ ๓๑ นั่นคือสถานะของ “ไทยโพสต์” อายุอานามก้ำกึ่ง เจน Y กับ เจน Z
ถุยขากปากพาจน
วานนี้ (๑๙ ตุลาคม) โพสต์ของ เพนกวิน-พริษฐ์ ชิวารักษ์ Parit Chiwarak ถูกพูดถึงกันมากครับ
รู้มั้ย! ไทยมีดี
จบไปแล้วครับ... การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี ๒๕๖๙ และการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้องจบไปแล้ววานนี้ (๑๘ ตุลาคม)
'โง่-ห่วย-เลว'
"น้ำเงิน" กับ "ฟ้า" เขาเปิดศึกถล่มกันเละเลยครับ ว่าไปแล้ว ๒ พรรคการเมืองนี้ ก่อนเลือกตั้ง ถูกคาดหมายว่าอาจร่วมรัฐบาลกันด้วยซ้ำ แต่วันนี้ได้ข้อสรุป น่าจะเป็นคู่แข่งกันตลอดกาล
'ยิ่งลักษณ์' จะกลับมา
มีคนสงสัยกันเยอะว่า "ทักษิณ ชินวัตร" อ่านกฎหมายไม่ออกหรืออย่างไร
เงินบาปที่ต้องใช้
ทำไมต้องตรวจสอบ ไทยพีบีเอส ที่จริงมันไม่มีอะไรซับซ้อนเลย ง่ายๆ ก็แค่ไทยพีบีเอสไม่ใช่สื่อเอกชน

