รู้มั้ย! ไทยมีดี

จบไปแล้วครับ...

การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี ๒๕๖๙ และการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้องจบไปแล้ววานนี้ (๑๘ ตุลาคม)

จับใจความได้ว่า ประเทศที่เปราะบางต่อการพัฒนาในยุคที่ภูมิรัฐศาสตร์เปลี่ยนแปลงอย่างขนานใหญ่คือ ประเทศที่มีรายได้ต่ำและต้องนำเข้าน้ำมัน

และเป็นประเทศที่ไม่ได้สัมผัสกับความเฟื่องฟูของการลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ (AI)

ตามเกณฑ์ธนาคารโลกไทยเป็นประเทศรายได้ปานกลางค่อนข้างสูง (Upper-Middle-Income Country)

มีการประเมินว่ามูลค่าการลงทุนด้านดิจิทัลและ AI ในไทยอยู่ที่ประมาณ ๑.๑๒ ล้านล้านบาท

ฉะนั้นไทยยังไปได้ครับ

“คริสตาลินา กอร์เกียวา” ประธานกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) พูดทิ้งทวนไว้น่าสนใจครับ

"การประชุมเหล่านั้นเต็มไปด้วยทั้งความหวังและความกังวล"

"การมองโลกในแง่ดีมาจากความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจโลก ศักยภาพของปัญญาประดิษฐ์ และพลวัตของเอเชีย แต่ปัญญาประดิษฐ์ก็เป็นที่ยอมรับว่าเป็นแหล่งที่มาของความกังวล เช่นเดียวกับภาวะเงินเฟ้อ หนี้สินจำนวนมาก สงคราม และความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ"

“ประเทศที่เปราะบางที่สุดต่อผลกระทบนี้คือ ประเทศที่มีรายได้ต่ำและต้องนำเข้าน้ำมัน เนื่องจากประเทศเหล่านี้ไม่ได้สัมผัสกับความเฟื่องฟูของการลงทุนใน AI ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยพยุงการเติบโตในหลายประเทศที่พัฒนาแล้ว”

"เมื่อเราทำอย่างดีที่สุด ผลลัพธ์ที่ได้คือชีวิตของผู้คนจะดีขึ้น"

"ประทับใจกับจิตวิญญาณแห่งความร่วมมือระหว่างบริษัท AI รัฐบาล และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ ที่ได้เห็นในกรุงเทพฯ”

มีคนถามว่าประชุมไอเอ็มเอฟ-เวิลด์แบงก์ ครั้งนี้คนไทยได้อะไร นอกจากที่รัฐบาลได้หน้า

ก็ง่ายๆ ไม่ซับซ้อน เก็บเป็นความรู้เบื้องต้นไปเลยครับว่า จากที่โลกเคยวิตก เรื่องภาวะเงินเฟ้อ หนี้สินจำนวนมาก สงคราม และความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ จนทำให้หุ้นร่วง ค่าเงินดิ่งเหว วันนี้เรารู้แล้วว่ามีปัจจัยเพิ่มมาอีกตัวนั่นคือ การลงทุน AI

บางคนอาจไม่ชอบ บอกว่าไทยต้องทำในสิ่งที่ตัวเองถนัดสิ อุตสาหกรรมอาหารนั่นไง

ก็ถูกครับ

แต่เราได้รับบทเรียนแล้วว่า การมีเครื่องยนต์เศรษฐกิจไม่กี่ตัวอาจสร้างปัญหาได้ ฉะนั้นเราต้องเดินให้ทันคนอื่นเขาด้วย

วันนี้ไทยเราชัดเจนครับ “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประกาศวิสัยทัศน์และนโยบายการขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยปัญญาประดิษฐ์ในงานนี้

ด้วยแนวคิด ๓ เสาหลัก AI (AI in All - All in AI - AI for All)

AI in All: นำ AI ไปประยุกต์ใช้ในทุกภาคส่วนและทุกงานที่มีอยู่เพื่อเพิ่มผลิตภาพ (Productivity)

All in AI: ผลักดันการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล เช่น Data Center และ Cloud

AI for All: กระจายโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะ "คนตัวเล็ก" และแรงงานทั่วไป เพื่อสร้างงานใหม่และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

แต่ก็แปลกครับพวกที่ค้าน จ้องแต่จะด่า รัฐบาลห่วย จีดีพีไทยที่โหล่อาเซียนเพราะรัฐบาลบริหารไม่เป็น

จีดีพีเขมรยังโตกว่าไทย

ครับ...พวกอ่านหนังสือออก แต่คิดไม่เป็นมันเยอะจริงๆ               

ไปดูโพสต์ใน เฟซบุ๊ก Pathom Indarodom ของคุณปฐม อินทโรดม กูรูไอทีเมืองไทย กันครับ

“...GDP ประเทศไทยต่ำเตี้ยเรี่ยดิน แล้วคนอย่างคุณจะทำอะไรให้มันดีขึ้นได้?”

หลังจากโดนแซะว่าผมจะทำให้ GDP โตขึ้นได้กี่เปอร์เซ็นต์ แล้วประเทศไทยจะเป็นประเทศพัฒนาแล้วเมื่อไร

ผมก็คิดหนักเหมือนกันครับ เพราะผมเป็นแค่พนักงานบริษัทธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ได้เป็นรัฐมนตรีคลัง และไม่ได้มีอำนาจกำหนดนโยบายเศรษฐกิจของประเทศ

เมื่อวานนี้ผมก็ทำได้แค่พาผู้บริหารบริษัท AI ระดับโลกแห่งหนึ่ง ไปหารือกับมหาวิทยาลัยไทย เรื่องความร่วมมือด้านเทคโนโลยี การพัฒนาบุคลากร และโอกาสในการลงทุนในประเทศไทย

การประชุมเป็นไปด้วยดีครับ มีแนวทางความร่วมมือที่น่าสนใจ แต่ยังต้องทำงานกันอีกมากกว่าจะเกิดผลจริง ถามว่าการประชุมครั้งนี้จะทำให้ GDP ไทยโตขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์?

ผมไม่รู้หรอกครับ แต่ผมรู้ว่า ถ้าเมื่อวานผมนอนอยู่บ้าน โอกาสที่จะเกิดการลงทุนจากการประชุมครั้งนี้คงเป็นศูนย์แน่นอน!

ที่จริงผมก็อยากนอนตีพุงอยู่บ้านนะครับ เพราะทำหรือไม่ทำ ผมก็ได้เงินเดือนเท่าเดิม แถมไม่ต้องเหนื่อย ไม่ต้องฝ่ารถติด ไม่ต้องเตรียมข้อมูล และไม่ต้องเสี่ยงกับความผิดหวังว่าโครงการจะไม่สำเร็จ

เห็นไหมครับว่าการไม่ทำอะไรเลยมันง่ายขนาดไหน

แต่ลองคิดดูนะครับ ถ้าคนไทยอีกหลายล้านคนคิดแบบเดียวกัน ประเทศไทยจะเป็นอย่างไร?

ถ้าเกษตรกรคิดว่า เพิ่มผลผลิตไปทำไม ประเทศนี้ก็ไม่มีทางเจริญ

ถ้าเจ้าของร้านอาหารคิดว่า ขยายกิจการไปทำไม GDP ประเทศก็ยังโตช้า

ถ้าเจ้าของโรงงานคิดว่า ลงทุนเครื่องจักรใหม่ไปก็เท่านั้น ประเทศไทยไม่มีอนาคต

ถ้าอาจารย์มหาวิทยาลัยคิดว่า วิจัยไปทำไม เดี๋ยวเด็กเก่งๆ ก็ไปทำงานต่างประเทศหมด

แล้วใครจะเป็นคนทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตล่ะครับ?

GDP ไม่ใช่ตัวเลขที่รัฐบาลประกาศขึ้นมาแล้วเศรษฐกิจจะโตตาม แต่มันสะท้อนมูลค่าเพิ่มที่ผู้คนและธุรกิจทั้งประเทศช่วยกันสร้างขึ้น

คนธรรมดาที่ทำงานอยู่ทุกวันนี่แหละครับ ที่มีส่วนช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แม้ไม่มีใครรู้ว่าตัวเองช่วยสร้าง GDP ไปกี่บาท

ผมไม่ได้ปฏิเสธเลยว่าเศรษฐกิจไทยมีปัญหา ทั้งการเติบโตที่ช้า หนี้ครัวเรือนสูง สังคมสูงวัย การศึกษา และความสามารถในการแข่งขันที่น่าเป็นห่วง

จะให้ผมนั่งเขียนปัญหาของประเทศไทยสัก ๑๐๐ ข้อ ผมก็เขียนได้ทั้งคืน

แต่เขียนครบ ๑๐๐ ข้อแล้ว GDP จะเพิ่มขึ้นสักกี่สตางค์ ผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน...

การวิจารณ์ประเทศเป็นเรื่องจำเป็นครับ เพราะช่วยให้เรามองเห็นสิ่งที่ต้องแก้ไข แต่การวิจารณ์เพียงอย่างเดียวไม่สามารถทดแทนการลงมือทำได้

ผมไม่รู้หรอกครับว่าประเทศไทยจะกลายเป็นประเทศพัฒนาแล้วในรุ่นผมหรือเปล่า

แต่ผมรู้ว่า คนรุ่นผมมีหน้าที่ส่งต่อประเทศที่ดีกว่าเดิมให้คนรุ่นลูก ไม่ใช่ส่งต่อแค่รายการปัญหาที่ยาวขึ้นทุกปี

เมื่อวานผมอาจช่วย GDP ไม่ได้แม้แต่ ๐.๐๐๐๐๑%

แต่ผมได้พยายามสร้างโอกาสขึ้นมาหนึ่งโอกาส และผมเชื่อว่ามีคนไทยอีกนับล้านคนที่กำลังพยายามสร้างโอกาสในแบบของตัวเองอยู่ทุกวัน

บางคนอยู่ในไร่นา บางคนอยู่ในโรงงาน บางคนเปิดร้านเล็กๆ บางคนสร้างธุรกิจใหม่ บางคนเป็นครู เป็นนักวิจัย หรือเป็นพนักงานบริษัทธรรมดา ๆ เหมือนผม

ประเทศไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยคนเก่งเพียงไม่กี่คน แต่มันขับเคลื่อนด้วยคนธรรมดาหลายล้านคนที่ยังไม่ยอมแพ้

สำหรับท่านที่ถามว่าผมจะทำให้ GDP ประเทศไทยโตขึ้นได้กี่เปอร์เซ็นต์

ผมคงตอบเป็นตัวเลขไม่ได้จริงๆ ครับ

แต่ผมก็อยากถามกลับเหมือนกันว่า…

ถ้าคนไทยทุกคนมัวแต่คำนวณว่าคนอื่นทำอะไรไม่ได้ แล้วจะเหลือใครมาลงมือทำงานเพื่อสร้าง GDP จริง ๆ ได้?...”

วันนี้คนทำงานมีเยอะครับ แต่คนที่เอาแต่ด่า เอาแต่ด้อยค่ากันเอง ก็มีไม่น้อยเช่นกัน

แทนที่จะเอาแต่โทษคนอื่นลองหันมาพัฒนาตัวเอง แค่นี้ก็ช่วยดันจีดีพีให้โตได้แล้วครับ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'โง่-ห่วย-เลว'

"น้ำเงิน" กับ "ฟ้า" เขาเปิดศึกถล่มกันเละเลยครับ ว่าไปแล้ว ๒ พรรคการเมืองนี้ ก่อนเลือกตั้ง ถูกคาดหมายว่าอาจร่วมรัฐบาลกันด้วยซ้ำ แต่วันนี้ได้ข้อสรุป น่าจะเป็นคู่แข่งกันตลอดกาล

เงินบาปที่ต้องใช้

ทำไมต้องตรวจสอบ ไทยพีบีเอส ที่จริงมันไม่มีอะไรซับซ้อนเลย ง่ายๆ ก็แค่ไทยพีบีเอสไม่ใช่สื่อเอกชน

นี่คือประเทศของเรา

การเมืองช่วงนี้วนในกะลาครับ ทันทีที่นักการเมืองระดับชาติ พรรคการเมือง เข้าไปแตะการเลือกตั้งไม่ว่าระดับไหน มันเลยดูสับสนวุ่นวาย ประหนึ่งว่าการเลือกตั้งนั้นมีปัญหา

๒.๘๕ ล้านล้านในมือส้ม

ชนะถล่มทลายครับ... ขอแสดงความยินดีกับ “ทีมประกันสังคมก้าวหน้า” ในเครือข่ายพรรคส้ม ที่แลนด์สไลด์ ในการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม)

ประเทศไทยยืนหนึ่ง

ฉุดไม่อยู่แล้วครับ ประเทศไทยเวลานี้เด่นสง่าในแผนที่โลก ชนิดที่หลายๆ ประเทศแอบอิจฉากันเลยทีเดียว