'แชร์ข่าวไม่ใช่อาชญากร'

ทีแรกวันนี้ตั้งใจจะเขียนเรื่องละครวายครับ

พอดีมีคนส่งเรื่องเข้ามาในกลุ่มไลน์ ตั้งคำถามว่าดูละครวายกันมากๆ แล้วจะทำให้รสนิยมทางเพศเปลี่ยนไปได้หรือเปล่า อ่านแล้วก็น่าสนใจดี ตั้งใจว่าจะหยิบมาคุยกันเสียหน่อย

แต่พอเปิดดูข่าวการเมือง เจอข่าวชิ้นหนึ่งเข้า เลยต้องเปลี่ยนใจ เรื่องละครวายขอยกยอดไปวันศุกร์ก็แล้วกัน

ก็เรื่องสลิปโอนเงิน 7 ล้านบาทนั่นแหละครับ

ผมเขียนถึงเรื่องนี้มาติดต่อกันสองวันแล้ว นึกว่าจะได้เปลี่ยนเรื่องคุยกันเสียที ที่ไหนได้ เรื่องยังไม่จบ แถมยังมีคนออกมาปกป้องกันไม่เลิก

คราวนี้ คุณสุชาติ สวัสดิ์ศรี เจ้าของนามปากกา “สิงห์สนามหลวง” อดีตศิลปินแห่งชาติ โพสต์เฟซบุ๊กว่า “การแชร์ข่าวไม่ใช่อาชญากร”

ผมอ่านข่าวแล้วก็ลองเข้าไปดูเฟซบุ๊กของแก ปรากฏว่าโพสต์ข้อความนี้ไว้จริงๆ

การแชร์ข่าวไม่ใช่อาชญากร ก็ถูกแล้วนี่ครับ ใครเขาเถียง

การแชร์ข่าวจะทำให้คนกลายเป็นอาชญากรไปได้อย่างไร คนไทยแชร์ข่าวกันวันละไม่รู้กี่ล้านครั้ง ถ้าแชร์แล้วเป็นอาชญากรกันหมด ป่านนี้คงต้องสร้างคุกเพิ่มจนไม่มีที่ปลูกข้าวกันแล้ว

แต่ปัญหาที่เขากำลังเถียงกันอยู่มันไม่ใช่เรื่องแชร์ข่าวได้หรือไม่ได้

มันเป็นเรื่องแชร์อะไรต่างหาก

กรณีคุณไอซ์ รักชนก ศรีนอก สส.พรรคประชาชน แชร์ภาพสลิปที่กล่าวหาว่ามีการโอนเงิน 7 ล้านบาทให้นายกรัฐมนตรีเป็นสินบน แล้วต่อมาธนาคารออกมาชี้แจงข้อมูลที่ขัดแย้งกับภาพสลิปนั้น

คนเขาจึงถามกันว่า ก่อนแชร์ได้ตรวจสอบหรือยัง และเมื่อมีข้อเท็จจริงออกมาเช่นนี้ คนแชร์จะรับผิดชอบอย่างไร

คำถามมีอยู่เท่านี้เอง

แต่พอเป็นคนที่ตัวเองเชียร์ กลับมีผู้ใหญ่ออกมาพูดเรื่องเสรีภาพ เรื่องสิทธิในการแชร์ข่าว ราวกับมีใครกำลังจะออกกฎหมายห้ามประชาชนกดปุ่มแชร์!

ผมไม่รู้ว่าคุณสุชาติตั้งใจหมายถึงเรื่องนี้โดยตรงหรือเปล่า แต่การหยิบประโยคดังกล่าวมาโพสต์ในช่วงที่เรื่องสลิปกำลังเป็นข่าว ก็ย่อมทำให้คนอ่านอดโยงเข้าหากันไม่ได้

และถ้าจะพูดถึงสิทธิเสรีภาพกันจริงๆ ผมก็อยากถามกลับสักหน่อย

สิทธิในการแชร์ข่าวมีครับ แล้วสิทธิของคนที่ถูกกล่าวหาด้วยข่าวที่แชร์ไปล่ะ มีไหม?

หรือเสรีภาพมีไว้ให้คนกดแชร์อย่างเดียว ส่วนคนถูกกล่าวหาต้องทำใจ ถือเสียว่าเป็นการเสียสละเพื่อประชาธิปไตย!

ฟังดูชอบกลอยู่เหมือนกัน

ผมเห็นคนกลุ่มนี้เคลื่อนไหวทางการเมืองกันมาหลายปี ตั้งแต่ยุคม็อบสามนิ้ว มีสารพัดคำขวัญออกมาให้ได้ยิน

การประท้วงไม่ใช่อาชญากร

การชูสามนิ้วไม่ใช่อาชญากร

การแสดงความคิดเห็นไม่ใช่อาชญากร

ล่าสุดก็เรื่องการแชร์ข่าว

ถูกครับ การชุมนุมโดยสงบเป็นสิทธิ การแสดงความคิดเห็นเป็นสิทธิ การแชร์ข่าวก็เป็นสิทธิ

แต่สิทธิเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าใครจะพูดหรือแชร์อะไรแล้วไม่ต้องรับผิดชอบ

โดยเฉพาะเมื่อสิ่งที่แชร์เป็นภาพสลิปโอนเงินซึ่งถูกนำไปเชื่อมโยงกับข้อกล่าวหารับสินบน เรื่องนี้ย่อมต้องตรวจสอบให้รอบคอบกว่าข่าวทั่วไป

ไม่เห็นจะต้องใช้ตำรารัฐศาสตร์เล่มหนาๆ มาอธิบายกันเลย

ที่ผมอดหมั่นไส้ไม่ได้ก็ตรงนี้แหละครับ

ผู้ใหญ่ที่ผ่านการต่อสู้ทางการเมืองมาโชกโชน ผ่านม็อบมานับครั้งไม่ถ้วน ผ่านการถกเถียงเรื่องสิทธิเสรีภาพมาจนแทบจะเปิดโรงเรียนสอนประชาธิปไตยได้อยู่แล้ว

พอคนรุ่นหลังที่ตัวเองสนับสนุนทำอะไรพลาดขึ้นมา แทนที่จะเรียกมาบอกว่า คราวหน้าคราวหลังตรวจสอบให้ดีก่อนนะ กลับรีบออกมาช่วยกันแก้ตัว

อย่างนี้เขาเรียกให้ท้ายเด็กครับ

และที่น่าขันคือ คนที่ถูกให้ท้ายก็ไม่ใช่เด็กอมมือที่เพิ่งหัดเล่นเฟซบุ๊กเสียเมื่อไหร่

เป็นถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล ใช้ข้อมูลกล่าวหาฝ่ายบริหารได้กลางสภาและนอกสภา

เมื่อมีหน้าที่ตรวจสอบคนอื่น ก็ต้องยอมรับการตรวจสอบตัวเองด้วยสิ

จะเป็น สส.เฉพาะเวลาตั้งคำถามกับรัฐบาล แต่พอถูกถามกลับกลายเป็นเด็กน้อยที่ผู้ใหญ่ต้องช่วยกันโอ๋ อย่างนั้นก็ไม่ไหว

แล้วก็มีอีกพวกหนึ่งครับ

พอเถียงเรื่องสลิป 7 ล้านบาทไม่ได้ ก็ไปขุดเรื่องนายกรัฐมนตรีเคยแชร์ข่าวผิดเกี่ยวกับทักษิณกับกุ้งมาเลเซียมาเปรียบเทียบ

ทำนองว่าเห็นไหม นายกฯ ก็เคยแชร์ข่าวปลอมเหมือนกัน

อ้าว แล้วไงครับ

ถ้านายกฯ แชร์ข่าวผิด ก็วิจารณ์นายกฯ สิ ใครห้าม

ถ้าแชร์ผิดแล้วลบหรือขอโทษ ก็ว่ากันไปตามข้อเท็จจริง แต่จะเอาเรื่องนั้นมาเป็นเหตุผลว่าคุณไอซ์ไม่ต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตัวเองแชร์ได้อย่างไร

ยิ่งเนื้อหาของข่าวก็คนละเรื่อง

เรื่องหนึ่งเป็นข้อมูลเกี่ยวกับการช่วยเจรจาปัญหาการค้ากุ้ง อีกเรื่องเป็นภาพสลิปที่กล่าวหาว่านายกรัฐมนตรีรับสินบน 7 ล้านบาท

ความเสียหายจากข้อกล่าวหาทั้งสองอย่างจะเหมือนกันได้อย่างไร

ถ้าคิดว่าการแชร์ข้อมูลผิดเป็นเรื่องไม่ดี ก็ควรบอกว่าไม่ดีทั้งคู่ ไม่ใช่พอคนหนึ่งทำแล้วผิด อีกรายก็ต้องรีบหาคนมาร่วมผิดด้วย

ตรรกะแบบนี้ถ้าเอาไปใช้ในชีวิตประจำวันคงสนุกพิลึก

ลูกทำแจกันแตก พ่อถามว่าทำไมไม่ระวัง ลูกตอบว่าเมื่อวานพ่อก็ทำแก้วแตก!

แล้วแจกันมันจะกลับมาต่อกันเองหรือครับ?

อย่าไปคิดว่าคนพวกนี้ไม่รู้ว่าอะไรผิดอะไรถูกนะครับ

รู้ดีเชียวละ

แต่ละคนเขี้ยวลากดินทางการเมืองกันทั้งนั้น ฝ่ายตรงข้ามขยับตัวนิดเดียวก็จับผิดได้หมด แต่พอเป็นพวกเดียวกันขึ้นมา กลับมองไม่เห็นอะไรเสียอย่างนั้น

ที่น่ากลัวไม่ใช่คนไม่รู้แล้วทำผิดครับ

แต่เป็นคนที่รู้ว่าผิด แล้วยังมีปัญญาหาเหตุผลมาเถียงให้ถูกจนได้

บางคนไม่ได้แยกผิดถูกไม่ออก แค่แยกพวกตัวเองออกจากความผิดเก่งเป็นพิเศษ

คนฝ่ายตรงข้ามแชร์ข่าวผิด เรียกเฟคนิวส์

คนฝ่ายตัวเองแชร์ข่าวผิด เรียกตั้งคำถาม

คนฝ่ายตรงข้ามกล่าวหาโดยไม่มีหลักฐาน เรียกใส่ร้าย

คนฝ่ายตัวเองทำบ้าง เรียกใช้เสรีภาพ

แล้วก็ยังกล้าพูดเรื่องมาตรฐานประชาธิปไตยกันหน้าตาเฉย!

ผมไม่ได้มีปัญหากับประชาธิปไตยนะครับ ตรงกันข้าม ผมคิดว่าคนที่เชื่อในประชาธิปไตยจริงๆ ควรยิ่งต้องเคารพข้อเท็จจริง เพราะประชาชนจะตัดสินใจอะไรได้ถูกต้อง ก็ต้องได้รับข้อมูลที่ถูกต้องก่อน

ถ้าข้อมูลผิดก็แก้ ถ้าพลาดก็ยอมรับ ไม่เห็นต้องอาย

คนเราผิดพลาดกันได้ทั้งนั้น

แต่ที่น่าอายกว่าคนทำพลาด คือคนที่เห็นว่าพลาดแล้ว ยังพยายามอธิบายให้กลายเป็นเรื่องถูก

โดยเฉพาะผู้ใหญ่ที่ชอบสอนสังคมเรื่องความก้าวหน้า เรื่องสิทธิ เรื่องเสรีภาพ แต่พอถึงคราวคนฝ่ายตัวเอง กลับไม่กล้าสอนเรื่องง่ายที่สุดว่า ทำผิดก็ต้องยอมรับ

คุณสุชาติเป็นนักเขียน เป็นคนทำงานทางความคิดมานาน ผมไม่คิดว่าต้องมีใครไปสอนว่าการแชร์ข่าวกับการแชร์ข้อกล่าวหาที่ไม่เป็นความจริงนั้นต่างกันอย่างไร

แต่ถ้าจะยกคำว่าเสรีภาพขึ้นมาพูดกันในช่วงนี้ ก็ควรพูดให้ครบด้วยว่าเสรีภาพไม่ได้มีไว้คุ้มครองเฉพาะคนที่เราชอบ

คนที่เราไม่ชอบก็มีสิทธิไม่ถูกใครกล่าวหาเสียๆ หายๆ ด้วยข้อมูลที่ตรวจสอบไม่ได้เช่นกัน

ไม่ใช่พอถึงคราวฝ่ายตัวเองถูกวิจารณ์ ก็รีบคว้าป้ายประชาธิปไตยออกมาชูราวกับเป็นยันต์กันความผิด

เรื่องสลิป 7 ล้านบาทจะมีผลทางกฎหมายอย่างไร เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ต้องว่ากันตามข้อเท็จจริงและกระบวนการยุติธรรม

แต่เรื่องความรับผิดชอบทางการเมืองไม่จำเป็นต้องรอคำพิพากษาศาลครับ

ประชาชนมีสิทธิถาม สส.ที่แชร์ข้อมูลกล่าวหารัฐบาลว่าได้ตรวจสอบก่อนหรือไม่ และเมื่อข้อมูลถูกโต้แย้งแล้วจะชี้แจงอย่างไร

คำถามธรรมดาๆ แค่นี้ ไม่เห็นต้องลากประชาธิปไตยทั้งระบอบออกมาช่วยตอบเลย

ผมเขียนเรื่องนี้มาสามวันแล้ว ไม่ได้อยากจะเขียนซ้ำซากนักหรอกครับ

แต่พอเห็นผู้ใหญ่ออกมาให้ท้ายกันอย่างนี้ ก็อดไม่ได้จริงๆ

ประสบการณ์ทางการเมืองที่สั่งสมมานาน น่าจะช่วยให้แยกแยะได้ดีขึ้นว่าเมื่อใดควรสนับสนุน เมื่อใดควรตักเตือน ไม่ใช่พอเป็นคนฝ่ายเดียวกันแล้วต้องหาคำอธิบายให้ได้ทุกเรื่อง

ยิ่งเป็นคนที่สังคมเคยยกย่องว่าเป็นปัญญาชน ก็ยิ่งควรใช้ปัญญาให้สมกับที่เขายกย่อง

ไม่ใช่พอเห็นคนรุ่นหลังทำพลาด ก็รีบยกคำขวัญเก่าๆ ออกมาช่วยแก้ตัว ราวกับพูดเรื่องเสรีภาพแล้วความผิดพลาดจะหายไปเอง

ผมห่วงคนรุ่นใหม่ที่มีผู้ใหญ่แบบนี้คอยประคบประหงมอยู่เหมือนกันครับ

เพราะเด็กที่ทำผิดแล้วยังมีคนคอยบอกว่าถูก วันหนึ่งอาจโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่เคยยอมรับว่าตัวเองผิด

ถึงตอนนั้นก็คงไม่ต่างอะไรกับผู้ใหญ่ที่กำลังให้ท้ายเขาอยู่ทุกวันนี้

เป็นผู้ใหญ่มานาน ผ่านการเมืองมาก็มาก แต่ถ้ายังแยกไม่ออกระหว่างการให้กำลังใจกับการให้ท้าย ก็ไม่รู้ว่าประสบการณ์ที่สั่งสมมานั้นเอาไปใช้กับเรื่องอะไร

อ้อ! ผมลองกลับไปดูเฟซบุ๊กของคุณสุชาติ ปรากฏว่าโพสต์ “การแชร์ข่าวไม่ใช่อาชญากร” หายไปแล้ว

เสียดายจัง น่าเก็บไว้ให้คนอ่านชื่นชมกันนานๆ หน่อย

— เสมอต้น
29 ตุลาคม 2569

📌เขียนถึงเสมอต้น: มีเรื่องอะไรอยากเล่า หรืออยากส่งมาคุยกัน เขียนมาได้ที่ [email protected] หรือ Inbox เพจ “เปิดซองออนไลน์” ไม่ต้องเป็นเรื่องใหญ่โตอะไรครับ เรื่องใกล้ตัว หรือเรื่องที่ค้างอยู่ในใจ เขียนมาเถอะ วันไหนซองมาถึง เราค่อยเปิดอ่านไปด้วยกัน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เอกนัฏ...นายแน่มาก'!

ท่าทาง.... “เขาจะเอากันแน่แล้ว” ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน! ผลที่ตามมาทันที-ทันใด คือ “น้ำมัน”!

'อนุทิน' ยันไม่มีใบสั่ง จับแอดมินเพจโพสต์สลิปปลอม จ่อเอาผิดคนแชร์ซ้ำ ตร.ชี้หลักฐานมัดแน่น

"อนุทิน" ยืนยันตำรวจจับกุมแอดมินเพจ "Godd Dam" ตามหมายศาลและพยานหลักฐาน ไม่ใช่ใบสั่งการเมือง พร้อมเอาผิดผู้แชร์โพสต์เท็จแม้จะลบหนี ด้านโฆษก ตร. ยันดำเนินคดีฐาน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และปลอมเอกสารสิทธิ ลั่นไม่มีการเลือกปฏิบัติ ส่วนคนแชร์ต่อรอพนักงานสอบสวนพิจารณาเจตนาตามดุลยพินิจ

'อนุทิน' ชี้ตำรวจทำงานเร็ว เพราะมีหลักฐานชัดเจน จับทันควันแอดมินเพจ Godd Dam

“อนุทิน” ยังไม่ทราบ มือโพสต์สลิปปลอม นายกฯ รับค่าน้ำชา 7 ล้านบาทถูกจับแล้ว บอก ผบ.ตร. คงรายงาน ยืนยัน ดำเนินตามขั้นตอน เพจหมา ผิดเป็นที่ประจักษ์ชัดเจน เหตุมีการโพสต์-เขียนขู่อาฆาต สวนกลับ “ไอซ์ รักชนก” ถ้าจะตรวจสอบให้ถามในสภาฯ ไม่ใช่แชร์จนคนเข้าใจผิด

'ณัฐพงษ์' ขอดูก่อนช่วยคดี 'รักชนก' แชร์สลิปปลอม ย้ำปิดชื่อ-ถือพฤติกรรม ต้องตรวจสอบเท่าเทียม

'เท้ง' อัด 'อนุทิน' หนีซักฟอก-เตะถ่วงลากยาวถึง ธ.ค. อ้าง ติดภารกิจ ตปท. ฟังไม่ขึ้น ซัด 'นายกฯ' ไม่พร้อมถูกอภิปรายที่สุด ลั่น พรรคประชาชนพร้อมตั้งนานแล้ว จะจัดสัปดาห์ที่แล้วก็ยังได้

เดี๋ยวเจอกัน! ย้อนคำพูด 'รักชนก' จากนักรบต้านเฟกนิวส์ ถึงแชร์สลิปปลอม 7 ล้าน

ย้อนโพสต์เก่า ‘ไอซ์ รักชนก’ เคยชวนสังคมทำ Fact Check ต่อต้านข่าวปลอม ลั่นใครเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือน “เดี๋ยวเจอกัน” ก่อนถูกตั้งคำถามเสียเองหลังแชร์สลิปปลอม 7 ล้านบาทจากเพจ Godd Dam