‘ไอซ์’เข้าพรวดเฟกนิวส์ สะเทือนเครดิต ‘ปชน.’เผชิญวิกฤตภายนอก-ภายใน

ไม่ใช่ช่วงเวลาที่ดีของ ‘พรรคประชาชน’ ภายใต้การนำของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค สักเท่าไหร่ ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ภายในหรือภายนอกพรรค

ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจต้องเจอโรคเลื่อนข้ามเดือน หลัง ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ระบุรัฐบาลคิวแน่นตลอดช่วงเดือน พ.ย. และพร้อมตั้งแต่ วันที่ 6 ธ.ค. เป็นต้นไป เป็นเพราะเพลี่ยงพล้ำกับเกมการเมืองที่ยังไม่เก๋ามากพอ

ฝ่ายค้านที่นำโดยพรรคประชาชนยืนกรานอภิปราย จำนวน 5 วัน ไม่มีตรงกลาง กลายเป็นช่องให้รัฐบาลแก้เกม นอกจากไม่ให้ 5 วัน ยังลากยาวออกไปเป็นเดือน มีเวลากลับไปตั้งหลักเคลียร์ปมร้อนๆ หลายเรื่อง เพื่อเอามาชี้แจงในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

เดิมสถานการณ์ของรัฐบาลไม่ได้อยู่ในจุดที่ดีเท่าไหร่ หากมีการอภิปรายในสัปดาห์นี้ ยังไม่แน่ว่าจะรับมือได้ เพราะหลายเรื่องยังคาราคาซัง เป็นประเด็นให้ฝ่ายค้านนำมาโจมตีได้ต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทรัพย์สินและธุรกิจสามีของ น.ส.สุชาดา แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย และอดีตเลขานุการ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

หรือจะเรื่องการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย และการจ่ายเงินเยียวยา ที่ยังมีปัญหาเงินยังไม่ถึงมือประชาชนทุกคนที่ได้รับผลกระทบ

ไม่เว้นแม้แต่เรื่องเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติ ที่ล่าสุดศาลออกหมายจับ ‘เบน สมิธ, ยิม เลียก’ กับพวกรวม 6 ราย หลังพบเส้นทางเงินซับซ้อนผ่านธนาคารและกองทุนต่างประเทศ ซึ่ง ‘เบน สมิธ’ เคยมีภาพถ่ายกับ ‘อนุทิน’ ซึ่งฝ่ายค้านสามารถนำกลับมาขยี้ในสภาได้

เป็นสัปดาห์ที่รัฐบาลต้องรับมือหนักหนาหลายเรื่องหากมีการซักฟอกเกิดขึ้น แต่เมื่อไม่มี และเว้นช่วงยาวนาน ถึงตอนนั้นอาจจะไม่น่าสนใจ และรัฐบาลอาจไม่ต้องรับมือหนักหนาอะไร

ขณะเดียวกัน กรณีเพจหนึ่งโพสต์สลิปโอนเงินปลอม จำนวน 7 ล้านบาท อ้างว่าเป็นค่าน้ำชาให้กับ ‘อนุทิน’ จนมีคนนำไปแชร์มากมาย โดยเฉพาะ ‘ไอซ์’ รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่ก่อนหน้านั้นสวมบทเป็นขุนพลให้กับพรรคประชาชนในการตรวจสอบรัฐบาล กำลังทำให้เครดิตที่ไม่ใช่แค่ตัวเอง แต่หมายถึงพรรคประชาชนทั้งพรรคสะเทือน

 ‘รักชนก’ คือ 1 ในขุนพลเอกของพรรคสีส้มที่หลายฝ่ายจับจ้องในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ว่า จะสร้างความลำบากในการชี้แจงให้กับรัฐบาล และดึงดูดความสนใจของประชาชนได้ แต่เมื่อเกิดกรณี ‘เข้าพรวด’ ไม่ตรวจเช็กสลิปโอนเงินให้ดี เลยกลายเป็นการหยิบยื่นโอกาสทองให้รัฐบาล เพื่อใช้ในการตอบโต้และชี้แจง

มันจะไม่ได้สะเทือนแค่เหตุการณ์นี้ แต่อาจจะถูกย้อนหลังไปหลายๆ เหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่พรรคประชาชนนำเสนอข้อมูลเพื่อใช้ตรวจสอบรัฐบาลว่า สรุปแล้วเป็นของจริงหรือไม่ รวมไปถึงต้นตอ ที่มา ของเพจของข้อมูลต่างๆ สุดท้ายแล้วเป็นขบวนการเพื่อใช้โจมตีรัฐบาลหรือไม่

และการที่ ‘รักชนก’ เงียบๆ ไป หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ก็พอสะท้อนได้เหมือนกันว่า เรื่องนี้พลาดมหันต์ มีผลทางการเมือง

ขณะที่ภายในของพรรคประชาชนเองก็ดูจะมีปัญหาไม่น้อย นับตั้งแต่ ‘ปิยบุตร แสงกนกกุล’ เลขาธิการคณะก้าวหน้า และอดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ออกมาพูดถึงเรื่อง ‘บันเทิงธิปไตย’ ในพรรคสีส้ม

คำพูดของ ‘ปิยบุตร’ สร้างความไม่พอใจให้กับ สส.และสมาชิกพรรคบางส่วน ในขณะที่บางส่วนแม้ไม่พูด แต่แสดงออกว่าเห็นด้วยกับเรื่องนี้

มีการแบ่งเป็นฝักเป็นฝ่ายภายในพรรคชัดขึ้นกับวิธีการเคลื่อนไหวของพรรคในปัจจุบัน แม้กระทั่งการปรากฏตัวของเหล่า สส.ในงานวันคล้ายวันเกิดร่วมของนายปิยบุตร และ นายชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล เมื่อวันที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่ง สส.ที่ไปปรากฏตัวถูกจับจ้องว่ายืนอยู่กับฝ่ายนี้

นอกจากนี้ สส.หลายคนในปัจจุบัน กำลังเผชิญเรื่องที่หนักหนาสาหัสในเส้นทางการเมืองของตัวเอง หลังศาลฎีกาได้ดำเนินการไต่สวนพยานฝ่ายผู้ร้องคือ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นนัดสุดท้าย ในคดี 44 อดีต สส.พรรคก้าวไกล ฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากการร่วมลงชื่อเสนอร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

โดยมีรายงานว่า 1 ใน 44 คน ขอให้ ‘พยานฝ่ายผู้ร้อง’ บางคน ช่วยยืนยันว่า ตัวเองไม่ได้เต็มใจที่จะลงชื่อเพื่อเสนอแก้ไขกฎหมาย แต่เป็นเพราะพรรคระบุว่า หากไม่ร่วมลงชื่อจะไม่ถูกส่งลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.อีกในครั้งหน้า ทำให้ต้องจำใจเซ็นลงไป

คดีนี้ถือว่ามีผลต่อสมาธิของพรรคประชาชน และ สส.หลายคนในพรรค เพราะรู้ว่าผลของคดีมีผลต่ออนาคตทางการเมือง ซึ่งบางรายยังหวังที่จะมีโอกาสรอด ไม่ได้โดนทั้งกระบิ 44 คน

สถานะของพรรคประชาชนตอนนี้ไม่ได้อยู่ในสมรภูมิที่ได้เปรียบทางการเมือง ซ้ำยังต้องเผชิญปัญหารุมเร้าหลายด้าน ทั้งภาพรวม และส่วนตัว สส.

ในขณะที่การซักฟอกครั้งนี้ ‘พรรคประชาธิปัตย์’ ก็ดูจะโดดเด่นกว่าในแง่ของการตรวจสอบเชิงลึกเรื่องต่างๆ ของรัฐบาล  

ปัญหาภายนอก-ภายใน ดึงขาพรรคประชาชน เป็นช่วงที่ไม่ดีเลย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โปรแกรม‘อนุทิน’แน่นตลอดพ.ย. ซักฟอกส่อจืด ฤกษ์สะดวกต้นธ.ค.

สัปดาห์นี้ไม่มี อภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะตกลงกรอบเวลากันไม่ได้ ฝ่ายค้านต้องการ 5 วัน ขณะที่รัฐบาลให้ได้ 4 วัน คุยกันไม่รู้เรื่อง สุดท้ายต้องเจรจากำหนดกันใหม่อีกรอบ

อนุทิน เสริมทัพงานข่าว เปิดชื่อ คนสื่อ-ผู้ประกาศ บนเส้นทางถนนการเมือง

การเมืองทั่วโลกสิ่งสำคัญคือ”กระแส”ที่เกิดจากสงครามข้อมูลข่าวสาร เพราะเห็นกันมาแล้วทั้งการเมืองไทย-การเมืองโลก”กระแส-ข้อมูลข่าวสาร”ทำให้คนขึ้นมาเป็นผู้นำประเทศได้ ขณะเดียวกัน ก็ล้มผู้นำ-ล้มรัฐบาลได้เช่นกัน

เสียจังหวะ“ซักฟอก”ใครได้ประโยชน์ “สีน้ำเงิน”แขวนเกม“ดีลการเมือง”

“พรรคประชาชน” คงหงุดหงิดเป็นธรรมดา ที่ไม่สามารถต่อรองอะไรได้ตามใจอยาก ในกระบวนการการทำงานของสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะประเด็นเรื่องวันอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ยืนยันกรอบเวลา

'ปธ.โสภณ' เจรจาฝ่ายค้าน ยอม 4 วัน ให้วิป 3 ฝ่ายคุยเคาะวันซักฟอกใหม่

'โสภณ' ยังไม่บรรจุวาระญัตติซักฟอก รอวิป 3 ฝ่ายคุยอีกรอบให้จบ พร้อมทำหนังสือถึง ครม. หาวันสะดวกใหม่ เผย 'ผู้นำฝ่ายค้าน' ดอดพบ ยอมเหลือ 4 วัน ช่วง พ.ย. - ธ.ค.

ถก'กรอบเวลา'ซักฟอก18 รมต. ชิงความได้เปรียบทางการเมือง

ฉากทัศน์ทางการเมืองไทยกลับมาร้อนระอุขึ้นอีกครั้ง หลัง “ฝ่ายค้าน” เดินหน้ายื่นซักฟอกเปิดศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล จำนวนถึง 18 คน ซึ่งเป้าใหญ่พุ่งตรงไปที่รัฐมนตรีค่าย “ภูมิใจไทย”

'ไอซ์' ลั่นพอได้แล้ว เรื่องซุบซิบภายในพรรค ปชน. ไม่สำคัญ ขอสนใจการตรวจสอบรัฐบาลดีกว่า

'ไอซ์' ลั่น พอแค่นี้ไหมคะ วันนี้ไม่ได้นัดหมายให้สื่อ-มีงานต่อ ย้ำปม 'ปิยบุตร' ควรจบได้แล้ว ขอไม่ต่อความยาวสาวความยืด วอนประชาชน อะไรที่ไม่เป็นประโยชน์ไม่ต้องสนใจก็ได้ ยัน ปชน.ไม่แตกแยก ถามแหล่งข่าวระดับสูง สูงแค่ไหน